อิสราเอลหน้าซีด! รัสเซียฮึ่มพร้อมถล่ม-ยึดราบสูงโกลันคืนซีเรีย เอาคืนแอบหนุนทหารรรับจ้างในยูเครน

0

อิสราเอลหน้าซีด! รัสเซียฮึ่มพร้อมถล่ม-ยึดราบสูงโกลันคืนซีเรีย เอาคืนแอบหนุนทหารรรับจ้างในยูเครน

จากกรณีที่ ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด แห่งซีเรีย โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีปูตินเมื่อวันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 หนึ่งวันหลังจากปูตินสั่งเปิดปฏิบัติการรุกรานยูเครน

แถลงการณ์จากสำนักงานประธานาธิบดีซีเรียกล่าวว่า ประธานาธิบดีอัสซาดย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นการแก้ไขประวัติศาสตร์ให้ถูกต้อง และฟื้นฟูสมดุลในระเบียบโลกภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

อัสซาดยังกล่าวกับปูตินด้วยว่า ซีเรียยืนอยู่ข้างรัสเซียโดยอ้างอิงจากความเชื่อมั่นที่ว่าเป็นจุดยืนที่ถูกต้อง และเพราะการเผชิญหน้ากับการขยายตัวของนาโตเป็นสิทธิของรัสเซีย นอกจากนี้ ชาติตะวันตกต้องรับผิดชอบต่อความโกลาหลวุ่นวายจากการที่ใช้กลอุบายสกปรกสนับสนุนผู้ก่อการร้ายในซีเรียและยูเครน

ต่อมาทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ รัสเซีย ขยายกองทัพผงาดปกป้องซีเรีย โดยอ้างอิงจากกองทัพรัสเซีย ระบุว่า  ช่วงปี 2557 สหรัฐ อิสราเอล และพันธมิตร NATO ได้สนับสนุนให้นักรบเคิร์ด ทางด้านเหนืออิรัก และจัดตั้งกลุ่มทหารรับจ้างนานาชาติ ISIS ขึ้นในเขตซีเรีย อิรัก โดยช่วงนั้นยังมีสัมพันธภาพที่ดีกับซาอุดิอาระเบีย จึงดึงมาร่วมแจมด้วย โดยซาอุฯ ตั้งกลุ่มนักรบอัลนุสราฟร้อนส์ ที่แปลงร่างมาจากกลุ่มอัลกออิดะห์อีกที แล้วทุกกลุ่มร่วมกันก่อสงครามกลางเมืองในซีเรีย อิรัก โดยใช้มุกเดิม “ระเบียบโลกเก่า” คือ ใส่ร้ายประธานาธาธิบดีอัล อัดซาด แห่งซีเรีย ว่าใช้อาวุธเคมี ฝ่ายสหรัฐจะต้องโค่นล้มผู้นำซีเรีย สร้างประชาธิปไตย

กลุ่มทหารรับจ้างนานาชาติ ISIS ที่ได้ค่าจ้างเดือนละเรือนแสนบาทต่อคน ขยายใหญ่โตเร็วมาก มีนักรบมุสลิมจากอเมริกาเหนือ ยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเซียกลาง อาเซียน ฯลฯ ไปร่วมรบด้วยมากถึงจุดพีค 150,000 คน ในช่วงนั้นสหรัฐ ส่งทหารอเมริกัน เข้าไปยึดบ่อน้ำมันของรัฐบาลซีเรีย แทบทุกแห่งโดยใช้ทหารรับจ้าง ISIS เป็นแนวหน้า สามารถยึดพื้นที่ซีเรีย ได้มากถึง 95% มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน อพยพหนีตายอีกกว่า 4 ล้านคน โดยสหประชาชาชาติ (UN) ทำเป็นเบลอไม่รู้ไม่เห็น
แม้ว่าช่วงนั้นรัสเซียจะยังไม่มีกองทัพที่แข็งแกร่งเท่าสหรัฐ และ NATO แต่รัฐบาลซีเรีย ก็ไม่เห็นใครในโลกจะช่วยชาวซีเรียให้รอดพ้นจากชาติตะวันตกได้อีกแล้ว จึงขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการจาก ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ทั้ง 2 ชาติลงนามสนธิสัญญาเมื่อเดือน ส.ค.2558 โดยซีเรีย ให้รัสเซียใช้ฐานทัพอากาศ Khmeimim ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง Latakia เขตลาตาเกีย ติดกับทะเลลิแวนท์ ที่ต่อมารัสเซียก็มาตั้งฐานทัพเรืออีกด้วย
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา สถานการณ์ก็พลิกกลับ รัสเซียใช้ฐานทัพอากาศ Hmeimim เป็นฐานที่มั่น ส่งเครื่องบินรบจำนวนมาก ทิ้งระเบิดขนาดมหึมาถล่มทหารรับจ้าง ISIS ทั้งวันทั้งคืน ไม่ว่ากองทัพสหรัฐ จะห้ามปรามหรือประท้วงสักเท่าใดรัสเซียก็ไม่สน บริษัทผู้ผลิตอาวุธรัสเซียยอมรับว่าสมรภูมิรบที่นี่ช่วยให้รัสเซียได้ปรับแต่งประสิทธิภาพอาวุธให้รุนแรงที่สุด แก้ไขจุดบกพร่องอาวุธโดยใช้นักรบ ISIS ของ NATO เป็นเป้าซ้อม ในเวลาราว 10 เดือนเท่านั้น ทะเลทรายซีเรียแทบทุกหนแห่งเต็มไปด้วยปุ๋ยชีวภาพทหารรับจ้าง ISIS คงเหลือแค่ 800 คนเท่านั้น
ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมส์ แห่งสหรัฐฯ ขณะนั้น ถึงกับต้องออกคำสั่งถอนทัพทหารอเมริกันออกจากซีเรียเกือบทั้งหมดไปปักหลักที่แถวชนชาวเคิร์ดตอนเหนืออิรัก และตอนเหนือซีเรียอีกไม่กี่แห่ง เพราะไม่อาจต้านทานแสนยานุภาพกองทัพรัสเซียได้ เมื่อรัสเซีย และซีเรีย มีชัยชนะเหนือสหรัฐ และ NATO ช่วงสิ้นปี 2560 รัสเซียได้เปลี่ยนฐานทัพ Khmeimim ให้เป็นส่วนหนึ่งของกองทหารประจำการในซีเรีย โดยประธานาธิบดีปูติน แห่งรัสเซียเดินทางมาเยี่ยมบรรดานักบินที่สนามบินแห่งนี้ หลังจากนั้นมารัฐบาลของอัลอัสซาด ซีเรีย เลือกกี่ครั้งก็ชนะใจประชาชนขาดลอยได้คะแนนเกิน 90% ก็ค่อยๆ เข้มแข็งขึ้น เพราะได้ภาษีและสัมปทานเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากน้ำมัน นำมาพัฒนาสร้างมหาวิทยาลัย วิทยาลัยการอาชีพ และโครงสร้างพื้นฐานประชาชน แต่แสนยานุภาพทางกองทัพก็ยังไม่ถึงอิหร่าน
ล่าสุด รัสเซีย-จีน “จัดระเบียบโลกใหม่” กองทหารรัสเซีย ที่ประจำการในฐานทัพอากาศ Khmeimim ได้จัดพิธีสวนสนาม แสดงแสนยานุภาพทางอาวุธ และข่มสหรัฐ NATO ปรามอิสราเอล ที่อยู่ในระยะทำการของเครื่องบินรบรัสเซีย ว่าถ้ามีปัญหากับรัสเซีย จะถล่มและยึดที่ราบสูงโกลัน คืนให้กับซีเรีย ก็ย่อมทำได้สบายๆ เพื่อตอบโต้อิสราเอล ที่หนุนทหารรับจ้างในยูเครน อยู่ขณะนี้