กล้าหรือเปล่า? ชาวเน็ตรุมจี้ “หมอปลา”แน่จริงบุกวัดธรรมกาย จับธัมมชโย

0

กล้าหรือเปล่า? ชาวเน็ตรุมจี้ “หมอปลา”แน่จริงบุกวัดธรรมกาย จับธัมมชโย

จากกรณีที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ ที่หมอปลา ได้บุกเข้าตรวจสอบ “หลวงปู่แสง ญาณวโร” พระเกจิชื่อดัง อายุ 98 พรรษา และป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ที่อาศัยอยู่ในที่พักสงฆ์ พื้นที่บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ว่า เหตุใดถึงไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อน

อย่างไรก็ตาม ทางด้านของ หมอปลา ซึ่งมีการปกป้องพระพุทธศาสนา จับพระนอกรีตมาโดยตลอด ในขณะเดียวกัน ก็มีชาวเน็ตหลายคน ได้ออกมาเชียร์ให้หมอปลา บุกไปที่วัดธรรมกาย เพื่อจับธัมมชโยให้ได้

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

โดยทาง นายนพดล พรหมภาษิต อดีตเลขาธิการ ศชอ. ได้โพสต์ข้อความว่า ขอเรียกร้องให้หมอปลาเข้าไปตรวจสอบวัดธรรมกาย และช่วยตามจับธัมมชโยให้ได้

หลายท่านออกหน้าเชียร์ “หมอปลา” อย่าเล่นแต่พระเล็กพระน้อย ต้องเล่นใหญ่ บุกธรรมกายจับธัมชโย มาให้ตำรวจดำเนินคดี ผมเชียร์ด้วยคน

เราขอเป็นหนึ่งเสียง ให้หมอปลาไปตรวจสอบวัดธรรมกาย แต่มันจะกล้าหรือเปล่า? ถ้ามันไม่กล้า มันหน้า H.

อย่างไรก็ตาม ย้อนไปเมื่ปี 2541 พระอดิศักดิ์ วิริสโก อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย กล่าวหา พระธัมมชโย ยักยอกเงินและที่ดิน ที่ญาติโยมบริจาคให้ และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ใกล้ชิดสีกา และอวดอุตริมนุสธรรม

จากนั้น วรัญชัย โชคชนะ แกนนำกลุ่มพุทธศาสนิกชนชาวไทย เข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม กล่าวหาว่าพระธัมมชโย ทำผิดกฎหมายอาญา ฐานหลอกลวงผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินและฉ้อโกงทรัพย์ที่มีผู้บริจาคให้วัดไปเป็นของตัวเองและพวก

พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ในฐานะเจ้าคณะภาค 1 ได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคม ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ขณะที่สมเด็จพระสังฆราช มีพระลิขิต ให้ธัมมชโยคืนที่ดิน ทรัพย์สิน ขณะเป็นพระให้วัดพระธรรมกาย
ต่อมา มส.มีมติให้วัดพระธรรมกายปฏิบัติตามคำวินิจฉัย 4 ข้อของเจ้าคณะภาค 1 คือ ปรับปรุงแนวทางคำสอนของวัดพระธรรมกาย ว่า “นิพพานเป็นอนัตตา” ไม่ใช่ “อัตตา” และยุติการเรี่ยไรเงินนอกวัด และผู้เกี่ยวข้องพยายามให้ธัมมชโยคืนที่ดินและเงินบริจาคแก่วัดพระธรรมกายแต่ไม่สำเร็จ กรมการศาสนาจึงได้แจ้งกล่าวโทษข้อหายักยอกทรัพย์

เป็นเหตุให้กองปราบปราม นำกำลังคอมมานโด เข้าล้อมจับวัดธรรมกาย แต่ก็มีบรรดาลูกศิษย์ รวมตัวกันเป็นโล่มนุษย์ออกมาป้องกันจนกองปราบปรามต้องถอยกลับ สุดท้าย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง สมเด็จฯ วัดชนะสงคราม ต้องมีบัญชาเด็ดขาดว่า ถ้าพระธัมมชโยไม่มามอบตัวต้องสึก ทำให้ พระธัมมชโย ยอมมามอบตัว และได้ประกันทันทีภายในวัดชนะสงคราม

3 ตุลาคม 2542 อัยการสั่งฟ้องพระธัมมชโย แต่พระธัมมชโยอ้างว่าไม่สบาย ไม่มามอบตัว อัยการจึงส่งแพทย์โรงพยาบาลตำรวจไปตรวจถึงที่วัด ปรากฏว่า อาการปกติ กระทั่ง 13 พฤศจิกายน ปีเดียวกันพระธัมมชโยเข้ามอบตัวและได้ประกันตัวไป

ต่อมา 21 ส.ค.ปี 2549 พนักงานอัยการ ได้ขอถอนฟ้องพระธัมมชโย ก่อนถึงวันที่ศาลนัดสืบพยานแค่ 2 วัน และอัยการสูงสุด ให้เหตุผลในการขอถอนฟ้องว่า พระธัมมชโยกับพวก ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎกและนโยบายของสงฆ์แล้ว ส่วนที่ดินและทรัพย์สิน ได้คืนให้กับวัดแล้ว

การถอนฟ้องเกิดขึ้นในยุคของรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร โดยมีรัฐมนตรีมหาดไทยในขณะนั้นได้ใช้ วัดพระธรรมกาย ระดมเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศ 80,000 คน มาร่วมงาน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมขับไล่ รัฐบาลทักษิณ สุดท้าย พระธัมมชโย กลับมาเจอวิบากกรรมอีกครั้งในคดีฟอกเงิน และรับของโจร