ปูติน หัวเราะลั่น! ยูเครนเผยจุดอ่อน วอนรัสเซีย ยกเลิกปิดท่าเรือ ต้องส่งอาหารผ่านรถไฟ ทำค่าใช้จ่ายพุ่งมหาศาล!

0

ปูติน หัวเราะลั่น! ยูเครนเผยจุดอ่อน วอนรัสเซีย ยกเลิกปิดท่าเรือ ต้องส่งอาหารผ่านรถไฟ ทำค่าใช้จ่ายพุ่งมหาศาล!

จากสถานการณ์ในโอเดสซา เมืองท่าที่สำคัญทางตอนใต้ของยูเครน รวมถึงพื้นที่บริเวณท่าเรือ ถูกกระหน่ำโจมตีอย่างหนักด้วยขีปนาวุธ แม้กระทั่งในช่วงที่มีการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะในรัสเซีย และเมื่อสำรวจความเสียหาย พบว่ามีอาคารหลายแห่งพังเสียหาย มีขีปนาวุธ 7 ลูกพุ่งชนศูนย์การค้าและคลังน้ำมัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย

ล่าสุดทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเร่งดำเนินการเพื่อยุติการปิดล้อมท่าเรือโดยรัสเซียในทันที เพื่อให้สามารถขนส่งข้าวสาลีและป้องกันวิกฤตการณ์อาหารทั่วโลกได้ ระบุว่า

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ปัจจุบัน รัสเซียและยูเครน คือ “ตระกร้าขนมปังยุโรป” และครัวโลก 30% ผลจากรัสเซีย ปลดปล่อยดินแดนชายทะเลทางไต้ของยูเครนไปจนเกือบหมด เหลือแค่ท่าเรือเมืองโอเดสซาแห่งเดียว แต่รัสเซียใช้เรือควบคุมน่านน้ำทะเลดำไว้หมด ทำให้ไม่มีเรือสินค้าใดเข้ามาที่เมืองท่าโอเดสซาได้ ส่วนเส้นทางรถไฟทางยูเครน ตะวันตก ก็โดนรัสเซียถล่มศูนย์ขนส่งรถไฟหมดแล้ว การขนส่งทางอากาศก็ไม่มีเครื่องบินขนส่งใดกล้าบินเข้า-ออกจากน่านฟ้า ยูเครน ยามนี้จึงเหมือนพิการไปโดยปริยาย ไม่มีรายได้จากภาษีการค้าขายสินค้าเข้าคลังรัฐบาลมาระยะหนึ่งแล้ว
ด้านประธานาธิบดีเซเลนสกี แห่งยูเครน ก็ตระเวณวิดีโอคอล ข่มขู่แบมือขอเงินช่วยเหลือ (เงินกู้) จากสหรัฐและชาติในยุโรปรวมได้ประมาณ 18,600 ล้านดอลลาห์ ทั้งหมดเป็นเงินที่ต้องจ่ายค่าอาวุธ ตามใบวางบิลที่ส่งมาแต่ละงวด ไม่เกี่ยวใดๆ กับอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ เพราะทางยูเครน ต้องการอาวุธสู้รบ มากกว่าปัจจัย 4 ของประชาชน และทางการยูเครนประกาศว่า “ให้รัสเซียลงนามเอกสารจำนนยอมแพ้ทันที ยูเครนจึงจะยอมเจรจาด้วย” เมื่อรัฐบาลไม่สนใจ ส่งผลให้บรรดาพ่อค้าพืชเกษตรต้องช่วยตัวเองตามมีตามเกิด โดยสินค้าข้าวโพด จำนวน 71,000 ตัน ได้ส่งทางรถไฟผ่านทางชายแดนตะวันตกหรือผ่านท่าเรือขนาดเล็กแม่น้ำดานูบไปยังที่ท่าเรือคอนสแตนตา ในโรมาเนีย ชายทะเลดำ
เป็นการส่งสินค้าเกษตรครั้งแรกของพ่อค้ายูเครนตั้งแต่ ก.พ.65 การขนส่งแบบนี้ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายขนส่งเพิ่มขึ้นมหาศาล และต้องยืมจมูกโรมาเนียหายใจ และด้วยรัฐบาลยูเครน ยังมุ่งสาละวนแต่จะขออาวุธจากชาติตะวันตก จึงไม่มีเวลาบริการด้านอื่น ทำให้ยังมีธัญพืชเกือบ 25 ล้านตัน ตกค้างอยู่ในยูเครน และไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ล่าสุด ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนระบุว่า “การค้าที่ท่าเรือหยุดนิ่งและขอให้ต่างชาติมาช่วยยุติการปิดล้อมของรัสเซีย เพื่อให้มีการขนส่งข้าวสาลีและป้องกันวิกฤติอาหารโลก เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ท่าเรือโอเดสซาไม่มีการเคลื่อนย้ายเรือเดินทะเล ไม่มีงานท่าเรือ สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 “
และระบุต่อว่า “นี่ไม่ใช่แค่ระเบิดในยูเครนเท่านั้น หากปราศจากการส่งออกสินค้าเกษตรหลายสิบประเทศในส่วนต่างๆ ของโลกก็ใกล้จะขาดแคลนอาหาร และเมื่อเวลาผ่านไป สถานการณ์ก็อาจกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัว ซึ่งต้องใช้ทำทันทีเพื่อปลดบล็อกท่าเรือของยูเครนสำหรับการส่งออกข้าวสาลี”
ทางด้านอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า ปัญหาความมั่นคงด้านอาหารไม่สามารถแก้ไขได้ หากไม่ฟื้นฟูการผลิตของยูเครนสู่ตลาดโลก
งานนี้รัสเซีย นั่งอมยิ้มมุมปาก เมื่อยูเครนเผยจุดอ่อนท่าเรือเมืองโอเดสซา กองทัพรัสเซีย ยิ่งสั่งถล่มที่ตั้งทางทหารในเมืองนี้ถี่รัวๆ เกิดฝนเหล็กขีปนาวุธห่าใหญ่ตกลงมาตามพิกัดเป้าหมายสำคัญไปทั่วเมืองโอเดสซา แต่เว้นเหลือท่าเรือเมืองนี้ไว้ล่อเป้าให้ NATO ส่งอาวุธและทหารรับจ้างมาที่นี่ กลายเป็น “Killing Zone” และกวักมือเรียกเรือรบ NATO มาเล่นเกมส์สนุกในทะเลดำกับเรือรบ และเรือดำน้ำรัสเซีย ไม่รู้งานนี้ใครติดหล่มกันแน่..ผู้นำยูเครนกู้เงินซื้ออาวุธต่อไปนะ ชนะแน่นอน