รัสเซียรุกกระชับรบ.เมียนมา! กลุ่มกบฎแจ้นทำเนียบขาว ขออาวุธใหม่ โอดมีแต่ของเก่ารอทิ้ง

0

รัสเซียรุกกระชับรบ.เมียนมา! กลุ่มกบฎแจ้นทำเนียบขาว ขออาวุธใหม่ โอดมีแต่ของเก่ารอทิ้ง

จากกรณที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาว่านายหยี่ มูน รมว.กลาโหมของรัฐบาลแห่งชาติ (เอ็นยูจี) หรือ “รัฐบาลเงา” ที่เป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวเมื่อวันอังคาร เรียกร้องอย่างตรงไปตรงมา ขอความสนับสนุนด้านการเงิน และอาวุธยุทโธปกรณ์จากตะวันตก เพื่อใช้เพิ่มศักยภาพในการสู้รบกับกองทัพเมียนมา เนื่องจากอาวุธที่มีอยู่ในเวลานี้ ล้วนเป็นอาวุธเก่า และแทบไม่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ รัฐบาลหารเมียนมาประกาศเมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว ว่า “กองกำลังประชาชน” ของรัฐบาลเงาหรือรัฐบาลคู่ขนาน และตัวของรัฐบาลเงาเองด้วย ถือเป็น “องค์กรก่อการร้าย” โดยกองกำลังดังกล่าว ซึ่งมีเครือข่ายกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วเมียนมา ประกาศทำ “สงครามประชาชน” กับกองทัพเมียนมา ซึ่งทำรัฐประหาร เมื่อเดือน มี.ค. 2564

ล่าสุดทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่กบฎเมียนมาขอชาติตะวันตกช่วยส่งอาวุธหนักสู้รบ โดยอ้างอิงจากสื่อท้องถิ่นเมียนมาร์ ระบุว่า 

ช่วงรัฐบาลเดิมของเมียนมาร์ ยุคนางอองซานซูจี เรืองอำนาจ สหรัฐได้ส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของตนเองมาทำงานในเมืองหลวงกรุงเนปิดอร์ราว 90 คน ในฉากบังหน้า “ที่ปรึกษารัฐบาล” ได้รับเงินเดือนจากงบประมาณรัฐบาลนางอองซานซูจี ราว 60,000 บาทไทย โดยมีเงินจากชาติตะวันตก และพ่อค้าไหลเข้าบัญชีมูลนิธิ NGOs ที่นางอองซานเป็นผู้บริหารจำนวนมากรวมทั้งทองคำมูลค่าราว 16 ล้านบาท ที่ไม่สามารถชี้แจงที่มาได้ ต่อมารัฐบาลยุคนั้นได้ลงนามสัญญาระยะยาวให้กองทัพสหรัฐเช่าเกาะโคโค ในทะเลอันดามัน เพื่อตั้งฐานยิงขีปนาวุธพิสัยกลางข่มขู่จีน ตามยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิค หรือฉายา NATO2 (ปัจจุบัน สหรัฐ ตั้งฐานทัพทั่วโลกกว่า 750 แห่ง)
เกาะโคโคนี้ ชัยภูมิดีมากสามารถสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ใช้ส่งกำลังบำรุง อาวุธยุทโธปกรณ์ได้เหมาะสม อยู่ในทะเลอันดามัน ห่างจากกรุงย่างกุ้ง 414 กม. และห่างกรุงเนปิดอว์เมืองหลวงพม่าเพียง 787 กม. (ห่างกรุงเทพ 771 กม.) ซึ่งอยู่ในระยะยิงขีปนาวุธสหรัฐ และยิงขีปนาวุธพิสัยกลางถึงจีนได้อีกด้วย สามารถแผ่บารมีทางทหารปกป้องฐานขุดเจาะน้ำมัน ก๊าซ ของสหรัฐ ฝรั่งเศส และท่าเรือน้ำลึกที่รัฐยะไข่ ริมทะเลอันดามันได้ แต่ได้สร้างความไม่พอใจให้กองทัพเมียนมามาก เพราะระยะยิงขีปนาวุธใกล้ขนาดนี้แทบจะป้องกันเมืองหลวงไม่ได้เลย แม้ว่ากองทัพเมียนมาจะมีอุโมงค์เจาะเข้าไปในภูเขาที่กว้างใหญ่ไว้เก็บอาวุธและหลบภัยสงคราม แต่ไม่ง่ายที่จะขนอาวุธออกมาตอบโต้ได้ทันในพริบตา
จีนเองก็ไม่พอใจมาก เพราะที่รัฐยะไข่มีท่อส่งน้ำมัน และก๊าซของจีนส่งตรงเข้ายูนนาน คุณหมิง ประจวบกับรัฐบาลนางอองซาน ไม่ยอมให้ชาวยะไข่กว่า 2 ล้านคนใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะเป็นฐานเสียงพรรคฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นหลังเลือกตั้งใหญ่ ก.พ.64 เป็นช่วง “สุญญากาศอำนาจไม่มีรัฐบาล” เพราะรัฐบาลนางอองซานหมดวาระไปก่อนเลือกตั้งแล้ว และ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ทางกองทัพพม่าจึงใช้ช่องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เข้ามาบริหารประเทศต่อชั่วคราวในนามสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council : SAC) เพื่อไม่ให้ประเทศขาดการมีรัฐบาล จากนั้นก็ประกาศฉีกสัญญาเช่าตั้งฐานทัพสหรัฐ ที่เกาะโคโคทิ้งไปทันที
แล้วจับกุมนางซูจี และพวกข้อหา “สายลับเป็นภัยความมั่นคงของชาติ” ใช้วิทยุสื่อสาร “เข้ารหัสลับผ่านดาวเทียมตรงกับสหรัฐ” กว่า 50 ชุด ไม่ผ่านระบบโทรคมนาคมที่รัฐอนุญาต และข้อหา “ทุจริตรับสินบน” พ่อค้าที่สารภาพต่อศาลว่าจ่ายสินบนเป็นทองคำมูลค่า 16 ล้านบาท ซิกแซกฟอกเงินผ่านมูลนิธิ NGO ของนางซูจีจริง โดยศาลเพิ่งตัดสินโทษจำคุกลงโทษนางซูจี เป็นเวลาหลายสิบปี เมื่อไม่ได้อำนาจรัฐ บรรดาพรรคพวกฝ่ายนางอองซาน จึงลี้ภัยหนีไปตั้งองค์กรชื่อว่า The National Unity Goverment: NUG เพื่อรับบริจาคเงินจากทั่วโลกมาซื้ออาวุธใหม่ตั้งกองทัพขึ้นมาเอง
แต่ทางสหประชาชาติ (UN)ไม่รับรองเพราะไม่มีอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ และทับซ้อนกับรัฐบาลเมียนมาปัจจุบันที่สามารถใช้ 3 อำนาจนี้ได้ มีเพียงสหรัฐ และฝ่ายระเบียบโลกเก่าเท่านั้นที่รับรอง โดย NUG ตั้งกองกำลังติดอาวุธเรียกว่า PDF โดยมีสหรัฐ อังกฤษ สนับสนุนอาวุธประจำกายและหน่วยรบมาฝึกใ้ช้อาวุธ ช่วงแรกๆ ก็ไปใช้พื้นที่และจ้างกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าหลายกลุ่มฝึกอาวุธตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีหน่วยรบพิเศษชาติตะวันตกไปฝึกให้ คอยลอบซุ่มโจมตีแบบกองโจร ฐานทหารเมียนมาที่ประจำการตามแนวชายแดน
แต่ช่วงหลังมารัฐบาลเมียนมาขึ้นทะเบียน NUG เป็นกบฎต่อรัฐ และขึ้นทะเบียน PDF เป็นกลุ่มก่อการร้าย บรรดากลุ่มชาติพันธ์ต่างๆ เริ่มเห็นท่าไม่ค่อยดีที่จะโดนรัฐบาลพม่าปราบปรามพ่วงไปด้วย เช่น ไทใหญ่ใต้ มอญ ฯลฯ จึงค่อยๆ ถอยห่างไม่อยากยุ่งด้วย และหันไปตอบรับคำเชิญอย่างเป็นทางการรัฐบาลเมียนมาร์ กว่า 9 กลุ่มในการหยุดยิงเพื่อเจรจาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นแบบสหพันธรัฐ แต่ไม่ได้เชิญ NUG ร่วมด้วย ปลาย มี.ค.65 ที่ผ่านรัสเซียส่ง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐตาตาร์สถาน ในอารักขารัสเซีย เดินทางเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ โดยรัสเซียจะเข้าไปลงทุนในพม่าในหลากหลายกิจการ
เช่น อุตสาหกรรมน้ำมัน พลังงาน ต่อเรือ โรงงานประกอบรถยนต์ ยาและอุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงการผลิตสินค้าอื่นๆ ต่อมาวันที่ 16 พ.ค.65 ทางการรัสเซีย เข้าพบทูตพม่าประจำกรุงมอสโก เพื่อหารือรายละเอียดร่วมกัน ด้านนางหยี่ มูน ตัวแทนฝ่ายกบฎ NUG ได้ออกมา เรียกร้องประชาคมโลกให้การสนับสนุนด้าน”อาวุธและเงินทุน” เพื่อต่อสู้กับรัฐบาลทหารเมียนมา “แบบเดียวกับที่ให้ยูเครน” ทำพื้นที่เมียนมาให้กลายเป็นสนามรบ “ยูเครน2”..โดยยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าตามแนวชายแดนไทย จีน อินเดีย กลุ่มขาใหญ่ผลประโยชน์สีเทา ไม่ยอมเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลอีกราว 5 กลุ่ม เช่น KNU/KNLA , KNDO ฯลฯ ที่หัวหน้ามีบ้านหรูอยู่ฝรั่งเศส และในชาติตะวันตก
จึงคอยลอบซุ่มโจมตีทหารเมียนมาร์ตามแนวชายแดน และปล้นชิงลักขโมยอาวุธ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และปกป้องเหมืองทองต่างชาติแนวชายแดนไทย ล่าสุดวันที่ 18 พ.ค.65 กองทัพเมียนมาใช้เครื่องบินโจมตี 1 ลำ ถล่มกลุ่มกะเหรี่ยงติดอาวุธฝ่ายกบฎ และมีการสู้รบกันอย่างหนัก บริเวณบ้านทีสาแหล ห่างจากแนวชายแดนไทยประมาณ 2 กม.ตรงข้ามบ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก มีผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงหลบหนีภัยจากการสู้รบเข้ามาที่ไทยให้การช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชน..สหรัฐ อังกฤษ พอได้ยินว่ากบฎเมียนมาร์ อยากได้อาวุธใหม่ ช่วยระบายอาวุธเก่า ก็หูผึ่งเด้งรับพบตัวแทนกลุ่มกบฎ NUG ที่ไปพบที่ทำเนียบขาว วอชิงตัน ทันที..พร้อมประกาศยิ้มแก้มปริ จะอยู่เคียงข้างเสมอ..ให้สู้ต่อไป ชนะแน่นอน