ส่อแววเท! สหรัฐ อ้างบทเรียนยูเครน จะไม่ส่งทหารช่วยไต้หวัน ให้อาวุธป้องกันจีนเอาเอง

0

ส่อแววเท! สหรัฐ อ้างบทเรียนยูเครน จะไม่ส่งทหารช่วยไต้หวัน ให้อาวุธป้องกันจีนเอาเอง

จากกรณีที่ สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ 6 คน เดินทางถึงไต้หวันเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 65 โดยสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ทั้ง 6 ประกอบด้วยวุฒิสมาชิก 5 คน และสส. 1 คน นำโดย วุฒิสมาชิก ลินด์ซี แกรห์ม จากพรรครีพับลิกัน , วุฒิสมาชิกโรเบิร์ต เมเนนเดซ , วุฒิสมาชิก ริชาร์ด เบอร์ , วุฒิสมาชิก โรเบิร์ต พอร์ทแมน , วุฒิสมาชิก เบนจามิน แซสซี และสส. รอนนี แจ็คสัน การเยือนของคณะสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ แนนซี เปโลซี ประธานสภาสหรัฐฯ ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไปเยือนไต้หวัน แต่ต้องเลื่อนออกไป หลังจากที่เธอติดเชื้อโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม วุฒิสมาชิกแกรห์ม กล่าวต่อประธานาธิบดีไช่ อิง เหวิน ของไต้หวันในระหว่างที่พบกันว่า สงครามในยูเครนและพฤติกรรมที่ยั่วยุของจีนทำให้สหรัฐมีแนวคิดที่เห็นพ้องตรงกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขากล่าวว่า การละทิ้งไต้หวันจะเท่ากับเป็นการละทิ้งประชาธิปไตยและเสรีภาพ ส่วนวุฒิสมาชิก เมเนนเดซ ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐฯ กล่าวว่า ไต้หวันเป็นประเทศที่มีนัยสำคัญของโลกและความมั่นคงของไต้หวันก็มีความสำคัญต่อทั่วทั้งโลก

ล่าสุดเพจ World Maker ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ ยกระดับคำเตือน ! ไต้หวันต้องเสริมกำลังป้องกันจีนตั้งแต่ตอนนี้ โดยอ้างอิงจากสำนักข่าว Bloomberg ซึ่งมีรายละเอียดระบุว่า 

พลเรือเอก Michael Gilday หัวหน้ากองทัพเรือของสหรัฐฯ ออกโรงยกระดับคำเตือน ไต้หวันจะต้องเสริมกำลังป้องกันตัวเองจากการรุกรานของจีนที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการจัดหาอาวุธที่เหมาะสมและการซ้อมรบที่เหมาะสม
ทั้งนี้ เขาย้ำว่าบทเรียนจากยูเครนคือเครื่องเตือนใจครั้งใหญ่สำหรับไต้หวัน (ว่าสหรัฐฯ อาจจะไม่ส่งทหารเข้ามาช่วย อาจจะแค่ค้าอาวุธให้อย่างเดียว ?) พร้อมเน้นย้ำ “อย่างจริงจัง” ให้ไต้หวันยกระดับการป้องกันและการซ้อมรบเสียตั้งแต่ตอนนี้
ซึ่งแน่นอนว่าทางฝั่งจีนนั้นออกมายืนยันคำเดิม “ไม่ต้องการใช้กำลังทหารกับไต้หวัน แต่อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดก็ต้องรวมชาติกันให้ได้ (แม้จะต้องใช้กำลังก็ตาม) เพราะไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนมาโดยตลอด ไม่เคยมีสถานะเป็นประเทศ” พร้อมยังกล่าวอีกว่าสหรัฐฯ ไม่ควรเข้ามาแทรกแซงหรือสร้างความแตกแยกในแผ่นดินคนอื่น
ยิ่งไปกว่านั้น Gilday ให้ความเห็นว่าแม้แต่ผู้บัญชาการทหารของสหรัฐฯ เอง ก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าสงครามในยูเครนจะยืดเยื้อไปถึงไหน และ “ยังมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ” สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรป (ยูเครน) กับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในเอเชีย