กางชื่อสนข.ไม่ควรเสพ! แฉอเมริกาจารกรรมข้อมูลจากโทรศัพท์-อีเมล แต่โยนบาปหัวเว่ย?

0

จากที่การเผยแพร่ข่าวของสื่อตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศสหรัฐ อังกฤษ ถูกตั้งข้อสังเกต และชวนให้สงสัยอยู่บ่อยครั้ง ว่าถูกต้องน่าเชื่อถือได้หรือไม่ ซึ่งหลายครั้งถูกจับได้ว่าเป็นการปล่อยข่าวปลอม!?!

ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวของสื่อชาติตะวันตก ได้ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 06 พฤษภาคม 2565 โดยดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เผยแพร่ข้อมูลไว้ในเฟซบุ๊กว่า

“อเมริกาพยายามบอกชาวโลกว่าหัวเหว่ยจารกรรมข้อมูลผู้ใช้ แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งโทรศัพท์ทั้งสื่อโซเชียลมิเดียที่คนอเมริกันเป็นเจ้าของจารกรรมข้อมูลผู้ใช้ยิ่งกว่าหัวเหว่ยเสียอีก

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ทั้งนี้รวมทั้งโทรศัพท์บ้าน บัญชีอีเมล์จากค่ายต่างๆ  ทุกวันนี้ผมจึงไม่ใช้ FB ในการติดต่อสื่อสาร เลิกอัพรูปตนเองทาง FB และจำกัดการติดต่อโดยใช้ไลน์อย่างเดียว แม้ว่าไลน์ก็ใช่ว่าจะปลอดจากการจารกรรมข้อมูลเหมือนกัน”

ต่อมานักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ยังได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ เพื่อให้ร่วมกันตระหนักพึงระมัดระวังเกี่ยวกับการเสพสื่อตะวันตกอีกว่า

“สำนักข่าวหรือเครือข่ายสื่อโซเชียลมิเดียที่หน่วยความมั่นคงของอเมริกา เช่น CIA อยู่เบื้องหลัง ตื่นเช้าขึ้นมาก่อนจะอ่านข่าว เช็คที่มาของข่าวด้วยว่าแปลมาจากไหน

ถ้าอยากรู้ว่าสำนักข่าวไหนคือสำนักข่าวสากกะเบือไม่ออกดอก ไม่ยากครับ พวกนี้มักจะหลับหูหลับตาแปลข่าวจากสำนักข่าวอเมริกาและยุโรป เช่น CNN BBC Reuters New York Times the Guardian DailyMail FoxNews เป็นต้น ล้างสมองผู้คนรายวันมากกว่าจะแปลจากสำนักข่าวรัสเซีย จีนหรืออิหร่านเพื่อให้เกิดการสมดุลกัน และก็พากันเมาข้อมูลผิดๆ เสียเอง วิเคราะห์อะไรก็เข้าป่าไปเรื่อย

ข้างล่างนี้คือสำนักข่าวที่ต้องหูหนักไว้ก่อน อย่าด่วนเชื่อ ถ้าเป็นพยากรณ์อากาศ แผ่นดินไหว ผลการแข่งขันฟุตบอล ฯลฯ พอจะเชื่อได้ครับ แต่ถ้าเป็นข่าวการเมืองระหว่างประเทศ ไม่อ่านได้ยิ่งดี ถ้ามีโอกาสเห็น อ่านแล้วก็อย่าด่วนเชื่อครับ”

ล่าสุดวันนี้ 07 พฤษภาคม 2565 ดร.ปฐมพงษ์ ยังได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กอีกครั้ง ซึ่งเป็นข้อความสั้นๆว่า “คนไทยพึงพิจารณากันเนืองๆว่า บัดนี้เราถูกสำนักข่าวสากกะเบือไม่ออกดอกล้างสมองไปด้วยข่าว โฆษณาชวนเชื่อจากตะวันตกกี่มากน้อยแล้ว?”