ไบเดนมีหนาว! อาเซียนรวมปึก 10 ชาติน้ำหนึ่งใจเดียว จุดยืนชัด ไม่ยอมให้สหรัฐข่ม บีบเลือกข้างทำสงครามโลก!?

0

หลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมประชุม สุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษที่จะมีขึ้นระหว่าง 12-13 พ.ค. มีวัตถุประสงค์เพื่อ “ฉลอง 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ โดยในครั้งนี้ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เปิดโอกาสให้ผู้นำอาเซียนและสหรัฐฯ ร่วมกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วย “

ขณะที่ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้พบปะชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาและกล่าวตอนหนึ่ง ว่า ยินดีที่ได้มาพบกันในวันนี้ ต้องการมาขอกำลังใจ เพราะนายกฯต้องไปประชุมสุดยอดเอเซียน-สหรัฐ อีกหลายวงประชุม เพื่อหารือที่จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปข้างหน้าได้ วันนี้มาประชุมอาเซียน-สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษ หลายคนก็จับตามองว่า นายกฯจะมาพูดอะไร จะอยู่ข้างใคร จะไปอยู่อะไรกับใคร เราไม่อยู่ข้างใคร เราต้องทำให้ดีที่สุด ทำอย่างไรให้ประเทศไทยไม่เสียหาย หลักการของเราคือ ไม่ขัดแย้งอะไรกับใครทั้งสิ้น ว่าไปตามสถานการณ์

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก World Maker ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นการประชุม สุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ได้ระบุว่า “ASEAN รวมปึก เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ! ไม่ร่วมประณามรัสเซีย ไม่ต้องการสงคราม หลีกเลี่ยงการเลือกข้าง แม้สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอด เอาแล้วงานนี้ดูเหมือนว่าชาติในอาเซียนของเรารวมถึงไทยเองจะเลือกจุดยืนที่เป็นกลางหรือไม่ ? ไม่ยอมให้ใครมาข่มเลือกข้าง ”

ล่าสุดมีข่าวทางด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกที่น่าสนใจออกมาอีกแล้ว หลังจากชาติในอาเซียนแสดงความเคลื่อนไหวแบบ รวมปึก เป็น 1 ใจเดียวกัน โดยการไม่ร่วมประณามรัสเซีย และมีจุดยืนที่เป็นกลาง โดยแถลงการณ์ร่วมของชาติ ASEAN เราระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ขอละเว้นจากการประณามใด ๆ ต่อรัสเซีย” และยังหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า สงครามการบุกรุก อีกด้วย

แต่ถึงกระนั้น ชาติ ASEAN ก็ได้เรียกร้องอย่างชัดเจน ให้ทุกฝ่ายพยายามยุติสงครามโดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าอาเซียนนั้น เคารพในอธิปไตย ความเป็นอิสระทางการเมือง และบูรณภาพแห่งดินแดน ของทุกประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงจากข้างใดข้างหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ทางไบเดนกำลังพยายามรวบรวมพันธมิตรของสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการต่อต้านอำนาจของรัสเซีย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในยุโรป โดยที่ประเทศส่วนใหญ่พยายามจัดหาอาวุธและวัสดุอื่น ๆ ให้กับกองกำลังของยูเครน และมีการประณามรัสเซียออกสื่อมากมาย รวมถึงเรื่องก๊าซและพลังงานที่ขู่ว่าจะคว่ำบาตรอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ยังคว่ำบาตรจริง ๆ ไม่ได้

ส่วนทางอินโดนีเซีย ที่ก่อนหน้านี้มีการประณามรัสเซีย ล่าสุดก็ได้ ‘ปฏิเสธความต้องการของชาติตะวันตก’ ที่จะกีดกันไม่ให้ปูตินเข้าร่วมประชุม G-20 โดยอินโดนีเซียที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ได้ตัดสินใจเชิญทั้งปูติน และเซเลนสกี เข้าร่วมประชุม

แต่การประชุมครั้งนี้จะต้องแยกตัว เพราะปูตินบอกว่าเขาจะไม่ร่วมเวทีกับเซเลนสกี ทำให้ต้องมีการประชุมแยกระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ในการประชุม G20 ทั้งนี้ดูเหมือนว่าสหรัฐฯ เอง จะเริ่มมองเห็นชาติอาเซียนเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี ที่จะใช้ถ่วงดุลอำนาจระหว่างเสรีนิยมประชาธิปไตย-สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ขณะที่การตอบรับของปูติน ก็แสดงให้เห็นว่ารัสเซียมองเอเชียเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเช่นกัน

ดังนั้นแล้ว สถานะของเราตอนนี้คือ ‘จุดกึ่งกลางระหว่างเวทีโลก’ และเมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันเช่นนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีการผลักดันให้ “เอเชีย” กลายเป็นสถานที่ศูนย์กลางที่โลก 2 ขั้วจะมาบรรจบหรือทำการค้ากัน

โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ชาติในเอเชียและอาเซียนนั้น จะต้องร่วมใจกันรักษาจุดยืนที่เป็นกลางนี้เอาไว้ให้ได้ เพราะเมื่อโลก 2 ขั้วแตกแยกกันมากกว่าเดิม พวกเขาก็ต้องหันมาเร่งหาพื้นที่เศรษฐกิจส่วนกลางที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง 2 แนวคิดทางการเมือง และคำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ “เอเชีย” ดังนั้นหากประเทศในเอเชียทั้งหลายเข้าใจจุดนี้ และยังเป็นปึกแผ่น เราจะสามารถมีอำนาจต่อรองในการรักษาผลประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อถ่วงดุลอำนาจโลกต่อไป

อาจจะพูดได้ว่า อาเซียนนั้นมีสิทธิ์จะกลายเป็นขั้วอำนาจที่ 3 ของโลกเลยก็ว่าได้ แต่จะเป็นไปได้จริง ๆ หรือไม่นั้น ก็คือขึ้นอยู่ความร่วมมือภายในระหว่างอาเซียนเราเอง เพราะ World Maker ได้ชี้แนะไปแล้วว่าโอกาสทองกำลังอยู่ตรงหน้า

แน่นอนว่าอาเซียนจะต้องเจอแรงกดดันอีกหลายอย่าง ต้องเผชิญบททดสอบระหว่างการเปลี่ยนผ่านอีกมากมาย ซึ่งก็คงต้องมารอดูกันแล้วว่าเหล่าผู้นำจะมีวิสัยทัศน์นำพาอาเซียนไปสู่จุดใด