เมกาหน้าแหก!! รัสเซียรวยเละฉลองวันชัยชนะ กูรูสวิตฯเตือนยิ่งแบนมอสโกว์ยิ่งเป๋าตุง USง่อยไม่แตะธนาคารใหญ่

0

วันแห่งชัยชนะของรัสเซีย  แม้จะฉลองไม่หวือหวา แต่กระแสการต่อสู้ทั้งทางแนวรบปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน และทางเศรษฐกิจส่อชัดว่าประสบชัยชนะ แม้สื่อตะวันตกจะพยายามโหมข่าวว่ารัสเซียแพ้แน่ก็ตาม

จากความเห็นของหัวหน้าฝ่ายเศรษศาสตร์และการวิจัยยุคใหม่ของบริษัท ไพรเวท แบงกิ้งชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยันยันในชัยชนะในสงครามเศรษฐกิจว่า มาตรการแบนนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียที่เสนอโดยสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) รังแต่จะเพิ่มรายได้ด้านน้ำมันแก่มอสโกว์ 

นอกจากนี้นิตยสารดิอิโคโนมิสต์ (The Economist) แห่งอังกฤษ ซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยมหาเทพตระกูลรอดไชลด์ (Rothschild) กล่าวว่า เศรษฐกิจจริงของรัสเซียนั้นอยู่ในสภาวะ ‘ปกติ’แล้ว การคว่ำบาตรที่ผ่านมาไม่สามารถกดรัสเซียให้อ่อนแอได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับคำทำนายจากสหรัฐ ที่ว่า ‘รัสเซีย’ จะล่มสลาย ! ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียกล่าวว่ารูเบิลอาจแข็งค่าได้ถึง 45-50 ดอลลาร์ หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

วันที่ 9 พ.ค.2565 สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และรอยเตอร์รายงานว่า นอร์เบิร์ค รัคเกอร์ หัวหน้าฝ่ายเศรษศาสตร์และการวิจัยยุคใหม่ของบริษัท จูเลียส แบลร์ กลุ่มธุรกิจบริการไพรเวท แบงกิ้งชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์(Norbert Rucker, head of economics and next-generation research at Swiss wealth manager Julius Baer) ฟันธงว่า มาตรการแบนนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียที่เสนอโดยสหรัฐฯและสหภาพยุโรป (อียู) รังแต่จะเพิ่มรายได้ด้านน้ำมันของมอสโกว์ 

นักวิเคราะห์รายนี้กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทเวนตี้ มินิท (20 Minute) สื่อมวลชนสวิตเซอร์แลนด์ ว่า ผลกระทบของการแบนน้ำมันรัสเซีย “เป็นที่ถกเถียงกัน” และอียูควรหาทางเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่านี้ในการก่อความอ่อนแอแก่รัสเซีย ในนั้นรวมถึงเก็บภาษีนำเข้าเพื่อลงโทษ (Punitive Tariff)

“คำถามตัวโตในตอนนี้ก็คือ ตะวันตกจะถาโถมแรงกดดันใส่จีนและอินเดียอย่างไร เพื่อให้มาตรการห้ามนำเข้านี้ส่งผลกระทบหนักหนาสาหัสมากยิ่งขึ้น” รัคเกอร์กล่าว พร้อมระบุก้าวย่างเช่นนี้จะทำให้รัสเซีย ชาติที่อุดมไปด้วยทรัพยากรพลังงาน ค้นหาผู้ซื้อน้ำมันดิบของพวกเขาจากทั่วโลกได้ยากลำบากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัคเกอร์ คาดหมายว่ามาตรการแบนดังกล่าวจะทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นไปอีก หลังจากเคยแตะระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม ซึ่งจะกลับกลายเป็นการช่วยเพิ่มรายได้จากน้ำมันแก่รัสเซีย ชาติที่ถูกคว่ำบาตร

ด้านสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม โดยประกาศคว่ำบาตรสถานีโทรทัศน์รัสเซีย 3 ช่อง และผู้บริหารธนาคาร Gazprombank ที่ดูแลด้านการเงินของบริษัท Gazprom ซึ่งเป็นบริษัทส่งออกก๊าซรายใหญ่ของรัสเซีย 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า การประกาศคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อธนาคารก๊าซพรอม (Gazprombank) ยังไม่ใช่มาตรการเต็มรูปแบบ เนื่องจากยังไม่มีการประกาศอายัดทรัพย์สิน แต่ใช้วิธีห้ามการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรผู้บริหารธนาคารสเบอร์แบงก์ (Sberbank :SBER.MM) จำนวน 8 คน ที่ถือครองสินทรัพย์ประมาณ 1 ใน 3 ของธนาคาร รวมทั้งธนาคารอุตสาหกรรมแห่งมอสโกและบริษัทที่เกี่ยวข้องอีก 10 บริษัท แต่ยังไม่แบนสถานะแบบสมบูรณ์จากSWIFT เพราะยังมีการทำธุรกรรมระหว่างกันอยู่

มาดูเสียงยืนยันชัยชนะในแนวรบเศรษฐกิจของรัสเซียต่อตะวันตกจากเพจสาธารณะ World Maker กล่าวถึงสื่อกระแสหลักของตะวันตกว่า

นิตยสาร The Economist ซึ่งเป็นนิตยสารเศรษฐศาสตร์-การเงินระดับโลก ถือหุ้นโดยมหาเทพ Rothschild ได้ออกมาเปิดเผยเองว่า ‘เศรษฐกิจจริง ๆ ของรัสเซียนั้นอยู่ในภาวะปกติ’ ไม่ได้เป็นอย่างคำทำนายที่ว่า ‘รัสเซียจะล่มสลาย’ เลยแม้แต่น้อย !!!

ไม่น่าเชื่อเลยว่ารายงานเข้าข้างรัสเซียเช่นนี้จะออกมาจากสื่อตะวันตกเอง ! ซึ่งถือเป็นการยอมรับอย่างชัดเจนแล้วว่าพวกเขาไม่อาจประหารชีวิตเศรษฐจริงของรัสเซียได้ ???

โดยทั้งนี้ The Economist ยังย้ำเอาไว้อีกว่าข้อมูลที่ดำเนินการวิจัยตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ได้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าเศรษฐกิจของรัสเซียนั้น “ขัดต่อคำทำนายการล่มสลายอย่างสิ้นเชิง” แม้ว่าประเทศตะวันตกจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรขั้นรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ต่อรัสเซียก็ตาม ! แต่ตอนนี้เงินรูเบิลกลับแข็งค่ากว่าตอนคว่ำบาตรซะอีก

The Economist กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าเศรษฐกิจของรัสเซียนั้นมีความยืดหยุ่นอย่างน่าประหลาดใจ (อาจเป็นเพราะเผชิญการคว่ำบาตรมาเกือบ 6000 ครั้งแล้วจากชาติตะวันตก)

แม้เงินรูเบิลจะถูกโจมตีในช่วงเวลาสั้น ๆ และมีการคว่ำบาตรจนเหมือนรัสเซียจะล่มสลายก็ตาม แต่รายงานระบุเอาไว้ชัดแจ้งว่าการบริโภคภายในรัสเซียนั้นไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลยแม้แต่น้อย !

จริงอยู่ที่ราคาผู้บริโภคในรัสเซียเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% นับตั้งแต่ต้นปี แต่รัสเซียเป็นประเทศที่เงินเฟ้อสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเป็นปกติอยู่แล้ว จึงทำให้ผลกระทบแทบไม่มี ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและปริมาณการใช้พลังงานภายในประเทศก็ลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ธนาคารกลางของรัสเซียปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 13% แล้วจากสูงสุด 20% ในก่อนหน้านี้ หลังจากเงินรูเบิลแข็งค่าอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเศรษฐกิจของรัสเซียจะเผชิญภาวะหดตัว แต่อาจจะไม่มากอย่างที่นักวิเคราะห์ฝั่งตะวันตกคาดการณ์ไว้ที่ -15%

ทั้งนี้ มีรายงานว่าเศรษฐกิจของรัสเซียฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยปีนี้มีการส่งออกพลังงานไปแล้วเป็นมูลค่ามากกว่า 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้จากการค้าไฮโดรคาร์บอนเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% เมื่อเทียบเป็นรายปี !

ทางฝั่งผู้เชี่ยวชาญของรัสเซีย ล่าสุดได้ออกมาเปิดเผยว่าการที่เงินรูเบิลแข็งค่าอย่างโดดเด่นนั้น เกิดจากการที่รัสเซีย ‘ยกเครื่องเศรษฐกิจใหม่’ โดยเฉพาะการผูกเงินรูเบิลเข้ากับทองคำด้วย Fixed-Rate และการประกาศขายทรัพยากรด้วยเงินรูเบิล พร้อมกับมาตรการทางการคลังที่สั่งให้ธุรกิจทิ้งสกุลเงินต่างชาติที่โดนคว่ำบาตรกลับมาถือครองรูเบิลแทน !

ยิ่งไปกว่านั้น ทางรัสเซียมีการยอมรับอย่างชัดเจนว่าค่าเงินรูเบิลที่อ่อนค่าอย่างกระทันหันในก่อนหน้านี้ เกิดจาก ‘ภาวะเงินทุนไหลออก’ ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหานี้

กล่าวคือเงินดอลลาร์ที่ต่างชาตินำมาฝากไว้เพื่อลงทุนในประเทศได้ถูกถอนกลับไปอย่างกระทันหัน ทำให้ประเทศใดที่ไม่สำรองดอลลาร์ไว้จะต้องหาเงินต่างประเทศมาชำระหนี้โดยด่วน และนั่นทำให้ Demand ดอลลาร์สูงและทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างโดดเด่นในระยะสั้นนั่นเอง

แต่รัสเซียกล่าวว่าปัญหานี้ได้หมดไปแล้ว หลังจากต่างชาติโจมตีค่าเงินอย่างกระทันหันและถอนเงินดอลลาร์ออกไป ทำให้ตอนนี้เสถียรภาพทางการเงินกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ !

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งตะวันตกและสหรัฐฯ ยังยืนยันจะหาวิธีคว่ำบาตรต่อไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่สงครามในยูเครนยังไม่จบลง!