วิ่งสู้ฟัด!!คลังถกสถาบันการเงิน หนุนกองทุนฯกู้ 3 หมื่นล้าน ลุ้นต่ออายุอุ้มดีเซลก่อนเส้นตาย 20 พ.ค.นี้

0

กดดันหนักมากต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้น กระทรวงการคลังลุยถกสถาบันการเงิน หนุนกองทุนน้ำมันกู้เพิ่ม 3 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินเสริมสภาพคล่อง  คาดสรุปภายในพ.ค.นี้ ด้านรมว.พลังงาน กล่าวถึงการขยายมาตรการลดภาษีสรรสามิตน้ำมันดีเซลลง 3 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ว่า ทางกระทรวงการคลัง เตรียมพิจารณาในวันที่ 17 พ.ค.นี้เพื่อเสนอครม.ต่ออายุหรือไม่ เป็นประเด็นสำคัญในการรับมือกับปัญหาค่าครองชีพของประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่จะทยอยขึ้นราคา ตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

วันที่ 10 พ.ค. 2565 นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานจัดหาเงินกู้ให้แก่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ระหว่างการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาเป็นสภาพคล่องให้แก่กองทุนฯ และได้เจรจากับธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง โดยหนึ่งในนั้นจะมี ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนพ.ค.นี้

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

สำหรับวงเงินที่จะขอกู้นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้บรรจุไว้ในแผนการบริหารหนี้ในปีงบประมาณ 2565 แล้ว โดยกองทุนฯ จะกู้เต็มวงเงินดังกล่าว แต่จะทยอยเบิกจ่ายเท่าที่จำเป็น

“เราจะรีบเจรจากับแบงก์ให้แล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้ก็คุยไว้หลายแห่ง แต่หนึ่งในนั้น คือ ออมสิน กับ กรุงไทย คาดว่าภายในเดือนนี้จะได้ข้อสรุป จากนั้นเราก็จะทยอยเบิกจ่ายเงินกู้ เพื่อนำไปเสริมสภาพคล่องให้แก่กองทุนฯ”

ทั้งนี้ ปัจจุบันสถานะของกองทุนฯ อยู่ในภาวะติดลบ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่เพราะรัฐบาลได้อุดหนุนเรื่องของภาษีน้ำมันดีเซล ทำให้กองทุนฯ สามารถบริหารสภาพคล่องได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี กองทุนฯ จำเป็นต้องมีวงเงินไว้เสริมสภาพคล่องกรณีสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นไปอีก รวมถึงกรณีการลดภาษีน้ำมันดีเซลที่จะสิ้นสุดในวันที่ 20 พ.ค.นี้

“หลังจากรัฐบาลได้ทยอยลดการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ทำให้สถานะกองทุนฯ เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม สถานะกองทุนฯ จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกด้วย ซึ่งถือว่าทรงตัวอยู่ในระดับสูง”

ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง และกรณีการตัดสินใจขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 3 บาท/ลิตร ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ออกไปหรือไม่ ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาอยู่ 

โดยกรณีดังกล่าว รองนายกรัฐมนตรีฯ ยืนยันว่าต้องพิจารณาไปถึงวันที่ 17 พฤษภาคม นี้ก่อน โดยจะต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เป็นไปตามมติครม. เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ซี่งได้เห็นชอบมาตรการลดค่าครองชีพ และการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อลดภาษีน้ำมันดีเซลไม่เกิน 3 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 3 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2565

ด้วยการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลทำให้โครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ซึ่งเดิมจัดเก็บภาษีในอัตรา 5.99 บาทต่อลิตร โดยปรับลดประมาณ 3 บาทต่อลิตร โดยมีรายละเอียด ดังนี้

-น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถัน เกินร้อยละ 0.005 โดยน้ำหนัก อัตราภาษีเดิม 6.440 บาท อัตราภาษีใหม่ 3.440 บาท

-น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถัน ไม่เกินร้อยละ 0.005 โดยน้ำหนัก อัตราภาษีเดิม 6.440 บาท อัตราภาษีใหม่ 3.440 บาท

-น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสม ไม่เกินร้อยละ 4 อัตราภาษีเดิม 6.440 บาท อัตราภาษีใหม่ 3.440 บาท 

-น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสม เกินร้อยละ 4 แต่ไม่เกินร้อยละ 7 อัตราภาษีเดิม 5.990 บาท อัตราภาษีใหม่ 3.200 บาท 

-น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมเกินร้อยละ 7 แต่ไม่เกินร้อยละ 9 อัตราภาษีเดิม 5.930 บาท อัตราภาษีใหม่ 3.170 บาท

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันการดำเนินการดังกล่าวใกล้ที่จะสิ้นสุดมาตรการแล้ว แต่ราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ทำให้มีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่าย ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ รวมทั้งนักวิชาการ ขอให้รัฐบาลขยายระยะเวลาออกไป เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน แม้ว่าการดำเนินการครั้งนี้จะส่งผลให้รัฐบาลจัดเก็บรายได้ลดลงไปก็ตาม