แตกเป็นแตก!!จีนเทพันธบัตรสหรัฐ $15,200ล้าน เหลือต่ำสุดในรอบ12 ปี ขณะเมกาตลาดหุ้นเจ๊ง $15ล้านล้าน

0

สงคราม ‘ตัวแทน’ ของไบเดนในยูเครนส่อเค้าทำให้เศรษฐกิจสหรัฐล่มสลาย เวลานี้ออกอาการสาหัสทั้งภาคเศรษฐกิจจริงและตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นหัวใจของทุนนิยมผูกขาด วันนี้อาการร่อแร่ 8 สัปดาห์เทรูดเงินหายไป 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ  มิหนำซ้ำ ล่าสุดจีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นเดือนที่4ติดต่อกัน มีมูลค่ากว่า 15,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 520,000 ล้านบาท เปิดหน้าชัดกลายๆว่าเลิกเกรงใจกันแล้ว ทำให้การถือครองรวมทั้งหมดอยู่ที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2553 ขณะตลาดหุ้นสหรัฐร่วงระนาวติดกันถึง 8 สัปดาห์ืำให้มูลค่าตลาดหดหายไปกว่า 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 24 พ.ค.2565 สำนักข่าวโกลบัลไทม์รายงานว่า ตามข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่23 พ.ค.2565 การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของจีนลดลงเหลือ 1.039 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม ลดลง 15,200 ล้านดอลลาร์จากเดือนก่อนหน้า

ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายจีนเปิดเผยว่าจีนจะลดการถือครองหนี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต่อไป หากอัตราเงินเฟ้อในระดับสูงของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ การตึงตัวของเงินอย่างรุนแรงยังคงดำเนินต่อไป และแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แย่ลงโดยเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างสินทรัพย์ในต่างประเทศ และกระจายทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยง

จีนยังคงเป็นผู้ถือพันธบัตรกระทรวงการคลังนอกสหรัฐฯ รายใหญ่เป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่นซึ่งมีมูลค่า 1.232 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนมีนาคม

โจว เมาฮัว(Zhou Maohua) นักวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคของ Everbright Bank กล่าวว่า การลดลงดังกล่าวเป็นการตัดสินใจตามตลาด โดยสังเกตว่าเมื่อตลาดตราสารหนี้สหรัฐผันผวนอย่างรุนแรง นักลงทุนต่างชาติมักจะขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โจวกล่าวว่า “ราคาตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ ที่ตกต่ำ แรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ เป็นสาเหตุหลัก” 

เมื่อเทียบกับผู้ถือหนี้สหรัฐต่างชาติรายอื่น การลดลงของจีนอยู่ในระดับปานกลาง ในการเปรียบเทียบ ญี่ปุ่นปรับลดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่า 73,900 ล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นการลดลงมากที่สุดในบรรดาผู้ถือต่างชาติ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเป็นการเคลื่อนไหวอย่างสิ้นหวังที่จะหนุนการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

โจวกล่าวว่าธนาคารกลางทั่วโลกกำลังลดทุนสำรองดอลลาร์สหรัฐ และหลีกหนีลัทธิฝ่ายเดียวของสหรัฐและตะวันตกที่เพิ่มขึ้น การกีดกันทางการค้า และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ได้เร่งแนวโน้มนี้ให้เร็วขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อำนาจของดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยงและด้อยค่าลงในระดับนานาชาติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เทียน หยุน (Tian)อดีตรองผู้อำนวยการสมาคมปฏิบัติการเศรษฐกิจปักกิ่งกล่าวว่า การลดการถือครองของจีนตอกย้ำว่าการต่อต้านอำนาจของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะสกุลเงินสำรองได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เทียนเห็นว่าจีนควรเพิ่มทองคำสำรอง ยึดเงินหยวนไว้กับการส่งออกทรัพยากรที่สำคัญ เช่น แร่หายาก และเพิ่มปริมาณการชำระหยวนและอำนาจการกำหนดราคาหยวนเมื่อนำเข้าทรัพยากรจากประเทศอื่น

Mr. Yu Yongding, Academincian and Senior Fellow, Chinese Academy of Social Sciences, Member of Advisory Committee of National Planning of National Development and Reform Commission, China

ความคิดเห็นที่คล้ายกันนี้จัดทำโดย หยู ยงดิง(Yu Yongding) นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของ Chinese Academy of Social Sciences ระหว่างการประชุมซิงหัวฟอรัม (Tsinghua PBCSF Chief Economists Forum) เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา

หยู ยงดิงแนะนำว่าทางการลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเพิ่มการถือครองสินทรัพย์รูปแบบอื่น เพิ่มการลงทุนในประเทศที่ผลิตทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ และปกป้องนักลงทุนต่างชาติในจีนอย่างเข้มงวด ในขณะเดียวกันก็ให้ความสนใจต่อความมั่นคงของสินทรัพย์ขนาดใหญ่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ของจีนที่ยังถือครองอยู่

สำหรับสหรัฐฯ หากนักลงทุนต่างชาติยังคงทิ้งหนี้กระทรวงการคลังของสหรัฐฯหมายถึงพันธบัตรของสหรัฐต่อไป จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐฯ สูงขึ้น ผลักดันต้นทุนทางการเงินของผู้บริโภคและวิสาหกิจในสหรัฐฯเอง และทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอ่อนแอลงไปด้วย

ในขณะเดียวกัน ธนาคารจีนมีดุลการชำระเงินตราต่างประเทศเกินดุล 19,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน เท่ากับค่าเฉลี่ยรายเดือนในไตรมาสแรกและสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2564 มาก ตามข้อมูลจากสำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐ (SAFE) ระบุ วันอังคารสัปดาห์ที่ผ่านมา

หวัง ชุนอิง โฆษกของ SAFE กล่าวว่า พื้นฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวของจีนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจในประเทศจะคงอยู่ไม่นานและถูกควบคุมได้ ขณะที่ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของจีนมีความเป็นผู้ใหญ่และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมีรากฐานที่ดีขึ้นและเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมภายนอก

เงินหยวนร่วงประมาณ 3.8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเดือนเมษายน แต่ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักของโลก เงินเยนอ่อนค่าลง 6.2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลง 4.7% และเงินปอนด์อังกฤษร่วงลง 4.35% ในเดือนเมษายน

มาดูด้านสหรัฐฯ หลังจากบลูมเบิร์กออกมาเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ากลุ่มหุ้นค้าปลีกของสหรัฐฯ พึ่งจะสูญเสียมูลค่ารวมกันไปกว่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์หรือ 19 ล้านล้านบาท ! หลังจากการร่วงลงของตลาดหุ้นในสัปดาห์ล่าสุดที่ผ่านมานี้ ขณะที่ Market Cap โดยรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ หายไปราว 15 ล้านล้านดอลลาร์ !