สหรัฐวิกฤต! โรงงานยุทโธปกรณ์ ขาดชิ้นส่วนผลิตที่ต้องนำเข้าจากจีน-รัสเซีย! ขณะทหารยูเครน ใช้หมดภายในวันเดียว

0

สหรัฐวิกฤต! โรงงานยุทโธปกรณ์ ขาดชิ้นส่วนผลิตที่ต้องนำเข้าจากจีน-รัสเซีย! ขณะทหารยูเครน ใช้หมดภายในวันเดียว

จากกรณีที่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้แถลงต่อสภาคองเกรส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า  “ผมขอประกาศความช่วยเหลือด้านความมั่นคงอีกชุดหนึ่ง ที่จะจัดหากระสุน เรดาร์ และอุปกรณ์อื่นๆ ให้ยูเครน” ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวพร้อมเตือนว่าเงินทุนใกล้หมดเต็มที ขอให้สภาคองเกรสอนุมัติเพิ่ม

ด้านนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า ความช่วยเหลือล่าสุดทำให้อาวุธที่รัฐบาลไบเดนส่งให้ยูเครนนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานเมื่อวันที่ 24 ก.พ. มีมูลค่ารวม 3.8 พันล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยปืนใหญ่ ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบประทับบ่า “สติงเกอร์” และโดรน เป็นต้น

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

จากความช่วยเหลือครั้งใหม่เท่ากับว่า งบประมาณที่สหรัฐอนุมัติช่วยเหลือยูเครนรอบก่อน 250 ล้านดอลลาร์ใกล้หมดแล้ว ประธานาธิบดีไบเดนกำลังกดดันสภาคองเกรสอนุมัติความช่วยเหลือก้อนใหญ่ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือทางทหาร 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ระยะเวลา5เดือน

ล่าสุดทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่สหรัฐฯ กำลังวิกฤต เนื่องจากอาวุธสหรัฐ ขาดชิ้นส่วนผลิต คลังอาวุธพร่อง ในขณะที่รัสเซีย มีอาวุธมากมาย โดยอ้างอิงจาก กลาโหมรัสเซียและกลาโหมสหรัฐ ระบุว่า 

ในสหรัฐ นั้นมีโรงงานผลิตอาวุธขนาดใหญ่ของเอกชนชาวยิวอยู่ราว 8 แห่ง รัฐบาล ไม่มีส่วนในการถือหุ้น มีแต่บรรดาสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐ เท่านั้นที่แห่ไปถือหุ้นบริษัทค้าอาวุธ โดยเฉพาะ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ดังนั้นอุตสาหกรรมสงครามของสหรัฐ และการรุกรานชาวโลกจะไม่มีวันจบสิ้น เพราะบรรดาสมาชิกสภาคองเกรสทุกสมัยมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับหุ้นขายอาวุธหากไม่ก่อสงครามกับต่างชาติ อาวุธต่างๆ ก็ขายไม่ออก หุ้นตก ขาดทุน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านมา 7 ทศวรรษ โรงงานอาวุธสหรัฐ จึงมีแต่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมูลค่าไม่น้อยกว่าปีละ 12 ล้านล้านดอลลาห์
จากรายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ อาวุธที่ประเทศตะวันตก ส่งไปยังยูเครนในแต่ละช่วงสัปดาห์นั้นได้ “ใช้หมดลงภายในวันเดียว” ซึ่งหมายความว่าอาวุธเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ถูก “รัสเซียยึดได้ แล้วนำวนกลับไปใช้ใหม่ หรือถูกทำลายทิ้งหมด” กองทัพยูเครน และทหารรับจ้าง Azov NATO ได้ใช้อาวุธที่ได้รับแต่ละสัปดาห์ ใช้แค่เพียงวันเดียวไม่มีเหลือสต็อคไว้ใช้วันอื่นถัดไป ส่งผลให้คลังอาวุธในสหรัฐ จึงร่อยหรอลงอย่างรวดเร็วไปด้วย เช่น ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง และต่อต้านอากาศยาน สต็อคลดลงกว่า 30% ไม่มีกำลังการผลิตเพิ่มได้จนถึงปีหน้า 2023 เพราะขาดแคลนวัตถุดิบ และชิ้นส่วนสำคัญที่จำเป็นต้องนำเข้าจากจีนและรัสเซีย ส่วนยูเครนนั้น ปัจจุบันไม่มีโรงงานผลิตอาวุธ และซ่อมบำรุง เพราะถูกทำลายไปหมดแล้ว
ในส่วนบริษัทผลิตอาวุธของรัสเซียนั้น แตกต่างจากสหรัฐมาก เพราะล้วนเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล คล้ายกับบริษัทพลังงานก๊าซ น้ำมัน ถ่านหิน ดังนั้น รัฐจึงสามารถควบคุมการผลิตอาวุธป้อนสมรภูมิรบต่างๆ ทั้งในซีเรีย อิรัก และยูเครน ได้ตลอดเวลาไม่ขาดช่วง อีกทั้งวัตถุดิบป้อนโรงงาน พวกเหล็กกล้า อลูมิเนียม ชิปคอมพิวเตอร์ ฯลฯ รัสเซียก็คือผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก ชิ้นส่วนการผลิตจึงเหลือเฟือ ขาดอะไรก็สั่งจากจีนมหามิตร ที่บริการขนส่งมาให้รวดเร็วทางเครื่องบิน หรือรถไฟที่ทำทางเชื่อมกันเรียบร้อยแล้ว รัสเซียจึงไม่ประสบปัญหา Supply
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยนั้น นักศึกษาที่ชื่อ วลาดิเมียร์ ปูติน ได้เขียนวิทยานิพนธ์ชื่อ “การวางแผนกลยุทธ์เรื่องทรัพยากรภูมิภาคภายใต้การก่อตัวของตลาดสัมพันธ์” เนื้อหาภายในคือ “วิธีที่จะทำให้รัสเซียกลับเป็นมหาอำนาจได้อีกครั้ง คือ การควบคุมการส่งออกพลังงานน้ำมันสู่ทวีปยุโรป” แน่นอนว่ายิ่งสงครามลากยาวไปเท่าไร รัสเซียจะยิ่งได้เปรียบ สหรัฐและสหภาพยุโรปเท่านั้น ที่เด่นชัดคือ คลังอาวุธ NATO หมดลงแน่ๆ จนอ่อนแอ และเศรษฐยุโรป จะเสียหายอย่างหนักจากขาดแคลนพลังงานไปผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรม จนเกิดความขัดแย้ง แตกแยก ยิ่งทำให้เป็นช่องที่รัสเซีย จะเจาะหาพวก เช่น เยอรมนี ฮังการี สโลวะเกีย ลัตเวีย ที่ไม่ยอมแบนพลังงานรัสเซียตอนนี้
โดยอ้างว่ายังไม่พร้อม ส่งผลให้ประเทศยุโรปที่เหลือ ที่ออกตัวแรงไปก่อนหน้าจึงเขินไม่กล้าซื้อพลังงานรัสเซียโดยตรง ต้องมาซื้อผ่านบริษัทพลังงานในชาติเหล่านี้ ยอมให้กินราคาส่วนต่างพลังงานรัสเซียกันพุงปลิ้น..กลยุทธ์แบ่งแยกเพื่อปกครองใช้ได้มาตลอดทุกยุคสมัย ชาติตะวันตกเองยิ่งยื้อสงครามยูเครนให้ยืดเยื้อมีแต่เจ็บหนัก บางชาติสายป่านสั้นอาจถึงพิการ แต่รัสเซีย และชาติที่แอบขยิบตากัน นอกจากจะไม่เดือดร้อนแล้ว ยังมีแต่รวยหนักขึ้นทุกวัน