ฟิลิปปินส์เนื้อหอม!?จีน-รัสเซีย-สหรัฐสายตรง ยินดีมากอส จูเนียร์ชนะ ขณะตลาดหุ้นร่วง $10,000 ล้าน

0

ปธน.สี จิ้นผิง, ปธน.ปูตินและปธน.ไบเดนต่างแสดงความยินดีกับเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ อย่างครบถ้วน ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจเก่า สหรัฐและผู้ท้าทายใหม่คือรัสเซีย-จีน คุกรุ่นทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางทหาร  ประเทศฟิลิปปินส์เป็นจุดสำคัญแห่งหนึ่งในการแข่งขันอิทธิพลของสหรัฐและจีนอย่างชัดแจ้งในเอเชีย-แปซิฟิก

จากผลการเลือกตั้งเบื้องต้นมาร์กอส จูเนียร์ ชนะการเลือกตั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม อย่างถล่มทลายด้วยคะแนนเสียงมากกว่า 31 ล้านเสียง มีทั้งดอกไม้และการประท้วงจากกลุ่มต่อต้าน ขณะที่ตลาดหุ้น ทุนเคลื่อนย้ายแรงกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

วันที่ 12 พ.ค. 2565 สำนักข่าวทาซซ์และเซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่า ปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียแสดงความยินดีกับเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ว่า “ผมคาดหวังว่ากิจกรรมของคุณในฐานะประมุขจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ระหว่างรัสเซียและฟิลิปปินส์ในด้านต่างๆ” 

จากผลการเลือกตั้งเบื้องต้น เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ลูกชายของอดีตเผด็จการผู้ล่วงลับ ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม อย่างถล่มทลายด้วยคะแนนเสียงมากกว่า 31 ล้านเสียง

นอกจากนี้ทั้ง ปธน.สี จิ้นผิงแห่งจีน และปธน.โจ ไบเดน ก็ได้แสดงความยินดีกับชัยชนะของมาร์กอส จูเนียร์เช่นกัน

ปธน.สี จิ้นผิง ของจีนยังได้พูดคุยกับมาร์กอส จูเนียร์ เมื่อวันพุธ ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ทางการของจีน โดยผู้นำจีนเน้นว่าทั้งสองประเทศเป็น “หุ้นส่วนกันผ่านด้านลึกและด้านเปราะบาง” “ผมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ฟิลิปปินส์ และยินดีที่จะสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีกับปธน.มาร์กอสที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ยึดมั่นในความเป็นเพื่อนบ้านและมิตรภาพที่ดี” 

ปธน.โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ แสดงความยินดีกับมาร์กอส จูเนียร์ทางโทรศัพท์ ทำเนียบขาวระบุในถ้อยแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่าเขาตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกเพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาวอชิงตันที่มีมาช้านาน

ไบเดนกล่าวว่าเขาต้องการ “ขยายความร่วมมือทวิภาคี” ในประเด็นต่างๆ รวมถึงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 วิกฤตสภาพภูมิอากาศ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเคารพสิทธิมนุษยชน

ฟิลิปปินส์เป็นแนวหน้าของความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ขณะที่นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่าชัยชนะของมาร์กอส จูเนียร์ อาจทำให้สหรัฐฯ พยายามผลักดันจีนเพิ่ม ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญทางยุทธศาสตร์ในเอเชีย-แปซิฟิก และมีแนวโน้มสัมพันธ์แนบแน่นกับผู้นำใหม่ ทั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ที่เป็นสัญญลักษณ์ของ ขุมอำนาจตระกูลมาร์กอสจับมือกับตระกูลดูเตอร์เตซึ่งไม่ปลื้มกับเครือข่ายต่อต้านพวกเขา ที่ได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐฯ

ไม่นานหลังจากเขาได้รับชัยชนะถล่มทลายจากการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์เผชิญการเทขายกะทันหันจากทั่วโลกราว 9.3 พันล้านดอลลาร์ หลังนักลงทุนแห่ถอนเงินออก ในขณะที่ประชาชนกำลังรอคอยการประกาศนโยบายเศรษฐกิจของ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ แต่การเทขายได้เกิดขึ้นในขณะที่หุ้นทั่วโลกร่วงลงจากการที่เฟด-สหรัฐขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น และเงินเฟ้อสหรัฐยังคงติดดอยที่ 8.3%

แมนนี ครูซ นักยุทธศาสตร์จาก Papa Securities กล่าวว่า “มาร์กอสต้องจัดตั้งทีมเศรษฐกิจของเขาทันทีเพื่อให้ตลาดมีความมั่นคง”  “หากไม่มีทีมเศรษฐกิจและการประกาศวาระทางเศรษฐกิจของเขา มันจะเป็นเรื่องยากที่จะเห็นการชุมนุมของนักลงทุน ที่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อกระแสลมทั่วโลกซึ่งค่อนข้างเป็นลบเป็นหลัก”