เทียบชัดโดรนยูเครน-มิสไซล์เรือดำน้ำรัสเซีย ใครเจ๋งกว่ากัน จับโป๊ะ! เซเลนสกี ได้แต่อาวุธเอื้ออาทร

0

ถือเป็นเรื่องที่ติดตามสำหรับสถานการณ์ของรัสเซีย ยูเครน ที่ยืดยื้อเข้ามาสู่ 70 กว่าวันนั้น เพราะนอกจากปมสงครามที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้แล้ว ก็มีการเปรียบเทียบถึงอานุภาพของอาวุธแต่ละฝ่าย ที่ต่างฝ่ายต่างใช้ยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ ที่ทำให้โลกตะลึง ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมยูเครนเปิดเผยว่าโดรนติดอาวุธ Bayraktar TB2 ของยูเครนได้ทำลายเรือระบายพลของรัสเซียที่อยู่ใกล้กับเกาะงู (Snake Island) รวมถึงยังทำลายระบบป้องกันขีปนาวุธของรัสเซียที่อยู่บนเกาะนั้นด้วย และยังจมเรือตรวจการณ์ชั้น Raptor อีก 2 ลำในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

เมื่อตรวจสอบอานุภาพของ โดรนติดอาวุธ Bayraktar TB2 ถือเป็นอากาศยานต่อสู้ไร้คนขับแบบเพดานบินปานกลางระยะเวลาทำการนาน (MALE) ที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกลหรืออาจปฏิบัติการได้แบบอัตโนมัติ ผลิตโดยบริษัท Baykar Makina Sanayive Ticaret ในตุรกี โดยยูเครนสั่งซื้อมาใช้งานตั้งแต่ปี 2019 มีสมรรถนะในการโจมตีเป้าหมายด้วยความแม่นยำสูง มาพร้อมความสามารถในการทำลายเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งบนบก ในผิวน้ำ ทำให้ได้รับความนิยมในกองทัพต่างๆ ทั่วโลก

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

มีประสิทธิภาพสูงด้านการสอดแนม การเฝ้าระวังและการลาดตระเวน (ISR) รวมถึงภารกิจโจมตีด้วยอาวุธประเภทขีปนาวุธระยะใกล้ ครองสถิติในประวัติศาสตร์ด้านการบินของตุรกีโดยบินอยู่บนอากาศได้นานถึง 27 ชั่วโมง 3 นาที ที่ระดับความสูง 25,030 ฟุต กออกแบบในลักษณะเป็นหางผีเสื้อ และมีการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นตัวขับเคลื่อนโดรน โดรนชนิดนี้มีระบบควบคุมและสนับสนุนภาคพื้นจากองค์กรนาโต ผู้ควบคุมโดรนชนิดนี้จะมีอยู่ 3 คนด้วยกันก็คือ ฝ่ายนักบิน ฝ่ายผู้ส่งข้อมูล และฝ่ายบัญชาการภารกิจ

มีระดับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วในระดับมาตรฐาน (Cruise Speed) อยู่ที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ประสิทธิภาพยังถือว่าด้อยกว่าโดรนทหารราคาแพงหลายรุ่นเช่นกัน

ส่วนทางฝั่งรัสเซียมีการประกาศอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกว่า เรือดำน้ำที่อยู่ในทะเลดำโจมตีเป้าหมายทางการทหารของยูเครนด้วยขีปนาวุธร่อน Kalibr

ขีปนาวุธร่อน 3M-54 Kalibr หรือที่นาโตเรียกว่า SS-N-27 Sizzler และ SS-N-30A มีทั้งชนิดที่ยิงจากเรือ เรือดำน้ำ และยิงจากอากาศยาน บางรุ่นมีการขับเคลื่อน 2 สเตจซึ่งจะเร่งความเร็วให้อยู่ในระดับเหนือเสียงในช่วงสุดท้ายก่อนจะไปถึงเป้าหมาย เพื่อให้ระบบป้องกันของศัตรูมีเวลาในการตอบสนองน้อยลง และยังสามารถบรรจุหัวรบหนัก 500 กิโลกรัมหรือหัวรบเทอร์โมนิวเคลียร์

 

ขีปนาวุธนี้สามารถยิงจากเรือที่แล่นอยู่บนผิวน้ำด้วยระบบการยิงในแนวตั้ง (VLS) จากนั้นจรวดจะพุ่งสู่ระดับความสูงที่ปลอดภัยกับตัวเรือแล้วจุดเครื่องยนต์เพื่อร่อนหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ก่อนจะพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำด้วยระบบนำร่อง GNSS และระบบพิกัดสัญญาณดาวเทียม GLONASS หรือระบบ GPS เวอร์ชั่นรัสเซีย

ส่วนพิสัยสูงสุดนั้นหลายแหล่งข้อมูลระบุต่างกัน เช่น กระทรวงกลาโหมสหรัฐประเมินว่าอยู่ที่ 1,400 กิโลเมตร ส่วน เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่ามีพิสัย “เกือบ 1,500 กิโลเมตร” ขณะที่หลังการยิงครั้งแรกเมื่อเดือน ต.ค. 2015 กระทรวงกลาโหมรัสเซียบอกว่ามีพิสัย 2,000 กิโลเมตร

ขีปนาวุธรุ่นที่ใช้ในประเทศ และรุ่นส่งออก เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำกว่าเสียง ก่อนจะขยับเป็นความเร็วเหนือเสียงที่ 2.9 มัค (เร็วกว่าความเร็วเสียง 2.9 เท่า) เมื่อเคลื่อนเข้าใกล้เป้าหมาย ซึ่งความเร็วระดับนี้ทำให้ระบบป้องกันขีปนาวุธที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถตรวจจับได้

อย่างไรก็ตาม มีหลายกระแสวิจารณ์อย่างมากบนโลกออนไลน์ ถึงสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน ว่ากองทัพอากาศยูเครนแทบไม่มีเครื่องบินไปสู้ จนถึงกับเปิดระดมทุนและขอรับบริจาค ขณะที่ความช่วยเหลือจากตะวันตกยังมีตลอด โดยสนับสนุนอาวุธทันสมัย แต่ทางด้านสหรัฐฯก็ออกมายอมรับว่า ก่อนหน้านี้ส่งมอบอาวุธด้อยประสิทธิภาพให้ ทำให้มีหลายฝ่ายจับตามองว่า อาวุธที่ยูเครนมีตอนนี้ ประสิทธิภาพจะเพียงพอต่อการสู้กับกองทัพรัสเซียหรือไม่ และบางกระแสก็เรียกการช่วยเหลือของกลุ่มชาติที่คว่ำบาตรรัสเซีย ที่มีต่อยูเครน ว่าอาวุธเอื้ออาทรด้วย