“อดีตกุนซือบิ๊กป้อม”โพสต์ จีนตัดไทยพ้นศูนย์กลางส่งออกผลไม้? อ้างเหตุลงนามนายกญี่ปุ่น

0

จากสถานการณ์สู้รบของรัสเซียกับยูเครน ทำให้เกิดผลพวงที่หลายประเทศต้องตระหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีสหรัฐเชิญประเทศกลุ่มอาเซียนไปประชุม รวมทั้งการทำความข้อตกลงใดๆในเรื่องของยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกนั้น

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กถึงเรื่องราวดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ ชวนติดตามหลายข้อความต่อเนื่องว่า

“ด่วนมาก 1 อินโดนีเซีย ประเทศอาเซียนที่ใหญ่ที่สุด ไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติของนักล่าอาณานิคม ได้ติดต่อค้าขาย ร่วมมือกับ รัสเซีย อิหร่านและจีนอย่างใกล้ชิด

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ล่าสุด อินโดนีเซีย ได้ยกระดับ การติดต่อค้าขายกับอิหร่านโดยตกลงซื้อขายด้วยสกุลเงินของทั้งสองประเทศได้โดยตรง นั่นคือไม่ต้องใช้เงินดอลลาร์ของสหรัฐอีกแล้ว

2 เดิมอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์กับสหรัฐอย่างแน่นแฟ้น ต่อมาได้เกิดขบวนการแบ่งแยกดินแดนติมอร์ตะวันออก โดยได้รับการสนับสนุนจากนักล่าอาณานิคม และแยกเป็นประเทศติมอร์ตะวันออกได้สำเร็จ

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันกับอาเจะ อีกเมืองหนึ่ง อินโดนีเซียไหวตัวทัน จึงหันไปจับมือกับรัสเซียและจีน จึงสามารถป้องกันรักษาเอาไว้ได้  นับแต่นั้นมา อินโดนีเซียก็มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ รัสเซีย-จีน-อิหร่าน อย่างแน่นแฟ้น

3 แม้อินโดนีเซียจะเป็นประเทศใหญ่ที่สุดในอาเซียน และมีความสำคัญในอาเซียน แต่ #นาโต้2 รู้ดีว่าอินโดนีเซียไม่เล่นด้วย ดังนั้นจึงไม่ กำหนดให้อินโดนีเซียเป็นแกนหลักของ #นาโต้2

4 สำหรับมาเลเซีย เป็นประเทศอิสลามนับถือนิกายสุนี สำนึกคิดดีเช่นเดียวกับอินโดนีเซีย และดำเนินนโยบายต่างประเทศไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นจึงหมายความว่า มาเลเซีย ก็จะมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น กับรัสเซียจีนอิหร่าน เช่นเดียวกับอินโดนีเซียด้วย”

ต่อมาอดีตกรรมการผู้ช่วยพลเอกประวิตร ยังโพสต์ข้อความอีกว่า “งามหน้าแล้ว คนไทยแห่ปลื้มชื่นชมนายกลาวสั่งนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมาแก้ค่าครองชีพ”

ล่าสุดวันนี้ 09 พฤษภาคม 2565 นายไพศาล ออกมานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกของไทยไปยังประเทศจีน ที่มีการตั้งข้อสังเกตุถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นว่า  “ด่วน!!! จีนกำหนดให้การขนส่งผลไม้จากไทยไปจีนต้องไปส่งเข้าทางท่าอากาศยานเมืองหนานหนิงมณฑลกวางสี!!!!

1 สินค้าเกษตรและผลไม้ไทยส่วนใหญ่จะขนส่งไปที่ มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีประชากรกว่า 100 ล้านคนและต้องการบริโภคผลไม้ไทยมากที่สุด!

การขนส่งผลไม้ไทยทางอากาศไปจีนจึงขนส่งจากกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ไปยังท่าอากาศยานกวางตุ้ง ซึ่งสะดวกและระยะทางสั้นที่สุด

2 แต่เมื่อเกิดเหตุ #นาโต้2 กรณีไทยทำความร่วมมือด้านความมั่นคง กับญี่ปุ่นล่าสุด จีนก็ได้กำหนดให้การส่งผลไม้ไทยไปยังประเทศจีนทางอากาศ ต้องไปส่งที่ ท่าอากาศยานหนานหนิง มณฑลกวางสี เป็นการเพิ่มเวลา ระยะทางและค่าใช้จ่าย รวมทั้งความไม่สะดวกต่างๆให้แก่ไทยอีกมาก เพราะเมื่อขนส่งไปยังหนานหนิงแล้วก็ยังต้องขนต่อไปยังมณฑลกวางตุ้งอีก

3 การใช้เมืองหนานหนิงมณฑลกวางสี เป็นศูนย์ขนส่งผลไม้เข้าไปยังจีนนั้น ผลที่แท้จริงก็คือ ตัดไทยออกจากการเป็นศูนย์กลางส่งผลไม้ไปยังจีน เป็นสนับสนุนให้เวียดนาม เป็นศูนย์กลางการส่งผลไม้เข้าสู่ประเทศจีน

พูดกันให้ชัดๆก็คือตัดประเทศไทยทิ้งออกไปนั่นเอง!!! ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าเป็นผลกระทบจาก #นาโต้2 จะได้ไม่ถูกพวกตีกินหลอกลวงให้ไขว้เขวอีก”