ศรีลังกาจลาจล!? ดับ 5 เจ็บหลายร้อย UN ออกโรงประณาม ม็อบฮือบุกทำลายบ้านนายกฯ แม้ยอมลาออก

0

สถานการณ์ระอุเดือดในศรีลังกายังไม่สงบแม้นายกรัฐมนตรีประกาศลาออกแล้ว ความรุนแรงชนิดล้างผลาญเกิดขึ้นต่อเนื่อง จนสหประชาชาติออกมาประณามและขอให้คณะบริหารประเทศดูแลความสงบก่อนที่จะบานปลายกว่านี้ สร้างความหวั่นวิตกไปทั่วโลก  ภาพรวมของปัญหารากเหง้าที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร. สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการสถาบันทิศทางไทย ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัววิเคราะห์สาเหตุไว้ว่า

นี่มิใช่สถานการณ์ปกติแน่นอน มันมีความ “ผิดปกติ” อย่างแรง เพราะมันเกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากฟันด์โฟล (Fund Flow) คือมีการถอนการลงทุนในตลาดต่างๆทั่วโลกพร้อมๆกัน เพื่อดึงเงินดอลลาร์กลับอเมริกา

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ในภาพใหญ่คือจงใจปล่อยให้เศรษฐกิจประเทศอื่นล้มจากการสร้างสถานการณ์ “สงครามรัสเซีย-นาโต(ยูเครน)” ขึ้นมากดดันในรูปของเงินเฟ้อหรือภาวะข้าวยากหมากแพงและภาวะหนี้ท่วม จนเกิดมิคสัญญีในประเทศนั้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือประเทศศรีลังกา และจะมีอีกหลายประเทศตามมาอย่างแน่นอน  จากนั้นค่อยหาจังหวะตักตวงผลประโยชน์ ด้วยการเข้ามาซื้อทรัพย์สินประเทศอื่นถูกๆ เพราะค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นจากการสร้างสถานการณ์สงครามรัสเซีย-นาโตในยูเครน

ด้านความรุนแรงจลาจลในศรีลังกา อาจยังไม่จบลงโดยง่าย แม้นายกรัฐมนตรีศรีลังกาลาออกจากตำแหน่งแล้ว แต่ฝ่ายประท้วงขับไล่ยืนยันว่า ประธานาธิบดีซึ่งเป็นน้องชาย ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเช่นกัน และให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหาร

วันที่ 10 พ.ค.2565 สำนักข่าวเดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีศรีลังกา มหินทรา ราชปักษา (Mahinda Rajapaksa)ถูกตำรวจศรีลังกาสามารถช่วยออกมาจากที่พักในกรุงโคลัมโบได้ทันในช่วงก่อนเช้ามืดวันเดียวกันนี้  หลังคืนที่ผ่านมา ประชาชนบุกเผาบ้านนายกฯ และนักการเมืองแดนสิงหลจำนวนหนึ่ง เกิดขึ้น 1 วัน หลังราชปักษายอมลาออกจากตำแหน่งเซ่นเหตุบริหารผิดพลาดจนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรง สหประชาชาติออกแถลงกา่รณ์ประณามการปะทะเดือด เรียกร้องเจ้าหน้าที่ป้องกันเกิดความไม่สงบในอนาคต

การประท้วงใหญ่เปิดฉากมาตั้งแต่เดือนมีนาคม จากการที่โคลัมโบสั่งตัดกระแสไฟฟ้า 13 ชั่วโมงต่อวัน ปิดไฟตามท้องถนนและไม่มีน้ำมันจำหน่ายที่ปั๊ม สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างสาหัส

ซึ่งรัฐบาลโคลัมโบได้การประกาศใช้เคอร์ฟิวหลังการปะทะเกิดขึ้นทั่วประเทศระหว่างผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนพรรครัฐบาลราชปักษา และฝ่ายต่อต้านที่กรุงโคลัมโบ ตำรวจศรีลังกาแถลงในวันจันทร์ที่ 9 ที่ผ่านมา ข้อจำกัดถูกประกาศใช้ไม่นานก่อนราชปักษาจะประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

กองกำลังศรีลังกาออกปฏิบัติการพิเศษก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อตรงเข้าช่วยราชปักษาและครอบครัวออกไปอยู่ในสถานที่ไม่เปิดเผย

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ความมั่นคงศรีลังการะบุว่า “หลังปฏิบัติการก่อนตะวันขึ้น อดีตนายกฯ และครอบครัวของเขาถูกอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยโดยกองทัพ”

และเสริมต่อว่า “มีระเบิดเพลิงไม่ต่ำกว่า 10 ลูกถูกโยนเข้าไปด้านในบ้านพัก”

ทั้งนี้ พบว่าอดีตนายกรัฐมนตรี มหินทรา ราชปักษา ถูกนำตัวไปยังในสถานที่ไม่เปิดเผย 1 วันหลังการประท้วงเลือดเกิดขึ้นโดยมีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บเกือบ 200 คนในการประท้วงวันจันทร์ที่ 10 ที่ผ่านมา

ผู้ประท้วงโกรธแค้นต่อการบริหารงานอย่างผิดพลาดครั้งร้ายแรงจนทำให้ประเทศเกิดวิฤตทางเศรษฐกิจและถึงขั้นล้มละลาย

ทั้งนี้ มีการรายงานระบุว่ามี 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นที่พบว่านักการเมืองจากพรรครัฐบาลโคลัมโบเปิดฉากยิงใส่กลุ่มผู้ประท้วง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 5 ราย

กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวอยู่ที่สนามบินต่างๆ และตั้งด่านตรวจเพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีนักการเมืองจากพรรคฝ่ายรัฐบาลสามารถแอบขึ้นเครื่องบินหนีออกนอกประเทศไปได้ นามาล ราชปักษา (Namal Rajapaksa) บุตรชายอดีตนายกรัฐมนตรีราชปักษา กล่าวว่า ครอบครัวของเขาไม่มีเจตนาที่จะหลบหนีออกนอกประเทศแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา (Gotabaya Rajapaksa) ที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งออกมาเรียกร้องให้ประชาชนศรีลังกาอยู่ในความสงบและหยุดความรุนแรง หยุดการล้างแค้นต่อประชาชนคนอื่น และหยุดการไม่ให้เกียรตินักการเมือง