สถาบันทิศทางไทย หนุนใช้กม.เด็ดขาดกับเฟคนิวส์ ค้าน6สมาคมสื่อขวาง ถามเสนอความจริงกลัวทำไม?

0

จากที่วันนี้ 31 กรกฎาคม 2564 สถาบันทิศทางไทย ได้ออกแถลงการณ์คำประกาศจุดยืน เรื่อง สนับสนุนให้ใช้กฎหมายดำเนินการกับ Fakenews และสื่ออาชีพที่มีส่วนร่วมอย่างเด็ดขาดนั้น

ทั้งนี้สถาบันทิศทางไทย ระบุว่าไม่เห็นด้วย กับ พฤติการณ์ ของ 6 สมาคมสื่อ และ สื่อมวลชนที่ออกมา เคลื่อไหว ภายใต้ แคมเปญ “ หยุดคุกคามสื่อ หยุดคุกคามประชาชน “ ด้วยวิธีการขมขู่กดดันรัฐบาล ตลอดจนนายกรัฐมนตรี ในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหา fakenews ในสถานการณ์ วิกฤติ

  1. Fakenews ไม่ใช่เสรีภาพ แต่เป็น อาชญากรรม 2. Fakenews คือ ความเท็จ โดยเจตนาที่ต้องการเข้าใจเป็นเท็จ ตรงข้ามกับ ความจริง 3. สื่อที่นำเสนอ ความจริง ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใคร รัฐบาล ทหาร นักการเมือง เจ้าของสื่อ เจ้าของเงินโฆษณา ฯลฯ
  2. ถ้าสื่อนำเสนอความจริง ความจริงจะเป็นเกราะคุ้มกันสื่อนั้นเอง 5. เราอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร ที่ประชาชนผู้รักความจริงสามารถค้นหาและนำเสนอความจริงได้ไม่แพ้สื่อ และบางครั้งก็จับได้ว่าสื่ออาชีพเองก็นำเสนอ Fakenews
  3. ถ้าการจัดการกับ Fakenews เป็นเรื่องสื่อแต่ละสำนัก ยี่ห้อ แบรนด์ ต้องจัดการตัวเอง สมาคมวิชาชีพสื่อทั้งหลายจะมีไว้ทำไม ต้องยุบทิ้งไปให้หมด 7. ไม่ว่าจะเจตนาหรือผิดพลาด การนำเสนอ Fakenews ของสื่ออาชีพปฏิเสธไม่ได้ว่าล้วนสร้างความเสียหายให้กับสังคม
  4. สื่ออาชีพที่นำเสนอ Fakenews ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบอะไรมากกว่า คำขอโทษเล็กน้อย หรือ ทำเป็นเฉยๆให้เรื่องเงียบ จนผู้เสียหายต้องลุกขึ้นมาดำเนินการทางกม.เอง
  5. ถึงเวลาที่สื่ออาชีพต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการให้มีใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ เหมือนใบอนุญาตขับขี่ เพื่อกวดขันวินัย จรรยาบรรณ ควบคู่กับเสรีภาพของสื่ออาชีพ
  6. สื่ออาชีพจะกลัวรัฐบาลคุกคามทำไม ในเมื่อรัฐบาลนั้นอ่อนด้อยในการรับมือกับ Fakenews จนเป็นที่เอือมระอาของผู้รับรู้ข่าวสาร สื่ออาชีพหลายสำนักไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์นี้ รายงานข่าวสนับสนุนผู้ไม่หวังดีต่อประเทศโดยอ้างเสรีภาพและประชาธิปไตย บังหน้า ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้หนักขึ้น
  7. เป็นความจริงว่า สื่ออาชีพไม่สามารถควบคุมดูแลกันเองได้ จนประชาชนเอือมระอาเ-สื่อ-ม
  8. จึงเห็นด้วยที่จะต้องมีมาตรการดำเนินการกับ Fakenews และสื่ออาชีพ(บางคน บางองค์กร)ที่ไม่ช่วยระงับยับยั้งการเผยแพร่อย่างเด็ดขาด ด้วยตัวบทกฎหมายตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ตัวแทนสื่อมวลชน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ห้องรับรอง1 ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ก่อนหน้านี้เมื่อเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 29)

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26มีนาคม พ.ศ.2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 13จนถึงวันที่ 30กันยายน พ.ศ.2564 นั้น

โดยที่มีการเผยแพร่โดยทั่วไปซึ่งข้อความอันเป็นเท็จที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดหรือสับสน ปฏิบัติตนไม่ถูกต้องจนเกิดความเสียหายหรือเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ การละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือการรักษาสุขภาพของประชาชนโดยผ่านทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต อันเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ฉุกเฉินให้วิกฤติยิ่งขึ้น จำเป็นต้องมีมาตรการที่กำหนดให้การใช้สิทธิหรือเสรีภาพในการแสดงออกเป็นไปอย่างมีเหตุผล ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงและมีความรับผิดชอบต่อความสงบสุขของสังคมส่วนรวมในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ตามกรอบที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนด