ซัดกันเละ! กองหนุน “ไบเดน” โวยยับ หลังคนอเมริกันส่วนใหญ่เบื่อผู้นำบ้าศึก อยากให้ “ทรัมป์”กลับมา

0

หลังจากที่มีกระแสรายงานข่าวออกมาว่า ประชากรบางส่วนในสหรัฐฯไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะการทุ่มงบจำนวนมากช่วยยูเครน ยิ่งเท่ากับเป็นการยั่วยุปูติน และสหรัฐฯจะเดือดร้อน วิกฤตเรื่องอาหารขาดแคลน ทำให้หลายประเทศมองเรื่องนี้ว่า โจไบเดนควรหยุดนำงบมหาศาลไปทุ่มช่วยยูเครน แต่ควรเอามาเหลียวแลประชากรของตัวเองก่อน

ขณะที่ดร.สมเกียรติ โอสถสภา ยังได้วิเคราะห์มุมมองของสหรัฐฯต่อจากนี้ไว้ด้วยว่า “น้ำมันถั่วเหลือง สหรัฐ เพิ่ม 50% ตั้งแต่ต้นปี คนอเมริกาบอกว่าระบบอาหารของประเทศพัง แต่รัฐบาลเอาเงินไปช่วยยูเครน ไม่สนใจประชาชน ทรัมป์กลับมามีบทบาท” ทำให้มีการจับตามองว่า โดนัล ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐฯ จะกลับเข้ามามีบทบาท และลดอิทธิพลของไบเดนลงได้หรือไม่ เพราะช่วงนี้คะแนนนิยมของไบเดน ไม่เป็นผลดีมากนัก

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

 

 

ล่าสุดดร.สมเกียรติ โอสถสภา ได้โพสต์ข้อความ เปรียบเทียบระหว่าง โจไบเดน และโดนัลด์ทรัมป์ โดยระบุว่า “เรื่องที่ทรัมป์ไล่ ผอ. FBI Comey ออกจากงาน สืบเนื่องมาจากเรื่องที่อธิบายไป เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2560 นี่แหละครับ
สงครามโลกไม่เกิดเพราะทรัมป์ วันนี้ลูกอัณฑะของไบเดนคือ CNN ออกมาถล่มทรัมป์กันใหญ่ เพราะคนอเมริกันคิดถึงทรัมป์ อ่านดูครับ วิธีคิดแบบทรัมป์”

ยุทธศาสตร์อเมริกายุคทรัมป์ (ตอนที่ 1) ถ้าจะเข้าใจว่าทำไม ทรัมป์ถึงทำตัวอย่างที่ทำอยู่ ต้องมองย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนได้รับเลือกตั้งเป็น ปธน สหรัฐ ซึ่งตอนนั้นทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐแบบพลิกโพลสื่อใหญ่ของสหรัฐทุกสำนัก บางสำนักให้โอกาสทรัมป์ชนะการเลือกตั้งแค่ 10% แม้แต่ในวันก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งกลายเป็นว่าฐานเสียงพลังเงียบของทรัมป์คือชาวอเมริกัน red neck จากชนบท ทหารและทหารผ่านศึก และรัฐที่อยู่ในแถบอุตสาหกรรมการผลิตที่ถดถอย (Rust Belt) เพราะแข่งขันสู้จีนและฐานการผลิตอื่นในโลกไม่ได้ ออกมาลงคะแนนกันเยอะจนทรัมป์ชนะฮิลลารีไปสบาย ๆ

ในช่วงแรกที่ทรัมป์เข้าเป็น ปธน. ก็ดูเหมือนว่าในภาพรวม ทุกอย่างจะเป็นไปตามแนวทางหาเสียงของทรัมป์ ที่ว่าจะสนใจทำให้เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ความเป็นอยู่คนอเมริกันดีขึ้น จะลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน สร้างงาน จะไม่รบกับรัสเซีย จะไม่ส่งทหารไปไหนส่วนจีนถูกมองว่าเอาเปรียบอุตสาหกรรมสหรัฐ ทรัมป์จะต่อรองให้สหรัฐไม่เสียเปรียบอีกต่อไป เรื่องที่ว่าจะไม่รบกับรัสเซีย นี่สำคัญมากๆ เพราะช่วงท้ายของโอบามานี่ สหรัฐส่งทหารไปปิดล้อมรัสเซียในยุโรป หาเรื่องไล่นักการฑูตรัสเซียออกนอกประเทศ และทำลายบรรยากาศให้ความสัมพันธ์ของรัสเซียกับสหรัฐแย่ลงแทบไม่หยุด

ทรัมป์เลือกคนที่สนิทสนม มีความสัมพันธ์กับ ปธน. ปูตินและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย เข้าตำแหน่งสำคัญ ๆ ทั้งด้านต่างประเทศและความมั่นคง เช่น รมต. ต่างประเทศ Rex Tillerson อดีต CEO ของ Exon-Mobil ที่รู้จักกับปูตินตั้งแต่เคยไปคุมงานแถบประเทศอดีตสหภาพโซเวียตเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วตอนปูตินยังเป็นผู้ช่วยของ Yeltsin และเมื่อ 3 ปีที่แล้วเพิ่งได้รับเหรียญ “เพื่อนของรัสเซีย” จากปูติน

ส่วน National Security Advisor คนแรกคือ พลเอก Michael Flynn นี่ก็เข้าถึงปูตินและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงของรัสเซีย เคยนั่งข้างปูตินในโต๊ะงานเลี้ยงที่รัสเซีย และมองว่าสหรัฐกับรัสเซียยังไงก็ต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่รบกัน แบบที่โอบามาและฮิลลารีพยายามให้เป็น

แถมทรัมป์ยังส่งที่ปรึกษาคนสนิทจากช่วงหาเสียงเลือกตั้งอย่าง Steve Bannon ซึ่งเป็นเจ้าของแนวทางนโยบายของทรัมป์หลายๆเรื่องไปนั่งใน National Security Council อีก ช่วงแรกๆของ Trump Administration นี่ มองยังไงสหรัฐกับรัสเซียก็มีแต่จะดีขึ้น เรื่องรบกันก็ไม่น่าจะเกิด เรื่องสงครามโลกครั้งที่ 3 นี่ยิ่งไม่น่ามี

ประเมินแบบไทยๆ ทรัมป์นี่เป็นนักธุรกิจอสังหามาตลอดชีวิต แต่ก็เป็นคนชอบ publicity มีช่วงนึงหลายปีมาแล้วเคยแสดง reality show ชื่อ The Apprentice เป็นเจ้าของบริษัทคอยคัดคนที่มาฝึกงานออก เแต่ก่อนจะไล่ออกต้องเรียกมาด่าก่อนแล้วค่อยไล่ออกเพื่อความพีคของผู้ชม นี่ทรัมป์ก็เลยเอา concept reality show มาใช้กับการเมืองโลกเพื่อเอาตัวรอด

มองเผิน ๆ เหมือนจะเลวร้าย แต่เอาเข้าจริงจะเห็นว่าทรัมป์เน้นเรื่องแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ให้ win-win ทุกฝ่าย โดยไม่ต้องรบจริง ๆ อาจจะทำให้โลกต้องกลัวสงครามเพราะเป้าหมายคือการขายอาวุธ ก็ต้องทำให้ประเทศต่าง ๆ อยากซื้ออาวุธไปเก็บ ซึ่งจริง ๆ แล้วค่อนข้างโอเคกว่าแนวทางของโอบามาหรือฮิลลารีที่เน้นหาเรื่องรัสเซียจริง ๆ ไม่สนดีลอะไรทั้งนั้น ตัวโอบามาเองนี่โดนปูติน สับขาหลอก สอนชั้นเชิงการเมืองระหว่างประเทศมาเยอะช่วง 8 ปีที่เป็น ปธน. คงมีความเกลียดส่วนตัว ดังนั้น เราก็ควรยอมรับความจริงที่ว่า ปธน. สหรัฐก็ต้องช่วยธุรกิจสหรัฐขายอาวุธเพราะมันเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่และมีอิทธิพล เข้าถึง สส. สว. ไม่ว่า ปธน. จะเป็นใคร จะมาจากเดโมแครตหรือรีพับลิคันก็ต้องให้ความสำคัญอุตสาหกรรมนี้ ทรัมป์ก็แค่ต้องทำให้อะไร ๆ มันไปต่อได้โดยไม่ต้องรบจริง ๆ