“สนธิญาณ”สงสัย! ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลหายหัวไปไหน ให้ลุงตู่สู้อยู่คนเดียว

“สนธิญาณ”สงสัย! ทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลหายหัวไปไหน ให้ลุงตู่สู้อยู่คนเดียว เตือนหากยังไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ในระยะยาวจะเสียและเสียหนักคือนายกเอง

0

 

“สนธิญาณ”สงสัย! ทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลหายหัวไปไหน ให้ลุงตู่สู้อยู่คนเดียว เตือนหากยังไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ในระยะยาวจะเสียและเสียหนักคือนายกเอง

ในรายการ ทิศทางไทยในช่วงเวลา 00.00 กับ สนธิญาณ” ทางช่องสถาบันทิศทางไทย เผยแพร่ผ่านทางยูทูป  ทางด้าน สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นการแก้ปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด19   ระบุว่า…

สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคร้าย โควิด19 ที่เกิดขึ้นต้องถือว่าหนักหน่วง และเราคนไทยได้สังเกตหรือไม่ว่าตั้งแต่เกิดสถานการณ์ขึ้นและได้มีการประกาศสภาวะฉุกเฉิน ดูเหมือนว่าเราจะเห็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระโดดโลดเต้นมนการแก้ไขปัญหาอยู่คนเดียว

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

สำหรับสถานการณ์โควิด19 ที่เกิดขึ้นมีวิกฤตเป็น 2 ด้าน ซึ่งด้านแรก คือการป้องกันดูแลควบคุมรักษา โดยตั้งแต่นายกได้มีคณะแพทย์ ซึ่งเป็นผู้รู้เรื่องจริง เข้าใจจริงมาเป็นที่ปรึกษา ได้ประเมินสถานการณ์แล้วก็เห็นได้ว่าทิศทางการบริหารจัดการเริ่มจะเดินไปถูกทาง โดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นแกน มีผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ เป็นมือไม้ อาจจะเห็นนโยบายของแต่ละจังหวัดที่แปลกแตกต่างกันไปบ้าง นั้นก็เป็นฝีไม้ลายมือของผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด ซึ่งน่าจะดีขึ้น หากกระทรวงมหาดไทยจัดการให้ทีแผนงานที่เชื่อมโยง และสามารถวางแผนให้สอดคล้องกันได้ในการประกาศนโยบายและทิศทางต่าง ๆ ไม่ใช่แต่ละจังหวัดต่างคนต่างประกาศ แต่ก็ถือที่ทำมาอยู่ในขึ้นดี

ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นวิกฤตที่ซ้อนอยู่มนวิกฤต คือวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ข้องประชาชน  บอกได้เลยว่า เราไม่ได้เห็นการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ  ซึ่งตอนนี้ก็มีข้อเสนอจากกระทรวงการคลังในเรื่องช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการ Lock down  แต่ก็เห็นได้ชัดหลังงจากประกาศช่วยไปรายละ 5,000บาท  และบอกว่ามีเป้าอยู่ที่ 3 ล้านคน ปรากฎว่าคนมาลงทะเบียนในระบบ 21ล้านคน  ต่อมาคลังออกมาประกาศย้ำว่า  มีเป้าเพิ่มขึ้นจาก 3ล้านคน เป็น 9ล้านคน ฟังดูเหมือนดี แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วเห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีการเตรียมการ เพราะหลังจากที่คลังประกาศไปแล้ว กระทรวงแรงงานได้ประกาศออกมาเหมือนกันว่าปาะกาศแบบนั้น ผู้ประกันตัวก็ควรจะได้เหมือนกันหรือไม่ เป็นคำถามขึ้นมา “สนธิญาณ” กล่าว

สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทำงานประสานกัน มาดูว่าโครงสร้างการทำงานในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีคณะกรรมการ 2 ชุด ชุดแรกเป็นคณะกรรมการซึ่ง มีนายกฯ หรือ รองนายกฯที่นายกฯมอบหมายเป็นประธาน แต่ครั้งนี้นายกฯนั่งเป็นประธานเอง คณะกรรมการชุดนี้มีรัฐมนตรีบางท่าน บางคน กับรองนายกฯ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการประจำคือปลัดการกระทรวง

อีกชุดหนึ่ง ก็คือ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 หรือที่เรียกว่า ศบค. ซึ่งนายกฯก็กระโดดมาเป็นผอ.ศูนย์เอง และมีรัฐมนตรีว่าการทุกคน เป็นคณะกรรมการศูนย์ แต่เรายังไม่เห็นบทบาทของการทำงาน การประกาศการดำเนินงานต่าง ๆ ที่ไหลออกก็ยังเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลัง หรือการแต่งตั้งก็ยังไปเน้นอยู่ที่ปลัดกระทรวง

“สนธิญาณ”ตั้งคำถามว่า ตั้งแต่มีรัฐบาลเลือกตั้ง ชุดที่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เราเคยได้ยินเสียงของคำว่าทีมเศรษฐกิจ หรือ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจหรือไม่ ก่อนหน้าน้า ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ดูเหมือนว่าจะได้รับการยอมรับว่าเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่พอเข้าสู่รัฐบาลเลือกตั้ง ดร.สมคิดก็บอกว่าตนเองไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพราะรัฐมนตรีเศรษฐกิจกระจายไปตามพรรคต่าง ๆ วันนี้จึงไม่เห็นบทบาทของดร.สมคิดเท่าที่ควรจะเห็น

สนธิญาณ”ตั้งคำถามอีกครั้งว่า เอ๊ะแบบนี้ครม.เศรษฐกิจ หรือผู้ที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ไม่ได้มีการประชุม ไม่ได้มีการปรึกษาหารือ เพื่อที่จะแก้วิกฤตนี้เลย และยังปล่อยให้ทำกันไปแบบนี้  ยกตัวอย่างเรื่อง5,000บาท เดี่ยวจะกลายเป็นปัญหา จาก21ล้านคน ประกาศว่าได้9ล้านคน และที่เหลือที่ไม่ได้  ส่วนคนที่ได้ แต่ไม่สมควรได้ ถ้ามีขึ้นมา และหากคนที่สมควรได้แล้วกลับไม่ได้  ถ้ามีขึ้นมาอะไรจะเกิดขึ้น

ทั้งนี้การประกาศหาเสียง รีบทำเพื่อจะได้แรงตอบรับจากประชาชนทแต่มันจะเกิดผลเสียในระยะยาวได้ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกฯจะทำอย่างไร ที่ให้ทีการวางแผนในเรื่องการเยียวยา กอบกู้เศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ และจริงจัง  เอาคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหรือภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันทำ ไม่ใช่ใครนึกอยากจะทำไรแบบตอนนี้ก็ทำ

สนธิญาณ” ทิ้งทายว่า “ชัดเจนว่าไม่ได้ทีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ในระยะยาวจะเสียและคนที่จะเสียหนักก็คือนายกฯเอง”