ไอเอ็มเอฟ ยกย่อง เศรษฐกิจพอเพียง ย้อนกาลโลกจดจำ องค์พ่อหลวงแผ่นดินไทย

0

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อล่าสุดองค์กรต่างประเทศที่ต้องบอกว่าระดับโลก ออกมาชื่นชมศาสตร์ของประเทศไทย โดยเฉพาะศาสตร์ที่ว่านี้มาจากพ่อหลวงของเรา นั่นคือในหลวงร.9 ที่ล่าสุดไอเอ็มเอฟได้ยกย่องถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลังจากที่ไม่ว่ายูเอ็น หรือ ยูเนสโก ก็เคยประกาศเทิดทูนเผยแพร่เป็นที่ประจักษ์ทั่วโลกมาแล้ว

 

5 พ.ย. 2562

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นางคริสตาลินา กอร์เกียวา (Mrs. Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Managing Director, International Monetary Fund: IMF) เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน

 

หนึ่งในสาระสำคัญการหารือในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายชื่นชมแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสนใจจะศึกษา ถือว่าเป็นประโยชน์กับชาวโลก

(https://www.nationweekend.com/content/image_news/2621)

 

กระนั้นสำหรับการยกย่องชื่นชมในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่เพียงองค์กรอย่างไอเอ็มเอฟเท่านั้น หากย้อนไปก่อนหน้านี้ ในหลายวาระหลายองค์กรระดับโลกต่างก็ชื่นชมในพระปรีชาสามารถยิ่งต่อองค์พ่อหลวงของแผ่นดิน

 

8 มิ.ย. 2559

นายสเตฟาโนส โฟทีโอ ผู้อำนวยการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาของ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ กล่าวปาฐกถาในการประชุมวิชาการ “ความท้าทายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเอเชีย” จัดโดยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิมั่นพัฒนา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ และกลุ่มบริษัท ช.การช่างเพื่อเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี

 

โดยในปาฐกถาที่บอกว่ามีความพิเศษนั้น นายสเตฟาโนส กล่าวว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีแนวทางที่สอนให้ตระหนักถึงความสุขที่ไม่ได้ผูกพันกับเงินเพียงอย่างเดียว แต่ให้นึกถึงความสามารถและความเหมาะสมในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นประโยชน์และรับผิดชอบ

 

“เป็นรากฐานสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาให้ได้อย่างยั่งยืนพร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาค เท่าเทียมกันในด้านต่าง ๆปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนอกจากจะเป็นแนวทางเสริมพลังการพัฒนาที่สำคัญยังมีความสอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมของเอเซียเป็นอย่างยิ่ง เพราะปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเล็งเห็นคุณค่าของคนและสิ่งแวดล้อม

 

กลไกของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมการมีส่วนร่วมในทุกระดับและเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับชาติ จึงเป็นแนวทางที่จะช่วยนำเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลกไปสู่ความสำเร็จได้”

(https://www.posttoday.com/social/general/436252)

 

5 พ.ย. 2558

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยังได้รับการเชิดชูสูงสุดจากองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยนายโคฟี อันนัน ในฐานะเลขาธิการ องค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัล  The Human Development Lifetime Achievement Award   แก่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 และได้มีปาฐกถาถึง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ว่าเป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ และ สามารถเริ่มได้จากการสร้างภูมิคุ้มกันในตนเอง สู่หมู่บ้าน และสู่เศรษฐกิจในวงกว้างขึ้น

 

26 ก.ย.2560

นางอิริน่า โบโคว่า ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒน ธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เป็นประธานในการขึ้นกล่าวสดุดี ถวายพระราชสักการะแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมกับสมาชิกยูเนสโกเนื่องในการประชุมวันสันติภาพโลกนานาชาติ 2017

 

ทั้งนี้นางอิริน่า บอกตอนหนึ่งว่า รู้สึกประทับใจมาก เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ได้ฟัง นายดอน ปรมัตวินัย รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในเวทีการประชุมสหประชาชาติ โดยกล่าวเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ยึดหลักการประชาชนเป็นศูนย์กลาง และถือแง่คิดที่ทางยูเอ็น ได้นำมาใช้เป็นพิมพ์เขียว ที่จะผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแผน SDGs ของสหประชาชาติ ซึ่งมีแผนดำเนินการ 17 ด้าน

 

ขณะที่ตัวแทนประธานกลุ่มจี 77  จากประเทศเอกวาดอร์ กล่าวว่า คำสอนในหลวงรัชกาลที่ 9 คือหลักคำสอนถึงสันติภาพ ที่ควรน้อมนำกันไปปฏิบัติในระดับโลก โดยเฉพาะการเรียนรู้ตลอดชีวิต พระราชกรณียกิจของในหลวง สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มีความลึกซึ้ง

 

ขณะที่ตัวแทนจาก กลุ่มเอเชียแปซิฟิก ยังตอกย้ำว่า การทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9ทรงเน้นหลักการสันติภาพ หลักการยั่งยืนในการเป็นหน่อที่นำไปสู่สันติภาพในระดับนานาชาติ

 

ด้านดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ที่ผ่านมานานาประเทศชื่นชมในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์ทรงปฏิบัติพระองค์เอง ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง และทรงทำผ่านโครงการพัฒนา โครงการพระราชกรณียกิจ

 

“ทำให้พระองค์เคยได้รับรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ UNDP ในปี 2549 ซึ่ง นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ”

 

ขณะนี้ ทางยูเนสโก จะอัญเชิญแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 บรรจุภายใต้แผนการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น โดยจะให้ชาติสมาชิกทำการบ้านในการกำหนดแนวทางมาตรการ ไปทำแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้บริบทของประเทศตัวเอง ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมายภายใน 15 ปีข้างหน้า หรือ พ.ศ.2573 นำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความยั่งยืน

 

แต่อย่างไรก็ตามก็มีช่วงหนึ่งที่สังคมไทยออกมาวิพากษ์วิจารณ์จากการที่นักธุรกิจรายหนึ่ง ได้พูดถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ทำให้ประชาชนคนไทย ตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของนักธุรกิจคนดังกล่าวที่ปัจจุบันเข้ามาเล่นการเมืองด้วย

 

16 ก.พ. 2562

มีการนำคำสัมภาษณ์ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารสารคดี ฉบับ 263 มกราคม 2550 ถึงประเด็น นิยามเศรษฐกิจพอเพียงที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสื่อโซเชียลฯ

 

โดยตอนหนึ่งของคำสัมภาษณ์ระบุว่า …..

 

สารคดี : ถ้านิยามว่า เศรษฐกิจพอเพียง คือการพึ่งตนเองได้ และสร้างภูมิคุ้มกันในธุรกิจของตัวเอง ไม่ได้หมายความว่า ไม่ให้เพิ่มการลงทุน

 

ธนาธร : ผมคิดว่ามีนักวิชาการคนหนึ่ง คือคุณศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ พูดไว้ชัด คือทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง หรือแม้แต่กระแสชุมชนนิยม มันมีรากฐานอย่างหนึ่งคือ ข้างในมันดี และข้างนอกมันเลว อะไรก็ตามที่มันเลวมันมาจากข้างนอกหมด เราอยู่ข้างในเราก็ดีกันอยู่แล้ว

 

โดยที่เราลืมไปอย่างหนึ่งว่า มันเป็นเพียงมายาคติที่ถูกสร้างขึ้นมา เวลาเราพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง พูดถึงชุมชนนิยม หรือแม้แต่ในประเทศไทย เราบอกว่าเราไม่เปิดเสรีเพราะเรารู้สึกว่าอะไรก็ตามที่มาจากข้างนอกมันสร้างกิเลส มันสร้างความโลภ มันเอาอะไรต่างๆ ที่ไม่ดีในเชิงจริยธรรมในเชิงศีลธรรมเข้ามา แล้วเราก็พยายามปลูกฝังความคิดแบบชาตินิยมขึ้นมา

 

แท้จริงแล้วการชูเรื่องชาตินิยมก็เพียงเพราะคุณต้องการปกป้องทุนชาติ เพราะคุณรู้สึกว่าถ้าปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาคุณเสียประโยชน์ เพราะคุณแข่งขันสู้บริษัทยักษ์ใหญ่พวกนี้ไม่ได้ ถามว่าเศรษฐกิจพอเพียง คุณปิดประเทศหรือเปล่า ถ้าคุณไม่ปิดประเทศ บริษัทยักษ์ใหญ่พวกนี้เข้ามา ผมถามว่าคุณแข่งขันสู้เขาได้หรือเปล่า ดูธุรกิจใหญ่ๆ ของไทย วันนี้เหลือธุรกิจอะไรบ้างที่ยังเป็นของคนไทย ที่ยังเป็นของทุนชาติอยู่ ผมรู้สึกว่าเหลือไม่เยอะ

 

“ถ้าถามผมเป็นนายทุนผมชอบไหม ชาตินิยม ชูเลยใช้ของไทย คุณผลิตรถยนต์คุณต้องซื้อของจากบริษัทคนไทย ผมแฮปปี้ แต่ถามว่าท้ายที่สุดใครล่ะได้กำไร ทุนชาติและทุนต่างชาติก็ได้กำไรเหมือนกัน การสะสมทุนก็กระจุกตัวอยู่แค่กลุ่มคนระดับสูงบางกลุ่มเหมือนกัน ถามว่าแล้วทุนชาติกับทุนต่างชาติต่างกันอย่างไร ไม่ต่างกัน เพียงแต่เรามีมายาคติ ท้ายที่สุดเศรษฐกิจพอเพียงก็เป็นวาทกรรมแบบหนึ่งเท่านั้นเอง”

 

นั่นคือคำพูดของนักการเมืองที่อ้างตัวเองว่าเข้ามาทำการเมืองใหม่ ทั้งยังโฆษณาตัวเองและพรรคเป็นนักประชาธิปไตยอันยึดมั่นอุดมการณ์ที่สูงส่งด้วย ซึ่งอยากให้ประชาชนคนไทยพิจารณากันเองว่า บุคคลเยี่ยงนี้กับสิ่งที่ชาวโลกพึงตระหนักและประจักษ์ เราควรให้ค่ากับใคร???