จีนฟาดสหรัฐเละ!เห็นแก่ตัวเสี้ยมความขัดแย้ง ส่งเรือรบเข้าช่องแคบไต้หวันถี่ ขณะถล่มค่าเงินหากำไรฝ่ายเดียว

0

บรรยากาศคุกรุ่นในเอเชีย-แปซิฟิก ในระยะนี้ส่อเค้าชัดเจนในความขัดแย้งของสหรัฐและจีน เมื่อจีนปฏิเสธร่วมมือสหรัฐและพันธมิตถล่มคว่ำบาตรรัสเซีย ระยะนี้จึงได้เห็นกระแสข่าวปะทะกันระหว่างวีไอพีจีนและสหรัฐทางการทูต และทางเศรษฐกิจอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน  เรียกว่าระดับเปิดหน้าชนไม่เกรงใจกันแล้ว

ล่าสุดทางการจีนประณามสหรัฐในหลายประเด็นติดๆกัน กล่าวเป็นนัยตำหนิผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ที่มาจุ้นนโยบายปราบโควิดของจีน  และประณามเรือรบสหรัฐฯ ลำล่าสุดที่แล่นเข้าช่องแคบไต้หวันยั่วยุจีนถี่ยิบ โดยตำหนิวอชิงตันอย่างเปิดเผย ที่ก่อความตึงเครียดในการเผชิญหน้าครั้งล่าสุดระหว่างทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ของจีนก็ระบุชัดด้วยว่า ความวุ่นวายของเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้เป็นฝีมือของสหรัฐเอาตัวรอด เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของตัวโดยไม่สนใจว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆทั่วโลก

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

วันที่ 11 พ.ค.2565 สำนักข่าวโกลบัลไทมส์รายงานว่ากองบัญชาการกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) ได้ติดตามเรือลาดตระเวนของกองทัพเรือสหรัฐฯ เคลื่อนผ่านช่องแคบไต้หวันอย่างยั่วยุ

หลังจากที่กองทัพเรือจีน ได้จัดการซ้อมรบร่วมขนาดใหญ่รอบเกาะไต้หวันจากทั้งสองด้าน ระหว่างวันที่ 6-8 พ.ค.ที่ผ่านมา และกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง (Liaoning) ได้ดำเนินการฝึกซ้อมไปทางตะวันออกก่อนหน้านี้ ทำให้สหรัฐฯส่งเรือลาดตระเวนเข้าช่องแคบไต้หวัน  มีเป้าหมายเพื่อแสดงการสนับสนุนกองกำลังแบ่งแยกดินแดน “ไต้หวัน” ด้านนักวิเคราะห์จีน กล่าวว่าการสมรู้ร่วมคิดระหว่างกองกำลังต่างชาติกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมีแต่จะต้องล้มเหลว

พันเอก ซื่อ ยี่ โฆษกกองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพฯ ระบุในการแถลงข่าวว่า ยูเอสเอสพอร์ตรอยัลเรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐ ได้ผ่านช่องแคบไต้หวันเมื่อวันอังคารที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯได้เปิดเผยต่อสาธารณชนต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าว ด้านกองบัญชาการกองทัพจีนฯ ได้จัดกองกำลัง ติดตามและเฝ้าติดตามเรือรบสหรัฐฯ ตลอดเส้นทาง

ซือกล่าวว่า การมาแล่นในช่องแคบบ่อยครั้งเช่นนี้ เท่ากับสหรัฐฯกำลังส่งสัญญาณที่ไม่ถูกต้องไปยังกองกำลัง “แบ่งแยกของไต้หวัน” และกำลังจงใจเพิ่มความตึงเครียดเพิ่มขึ้นในช่องแคบไต้หวัน 

ด้านกองเรือที่ 7 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ แถลงว่า เรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิถีชื่อติคอนเดอโรกา ยูเอสเอส พอร์ต รอยัล (Ticonderoga USS Port Royal) ได้ทำการแล่นเข้าช่องแคบไต้หวันในวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นน่านน้ำสากลตามกฎหมายระหว่างประเทศ แถลงการณ์ระบุว่า “เรือรบสหรัฐฯแล่นผ่านช่องแคบที่อยู่นอกเหนือทะเลอาณาเขตของรัฐชายฝั่งใดๆ การเดินเรือพอร์ตรอยัลผ่านช่องแคบไต้หวันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่มีต่ออินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง” 

น่านน้ำรอบไต้หวันยังคงระอุไปด้วย บรรยากาศยั่วยุของสหรัฐต่อจีนบ่อยครั้งขึ้นเป็นความเประบางในการกระทบกระทั่งทางการทหาร ขณะที่ในด้านการทูตก็เดือดไม่น้อยกว่ากัน เมื่อสหรัฐเปลี่ยนข้อความในเอกสารเผยแพร่ทางการของกระทรวงการต่างประเทศตัดประโยคที่ยืนยันสนับสนุนจีนเดียวออก อีกทั้งผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกออกมาวิจารณ์นโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีนในช่วงเวลาเดียวกันด้วย

จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า “โลกนี้มีเพียงจีนเดียว ขณะที่ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลจีนเดียวที่ชอบธรรม พร้อมย้ำว่า การกระทำของอเมริกาเป็นการบ่อนทำลายนโยบายจีนเดียว ทว่าการชักใยทางการเมืองเช่นนี้ ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะเดิมของไต้หวันได้ และรังแต่สุมไฟให้เกิดความขัดแย้งเท่านั้น“ “นอกจากนี้ทางการจีนขอให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมองนโยบาย Zero Covid ของจีนอย่างมีเหตุผล และอยู่บนพื้นฐานของความจริง และไม่ควรแสดงความเห็นที่ไร้ความรับผิดชอบ” 

ถึงแม้ว่าโฆษก กต.จีน จะไม่ได้กล่าวชื่อถึงผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกโดยตรง แต่แถลงข่าวประจำวันดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกได้วิจารณ์ผู้เชี่ยวชาญจีนว่านโยบาย Zero Covid ไม่ยั่งยืนและไม่สอดคล้องกับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส 

สำหรับการทักท้วงของกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่ประณามพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอกของสหรัฐ ในการเปลี่ยนแปลงเอกสารสรุปข้อมูลสำคัญ (fact sheet) เกี่ยวกับความสัมพันธ์วอชิงตัน-ไทเป ซึ่งเผยแพร่ทางออนไลน์ในฐานข้อมูลเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยตัดข้อความที่ว่า สหรัฐฯ ไม่สนับสนุนการประกาศเอกราชของไต้หวัน และยอมรับจุดยืนของปักกิ่งว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ออก ซึ่งเรื่องนี้ เน็ด ไพรซ์ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐออกมาแก้ตัวว่าเป็นแค่การอัพเดทข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐปฏิเสธนโยบายจีนเดียว

ทางด้านวิกฤตเศรษฐกิจเว่ย ฮงซู (Wei Hongxu) นักวิจัยจาก ANBOUND ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระด้านความคิดข้ามชาติของจีน ระบุว่า ความเสี่ยงที่ล้นหลามของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่เป็นพิษได้เกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากการเปลี่ยนจากนโยบายการเงินที่หละหลวมอย่างมาก ไปสู่การบังคับให้เข้มงวดขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ นโยบายการเงินของสหรัฐฯนี้ จะทำให้เกิดความวุ่นวายในกระแสเงินทุนระหว่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความโกลาหลอย่างมาก เกิดความเสี่ยงต่อตลาดการเงินระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศ ที่มีภาระหนี้ภาครัฐสูง

การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการลงทุน ทำให้เกิดการปรับรอบใหม่ในตลาดทุนทั่วโลก รวมทั้งสหรัฐอเมริกา และกระตุ้นการคืนทุนระหว่างประเทศนอกจากนี้ การแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินของประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ซึ่งจะเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อการไหลออกของเงินทุน ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเงิน การเงิน และเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศที่มีภาระหนี้ต่างประเทศจำนวนมากมักประสบปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของภาครัฐ  การกระทำของสหรัฐเป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาของตนเอง โดยไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆในโลกแต่อย่างใด!!