เปิดเบื้องลึก “พลเอกวิชญ์” นายตัวจริงของ “ธรรมนัส” ผนึกกำลังกระชับอำนาจ พปชร.! ลอยแพบิ๊กตู่!?

0

เปิดเบื้องลึก “พลเอกวิชญ์” นายตัวจริงของ “ธรรมนัส” ผนึกกำลังกระชับอำนาจ พปชร.! ลอยแพบิ๊กตู่!?

การเมืองกลับมาร้อนอีกครั้งหนึ่ง เมื่อร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ประกาศอยู่ในตำแหน่งต่อ ไม่ลาจากพรรคพลังประชารัฐแล้ว หลังจากที่ถูก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี

คนเราอยู่กันดีๆ จะออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี มันต้องมีเหตุทั้งสิ้น ก็มาจากเรื่องการโค่นล้ม พลเอกประยุทธ์ ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และที่สำคัญที่พลเอกประยุทธ์ ออกมาพูดเองก็คือ มีข้อหาแอบอ้างเบื้องสูง เมื่อวันที่ 9 กันยายน วันที่มีพระบรมราชโองการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ร้อยเอกธรรมนัส ประกาศลาออกบอกว่า ไม่อยู่แล้วพรรคพลังประชารัฐ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ณ เวลานั้น เสียงเชียร์พลเอกประยุทธ์กระหึ่ม เป็นคำถามที่น่าสนใจว่า ทำไมพลเอกประยุทธ์ ปลดธรรมนัสและนฤมล คนถึงเชียร์พลเอกประยุทธ์แสดงว่า คนตั้งคำถามหรือไม่ตอบรับในทางการเมืองกับร้อยเอกธรรมนัสและนฤมลใช่หรือไม่ หลังจากที่มีการปลดไปแล้ว พี่น้อง 2 ป. ก็คือ พลเอกประยุทธ์กับพลเอกประวิตร ก็พยายามแสดงให้สาธารณะชนหรือประชาชนเห็นว่า ยังรักใคร่กลมกลืนกัน แต่ข่าวในวันที่ 9 กันยายน วันที่ปลดร้อยเอกธรรมนัสและนฤมลออกจากตำแหน่ง

ก็มีข่าวหลุดออกมาว่า 3 ป.คือ พลประยุทธ์ พลเอกอนุพงษ์ พลเอกประวิตร พูดคุยกันที่ทำเนียบรัฐบาลและมีเสียงดังลอดออกมาบอกว่า พอแล้ว ไม่เอาแล้ว เลิกแล้วการเมือง ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะร้อยเอกธรรมนัสและนฤมล ก็คือคนที่พลเอกประวิตร ให้ความไว้วางใจ จากนั้น1-2วัน พลเอกประวิตรก็ออกมายืนยันว่า ไม่ลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแล้ว และไม่ใช่ตัวเองไม่ลาออกอย่างเดียว ยังยืนยันด้วยว่าร้อยเอกธรรมนัส ก็ไม่ลาออก แสดงว่า ต้องมีการพูดคุยกันระหว่างพลเอกประวิตรกับร้อยเอกธรรมนัส ภาพกอดคอระหว่างพี่น้อง 2ป. ไม่เพียงเท่านั้น 14 กันยายน ฮือฮากันได้อย่างยิ่ง เมื่อพลเอกประวิตร ตั้งพลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคประชารัฐ

ดูเผิ่นๆไม่น่าจะมีอะไร เพราะในแวดวงระดับลึก แวดวงภายในรู้กันว่า พลเอกวิชญ์นั้น รับใช้พลเอกประวิตร มายาวนาน ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์อันดีซึ่งกันและกันแต่หลังจากมีการตั้ง พลเอกวิชญ์ เป็นประธานยุทธศาสตร์ในวันที่ 14 กันยายนแล้ว ก็ไม่มีคำสั่งเรียกประชุมพรรคที่รัฐสภาในวันที่ 15 กันยายน โดยธรรมนัสและมีการเชิญพลเอกประวิตรและพลเอกวิชญ์ มาร่วมประชุมด้วย

หลังการประชุมผู้สื่อข่าวเฝ้ารอกันอย่างใกล้ชิดเพราะ อยากรู้ว่าสภาพของพลังประชารัฐ พรรคแกนหลักที่ค้ำยันพลเอกประยุทธ์อยู่ จะเดินกันอย่างไรต่อ พลเอกประวิตรไม่ได้พูดอะไรมาก นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่มีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค พลเอกประวิตรได้แจ้งต่อที่ประชุมส.ส. และคณะกรรมการบริหารอย่างชัดเจนและยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่ง เพราะรักพรรคพลังประชารัฐมาก

นายวิรัชย้ำว่าจะอยู่กับพวกเราอีก 1 ปีเศษ อยากให้ส.ส.เตรียมลงพื้นที่ร่วมกับพี่น้องช่วยเหลือประชาชน เพื่อการเลือกตั้งในสมัยต่อไป และยืนยันว่าจะไม่มีการยุบสภา อะไรที่ทางพรรคดูแลและเข้าไปช่วยเหลือ ท่านก็จะดูแล ช่วยเหลือ พร้อมทั้งฝากและรัฐมนตรีของพรรคลงไปทำงานร่วมกับส.ส. ปรากฏว่าหลังจากพูด ก็มีเสียงปรบมือเป็นระยะๆเพราะส.ส.พลังประชารัฐทุกคนเกิดความมั่นใจถึงบรรยากาศการประชุม

และย้ำว่าร้อยเอกธรรมนัสได้ยืนยัน ต่อหน้าส.ส.แล้วว่า วันนี้จะทำงานที่เลขาธิการพรรคต่อไป จะดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แม้จะเป็นเพียงส.ส. สำหรับพลเอกประวิตรเอง ไม่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวปฏิเสธให้สัมภาษณ์ทุกเรื่อง ขณะที่เดินลงลิฟท์มาพร้อมกับร้อยเอกธรรมนัสและนางนฤมล ผู้สื่อข่าวได้ถามร้อยเอกธรรมนัสว่า สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า สบายใจตั้งนานแล้ว

ขยายความคำว่า “สบายใจตั้งนานแล้ว” ของร้อยเอกธรรมนัสคืออะไร แน่นอนว่าสัมพันธ์กับการประกาศตั้งประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐที่ชื่อ พลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เพราะนี่คือ เจ้านายตัวจริงของธรรมนัส เป็นคนที่เอาธรรมนัสมาฝากพลเอกประวิตรให้อยู่พรรคพลังประชารัฐ นี่เป็นการกระชับอำนาจ นี่เป็นการผนึกกำลังและมีคำถามว่า พลเอกวิชญ์ มีศักยภาพมากน้อยขนาดไหน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างพลเอกวิชญ์กับพลเอกประวิตรก็ไม่ธรรมดา

พลเอกวิชญ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 9 รุ่นก่อนพลเอกอนุพงษ์ เติบโตมา ถือว่าอยู่ในการสนับสนุนดูแลของพลเอกประวิตรก็ว่าได้ พลเอกประวิตร เป็นผู้บัญชาการทหารบกปีพ.ศ. 2547-2548 ปีนั้น พลเอกวิชญ์ เป็นรองแม่ทัพภาค 1 พลเอกประวิตรส่งต่อให้ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 ในปีพ.ศ. 2549 หลังจากที่เกษียณราชการไปแล้ว

หลังจากนั้นก็หลุดออกจากไลน์คุมกำลัง เป็นที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ แต่ท้ายที่สุดได้กลับมารับยศพลเอกพร้อมๆกับรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกในเดือนตุลาคม 2552 ซึ่งยาก เวลาหลุดจากไลน์ไปแล้ว จะย้ายกลับเข้าไลน์ ก็เพราะพลเอกประวิตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกอนุพงษ์ เกษียณ ก็มีคำถามว่า พลเอกวิชญ์ย้ายกลับมาเข้าไลน์คุมกำลัง จะเป็นคู่แข่งผู้บัญชาการทหารบกกับพลเอกประยุทธ์หรือเปล่า ปรากฎว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก พลเอกวิชญ์ก็ไม่ธรรมดา ได้เป็นประธานที่ปรึกษากองทัพบก ซึ่งเป็นอัตราจอมพลเท่ากัน นี่คือความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและเนื่องจากเป็นนายทหารผู้กว้างขวางแบบเดียวกับร้อยเอกธรรมนัส ความเป็นลูกพี่ลูกน้อง จะมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง และพลเอกวิชญ์ เป็นคนที่เอาร้อยเอกธรรมนัสมาฝากกับพลเอกประวิตร ซึ่งตอนมาฝาก พลเอกประวิตรถามย้ำว่า เลิกรับใช้ทักษิณหรือยัง ธรรมนัสก็ยืนยันว่าจะมารับใช้ลุงป้อม

โดยเฉพาะกองเชียร์พลเอกประยุทธ์ กองเชียร์ลุงตู่ แบบนี้มันจะอยู่กันยังไงในทางการเมือง ดูเหมือนว่า ถ้าเป็นแบบนี้นะด้วยบารมีของพลเอกประวิตร จะทำให้ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ การบริหารพรรคพลังประชารัฐ เป็นหนึ่งเดียวรักใคร่กลมเกลียวกันแต่คำถามหลายคนตั้งคำถามว่า ร้อยเอกธรรมนัสรู้สึกยังไงกับพลเอกประยุทธ์ แล้วพลเอกประยุทธ์รู้สึกยังไงกับร้อยเอกธรรมนัส แน่นอนพลเอกประยุทธ์ถ้ารู้สึกดีๆ คงไม่ปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ร้อยเอกธรรมนัสถูกปลด เจ็บช้ำน้ำใจประกาศเอาไว้คนอย่างผมจำนาน หรือวันนี้ร้อยเอกธรรมนัสอภัย เป็นสิ่งที่เป็นความสุขอย่างนั้นหรือ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยที่ผ่านมา

ในสมัยหน้าจะเสนอชื่อ “พลเอกประยุทธ์” เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เลขาธิการพรรคมีบทบาทสำคัญในการที่จะช่วยพรรคหาเสียงและจะช่วยไปทำไม ถ้าคนที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ตั้งเลขาธิการพรรคเป็นรัฐมนตรี ถ้าพลเอกประยุทธ์กลืนน้ำลาย ไปตั้งร้อยเอกธรรมนัส เป็นรัฐมนตรี ดูแล้วก็จะอลหม่าน ไม่เพียงเท่านั้น บรรดาส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ให้การสนับสนุนพลเอกประยุทธ์จะอยู่ยังไง เมื่อร้อยเอกธรรมนัสขู่ไว้ว่า ไอ้ห้อยไอ้โหน ถ้าก็ยังเป็นเลขาธิการพรรคต่อไปจะไม่ส่งสมัครรับเลือกตั้ง พลเอกประวิตร พลเอกวิชญ์ ร้อยเอกธรรมนัส กระชับอำนาจในพรรคพลังประชารัฐเรียบร้อย และชะตากรรมของพลเอกประยุทธ์จะเป็นอย่างไร อยากไปเมืองต่อ แน่นอนว่าหวังพึ่งพิงพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ จะต้องจัดทัพใหม่ จะจัดทัพอย่างไร ต้องจับตาการเมืองต่อไป อย่ากระพริบตา ร้อนฉ่า ที่บอกว่าจะไม่มีการยุบสภา แน่นอนว่าจะไม่มีการยุบใน 3 เดือนนี้ ถ้าจะมีการยุบสภาก็ต่อเมื่อ พลเอกประยุทธ์คิดจะเดินการเมืองต่อและไม่สามารถที่จะเชื่อมสัมพันธ์กับพรรคพลังประชารัฐได้ ต้องตั้งพรรคการเมืองใหม่ต้องใช้เวลา 90 กว่าวันขึ้นไป บรรดาส.ส. ทั้งหลายเตรียมตัวกันได้ ใครจะย้ายพรรค ใครจะไปสมัครพรรคไหน รับรองว่ามันตื่นเต้นเข้ามาทุกที