แหกหน้าสหรัฐฯ! นายกฯลาว สั่งซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ไม่ตามก้น “ไบเดน” คว่ำบาตร แถมได้ราคาย่อมเยาว์

0

สำหรับความคืบหน้าในสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ถือว่าล่วงเลยเข้าสู่ 73 วัน และโลกก็ได้รับผลกระทบจากสงครามนี้อยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มอียู ที่คว่ำบาตรรัสเซียตามคำยุของสหรัฐฯ จนชาติตัวเองเดือดร้อน ต้องวิ่งเต้นหาพลังงานมาใช้ แม้ว่าปมสงครามยังไม่จบลง แต่ดูเหมือนว่า ปัญหาด้านพลังงาน จะลามไปกระทบธุรกิจต่าง ๆ จำนวนมาก

ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า ทางรัสเซีย จะขายน้ำมัน ก๊าซ และพลังงานต่าง ๆ ให้ชาติเอเซีย รวมถึงแทบอาเซียนมากขึ้น ในราคาที่พิเศษ มีส่วนลดเสนอมากมาย และลาวก็เป็นชาติที่สั่งซื้อน้ำมันรัสเซีย แหกหน้าสหรัฐฯ ที่พยายามจะยุให้ทั่วโลกร่วมคว่ำบาตรรัสเซียด้วย

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

โดยทางด้านอาลุนไซ สูนนะลาด รัฐมนตรี หัวหน้าห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้ลงนามในหนังสือแจ้งการเลขที่ 621/หสนย. เรื่องมาตรการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

 

ทั้งนี้เนื้อหาในหนังสือระบุถึงทิศชี้นำของนายกรัฐมนตรี พันคำ วิพาวัน ซึ่งเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการเงิน ให้มีการจัดตั้งบริษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นเพื่อทำหน้าที่รวมศูนย์ในการแสวงหา นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ เพื่อนำมากระจายต่อให้รัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟลาว และบริษัทน้ำมันเอกชนภายในประเทศ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และสามารถตรวจสอบ ติดตามรายรับได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

บริษัทน้ำมันแห่งชาติที่จะตั้งขึ้น มีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเป็นแกนนำ ร่วมกับกระทรวงการเงิน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในหนังสือยังได้ระบุข้อความชัดเจนว่า ให้บริษัทน้ำมันแห่งชาติที่จะตั้งขึ้น “เจรจาซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงราคาย่อมเยาจากประเทศรัสเซีย เพื่อช่วยลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง”

นอกจากนี้ ยังให้กระทรวงการเงินประสานกับธนาคารแห่ง สปป.ลาว และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องค้นคว้ากลไกควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และสนองเงินตราต่างประเทศให้เพียงพอ เพื่อรับประกันว่าจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ พร้อมทั้งรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ

ที่ผ่านมา ลาวนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากประเทศไทยเป็นหลัก รองลงมาเป็นเวียดนาม และจีน อย่างไรก็ตาม ระยะหลัง ลาวประสบปัญหาเงินเฟ้อ และค่าเงินกีบอ่อนตัวลงอย่างรุนแรงโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินบาท โดยค่าเงินกีบล่าสุดได้ตกลงไปถึงระดับมากกว่า 400 กีบต่อ 1 บาท จากที่เคยอยู่ประมาณบาทละ 350 กีบ เมื่อตอนต้นปี ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูงขึ้น และบางครั้งก็เกิดสภาวะน้ำมันขาดแคลนจนปั๊มต้องปิดให้บริการ