“จีน” ไม่สนคำขู่ “สหรัฐฯ” ประกาศตัวเลขนำเข้าสินค้ารัสเซีย พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

0

กดดันยังไงก็ไม่เป็นผล!? “จีน” ไม่สนคำขู่ “สหรัฐฯ” ประกาศตัวเลขนำเข้าสินค้าจากรัสเซียพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์!

ล่าสุดทางด้านของเพจสาธารณะ World Maker ได้รายงานถึงการประกาศตัวเลขการนำเข้าของจีน กับรัสเซีย ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก และจับตาท่าทีของสหรัฐฯ ที่ประกาศกดดันจีนไว้ ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

จีนกร้าว ! หักหน้าสหรัฐฯ อีก !! ล่าสุดรายงานตัวเลขนำเข้าสินค้าจากรัสเซียพุ่งกว่า 57% ทำ All Time High ใหม่ ! ยอมขาดดุลกับรัสเซียเพื่อกักตุนสินค้าจำเป็น !!! แม้ว่าจะมีคำเตือนจากสหรัฐฯ ไม่ให้จีนเพิ่มสัมพันธ์กับรัสเซียก็ตาม มาจับตาดูกันว่าสหรัฐฯ จะเริ่มกดดันจีนด้วยมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่ ??

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ล่าสุดมีรายงานที่น่าสนใจมาก ๆ ออกมาอีกแล้ว ! หลังจากจีนประกาศตัวเลขนำเข้าสินค้าจากรัสเซียพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (Record High) ! แม้ว่าการส่งออกไปยังรัสเซียจะลดลงนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ก็ตาม

รายงานระบุว่าบริษัทของจีนซื้อสินค้าจากรัสเซียสูงถึง 8.9 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว ! เพิ่มขึ้นเกือบ 57% จากเดือนเดียวกันของปี 2021 ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางมูลค่าการนำเข้าทั้งหมดของจีนจากทั่วโลกที่อยู่ในระดับเดิม (หมายความว่าต้องลดสัดส่วนการนำเข้าจากประเทศอื่น และเพิ่มการนำเข้าจากรัสเซียแทน)

จนถึงตอนนี้ จีนยังประกาศกร้าวที่จะ ‘ไม่คว่ำบาตรรัสเซีย’ แม้ว่าจะมีแรงกดดันมากมายจากกลุ่มประเทศ G7 และประเทศในสหภาพยุโรป ที่ต้องการบีบให้ทั่วโลกคว่ำบาตรรัสเซีย

ทั้งนี้ บริษัทมีการขายสินค้าให้แก่รัสเซียเป็นมูลค่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 7.7% จากเดือนเดียวกันในปี 2021 ซึ่งหมายความว่าจีนขาดดุลรัสเซียกว่า 5.1 พันล้านดอลลาร์นั่นเอง ! แต่ดูเหมือนว่าทั้ง 2 ประเทศจะไม่ได้มีปัญหากันเรื่องขาดดุลการค้าแต่อย่างใด

ผลิตภัณฑ์ชั้นนำของจีนที่ส่งออกไปยังรัสเซียในเดือนมีนาคม ได้แก่ Smartphone และหน่วยประมวลผลสำหรับไมโครโปรเซสเซอร์ และเครื่องประมวลผลข้อมูลแบบพกพาอื่น ๆ ขณะที่รายละเอียดของเดือนเมษายนจะอัปเดตในปลายเดือนนี้ !

เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นไปเช่นนี้ เราคงต้องมาจับตาดูกันอย่างใกล้ชิดว่าทางประเทศตะวันตกนั้นจะพยายามกดดันจีนต่อไปอย่างไร เพราะแม้ว่ารัสเซียจะเป็นศัตรูเบอร์ 1 ของสหรัฐฯ ในตอนนี้ แต่จีนเองก็คงกลายเป็นเบอร์ 1 เช่นกันถ้าหากมีความตึงเครียดเรื่องการคว่ำบาตรและเรื่องไต้หวันเข้ามาอีก ! หมากการเมืองโลกถือว่ายังพลาดสายตาไม่ได้เลยทีเดียว !