ยุโรปแตกยับ!! ฮังการีสับเละอียู คว่ำบาตรรัสเซียคือถล่มนิวเคลียร์ใส่ตัวเอง พร้อมดีลมอสโกว์ผลประโยชน์วินวิน

0

ฮังการีประกาศกร้าว ไม่สนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดใหม่ของอียู เฉ่งเดือด”ไม่สามารถยอมรับได้” เหมือนเอานิวเคลียร์เศรษฐกิจมาถล่มใส่ฮังการี เพราะบ้าคลั่งแซงชั่นรัสเซียทำให้ยุโรปแตกสามัคคี

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2565 สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และไชน่าเดลีย์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ผู้นำฮังการี กล่าวถึงร่างมาตรการชุดใหม่ของสหภาพยุโรป ( อียู ) ต่อรัสเซีย ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจะนับเป็นชุดที่ 6 แล้ว และจะรวมถึงการยุตินำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือภายในช่วงสิ้นปีนี้ เขากล่าวว่าเปรียบเสมือน “การทิ้งระเบิดปรมาณู” ใส่เศรษฐกิจของฮังการี และรัฐบาลพร้อมเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลงใหม่ ที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของฮังการี

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ออร์บานกล่าวต่อไปว่า การกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านเพียง 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่งนั้น “ไม่เพียงพอ” หากต้องไปถึงจุดนั้นจริง ฮังการีต้องการเวลาประมาณ 5 ปี เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เนื่องจากหากต้องยุติใช้น้ำมันของรัสเซีย “เป็นการถาวรจริง” ฮังการีต้องรื้อโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และการวางแผนด้านโลจิสติกส์ใหม่ เพื่อรับการเทียบท่าของน้ำมันที่ต้นทางไม่ได้มาจากรัสเซีย ปัจจุบัน สัดส่วนการใช้น้ำมันจากรัสเซียของฮังการี อยู่ที่ประมาณ 65%

ผู้นำฮังการีโวยขึ้น หลังคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารของอียู เสนอร่างแผนการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ ที่นอกเหนือจากการพุ่งเป้าไปที่น้ำมัน อีซียังเสนอยังเสนอให้มีการเพิ่มคว่ำบาตรธนาคารสเบอร์แบงก์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ด้วยการตัดออกจากระบบธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ “สวิฟต์” และการห้ามการออกอากาศของสื่อรัสเซียทุกแห่ง ในทุกช่องทางของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ภาพ การกระจายเสียง หรือบนแพลตฟอร์มออนไลน์

ในการพูดคุยกับโฆษกวิทยุของรัฐ คอสซุส ราดิโอ( Kossuth Radio) เมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมา นายกฯออร์บัน กล่าวว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ตกลงกันก่อนหน้านี้ว่ามาตรการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในกลุ่มใด ๆ ควรคำนึงถึงสถานการณ์ของแต่ละประเทศ นายกรัฐมนตรีฮังการียังเตือนด้วยว่าข้อเสนอล่าสุดเกี่ยวกับน้ำมันรัสเซียของคณะกรรมาธิการยุโรป “ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ ได้โจมตีความสามัคคีในยุโรปที่ต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักในเรื่องนี้”

ออร์บันชี้ให้เห็นว่า ประเทศที่มีท่าเรือทางทะเลอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่ามาก เนื่องจากพวกเขาสามารถเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่จัดส่งโดยเรือได้ค่อนข้างสะดวก ในขณะที่ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เช่น ฮังการีพึ่งพาท่อส่งน้ำมันทั้งหมด “ท่อส่งที่นำไปสู่ฮังการีต้นทางเริ่มต้นในรัสเซีย ” โดยประกาศว่าบูดาเปสต์จะไม่ยอมรับแผนใด ๆ ของสหภาพยุโรปโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงเหล่านี้

นายกรัฐมนตรีฮังการีเตือนว่า หากใช้แผนนี้ ราคาน้ำมันในประเทศอาจสูงขึ้นถึง 700 ฟอรินต์ (1.90 เหรียญสหรัฐ) ต่อลิตร ในขณะที่ดีเซลอาจมีราคาสูงถึง 800 ฟอรินต์ (2.22 เหรียญสหรัฐ) ต่อลิตร ซึ่งจะเป็นภาระหนักสำหรับทั้งประเทศ และ ประชาชนฮังการี  นอกจากนี้ ข้อเสนอของบรัสเซลส์อาจส่งผลให้ประเทศในยุโรปกลางหมดเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์น้ำมันอื่น ๆ ในระยะยาว

เขากล่าวย้ำว่า จะต้องใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ และต้องใช้เวลาถึงห้าปีสำหรับฮังการีในการเปลี่ยนจากน้ำมันของรัสเซียมาเป็นทางเลือกใหม่  ออร์บันยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ในขณะที่สหภาพยุโรปบอกว่า ได้จัดสรรเงินทุนให้กับการเริ่มต้นส่วนนั้นในกระดาษ แต่บูดาเปสต์ก็ยังไม่เห็นเงินนั้นในความเป็นจริง  ซึ่งหมายความว่าฮังการีไม่สามารถแม้แต่จะเริ่มกระบวนการแซงก์ชั่นได้

อ้างอิงจากมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปที่มีต่อรัสเซีย 5 รอบก่อนหน้านี้ แม้ฮังการีอนุมัติแล้ว ออร์บันยอมรับว่าแม้เขาไม่ได้เห็นว่าการคว่ำบาตรเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาวิกฤตยูเครน บูดาเปสต์ขอสงวนอำนาจในการยับยั้งสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ของประเทศฮังการี เขาอธิบายว่าการห้ามนำเข้าพลังงานของรัสเซียเป็นเส้นสีแดงสำหรับประเทศของเขา

ออร์บานยังได้สรุปจุดยืนของฮังการีในเรื่องความขัดแย้งทางอาวุธในยูเครน โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตกลงหยุดยิงและกลับมาเจรจาสันติภาพโดยเร็วเขาย้ำว่าฮังการีตั้งใจแน่วแน่ที่จะอยู่ให้ห่างจากความขัดแย้ง และด้วยเหตุนี้จะไม่จัดหาอาวุธให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากหลายประเทศในยุโรปอื่นๆ 

ในเวลาเดียวกัน ทั้งรัฐบาลฮังการีและสังคมโดยรวม กำลังให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมขนาดใหญ่แก่ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนหลายพันคน ที่เดินทางมาถึงประเทศ

ในวันพุธที่ผ่านมา เออร์ซูลา ฟอนเดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen)ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยการคว่ำบาตรชุดที่6  ได้แก่ การคว่ำบาตรธนาคารชั้นนำของรัสเซีย การห้ามผู้แพร่ภาพกระจายเสียงของรัสเซียจากคลื่นวิทยุในยุโรป และการห้ามนำเข้าน้ำมันดิบของรัสเซียภายในหกเดือน ข้อเรียกร้องให้เลิกนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างแข็งกร้าวจากฮังการีและสโลวาเกีย ซึ่งเกรงว่าคำสั่งห้ามดังกล่าวจะบ่อนทำลายเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง เนื่องจากพวกเขาต้องพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม การเสนอดังกล่าวของประธานอีซีต้องได้รับเสียงสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ จากที่ประชุมสุดยอดสมาชิกอียูทั้ง 27 ประเทศ และมีสมาชิกอื่นๆนอกจากฮังการี ทั้งในแถบยุโรปตะวันออกอีกหลายแห่งให้ความเห็นว่า ไม่สนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรชุดนี้เช่นกัน และบางประเทศขอให้มีการชะลอระยะเวลาบังคับใช้มาตรการที่ว่านี้ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด