ดร.สุวินัยเล่าสาวเกลียดนายกฯ ติดเชื้อซมอยู่บ้านไร้รพ.รักษา-ผ่านไป2วัน รบ.มารับถึงน้ำตาร่วง

0

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด ที่ศบค. เปิดเผยผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ พุ่งอีก 1,543 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 37,453 ราย ขณะมีความวิตกกังวลเตียงรักษาผู้ป่วยไม่พอ รวมทั้งการดูแลจากรัฐบาลไม่ทั่วถึง ก็ปรากฏมีเรื่องราวหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาเช่นนี้!!!

ทั้งนี้ โดยรองศาสตราจารย์ ดร. สุวินัย ภรณวลัย  ประธานยุทธศาสตร์ วิชาการ สถาบันทิศทางไทย และอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ โดยอ้างอิงมาจากเพจของบุคคลหนึ่ง ซึ่งได้บอกเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในช่วงนี้ ที่มีความประทับใจเกิดขึ้นต่อการดูแลของรัฐบาล ว่า

“จากเพจของวัลยารีย์ สุรกิจบรรหาร มีน้องที่สนิทกันเป็นเด็กต่างจังหวัดไม่ชอบการทำงานของรัฐบาล ไม่ชอบนายกรัฐมนตรี

จำไม่ได้ว่าน้องไม่ชอบด้วยเหตุผลอะไร … แต่โดยรวมๆคือไม่ชอบ

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

แต่ในวันนี้น้องไปตรวจโควิด แล้วผลเป็นบวก ยังไม่มีโรงพยาบาลไหนตกลงรับการรักษา เลยทำอะไรไม่ถูกกลับบ้านกักตัวเองไม่ออกไปไหน จิตตก (ตัวคนเดียวโสดเพราะปากร้ายไม่มีใครมาเป็นคู่ชีวิต) และส่งเรื่องเพื่อรอการรักษาจากโรงพยาบาล

ผ่านไป 2 วัน มีรถโรงพยาบาลมารับเพื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคำถามแรกที่น้องถามเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลคือค่าใช้จ่ายคิดอย่างไร? เจ้าหน้าที่ตอบว่ารัฐบาลออกค่าใช้จ่ายให้หมดเลยค่ะ

น้องปากร้ายถึงกับน้ำตาร่วง เพราะไม่คิดว่าคนที่นางไม่ชอบและพร่ำด่ามาตลอด จะดูแลประชาชนโนเนมคนนึงได้ดีถึงเพียงนี้ เพราะถ้าหากต้องออกค่าใช้จ่ายรักษาเอง คงไม่มีปัญญาแน่นอน

ขณะที่ตอนนี้น้องเข้ารับการรักษาอยู่ได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลเป็นอย่างดี ระบบป้องกันความปลอดภัยดีมาก คุยกับพยาบาลทางไลน์ตลอดถามว่าแพ้อะไรกินได้มั้ยชอบอะไร คลายความจิตตกไปได้เลย

น้องปากร้ายจึงฝากขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน และขอบคุณไปยังนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงสาธารณสุข ที่วางระบบการรักษาในครั้งนี้ได้อย่างเข้าถึงประชาชนตาดำๆได้จริง”

นั่นคือเนื้อหาทั้งหมดที่มีการระบุถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่โชคร้ายติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อมาเธอได้รับการดูแลรรักษาเป็นอย่างดีจากรัฐบาลที่เธอเกลียดชัง ซึ่งทำให้ ดร.สุวินัย ได้โพสต์ความคิดเห็นส่วนตัวถึงเรื่องนี้ด้วยว่า

“นี่เป็นเรื่องจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ผมอ่านแล้วรู้สึกดีนะ จึงขอเอามาแบ่งปันให้สังคมได้ร่วมรับรู้ การเปลี่ยนจิตใจคนเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่ความจริงและความดีที่แท้จริงเป็นสิ่งไม่ตาย

ประเทศที่ระบบการรักษาพยาบาลไปถึงคนธรรมดาอย่างทั่วถึง ไม่ใช่ประเทศที่คนในประเทศสมควรรู้สึก “ชิงชัง”  … แน่นอนว่ามันยังมีจุดบกพร่องอีกมากมายที่สมควรถูกตำหนิ ติเตียนและวิพากษ์วิจารณ์อย่างเต็มที่  # คนดีไม่มีวันตาย  # สุดท้ายความจริงย่อมชนะเสมอ การเปลี่ยนจิตใจคนเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่ความจริงและความดีที่แท้จริงเป็นสิ่งไม่ตาย”

อย่างไรก็ตามเมื่อข้อความของดร.สุวินัย ได้เผยแพร่ออกมา ก็ปรากฏว่ามีบุคคล เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และมีบางข้อความที่พูดถึงเรื่องนี้ในทำนองไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไรในประเทศนี้ ซึ่งข้อความในประโยคนี้ระบุว่า

“เรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลเป็นสิทธิพื้นฐานของคนไทยอยู่แล้วนี่ครับ ทุกคนที่เป็นคนไทยมีสิทธิรักษาพยาบาลทุกคน

– ถ้าเป็นข้าราชการก็เข้าสิทธิข้าราชการ – บริษัทเอกชน ก็สิทธิประกันสังคม

– ประชาชนนอกเหนือจากสองสิทธิข้างต้น ก็สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)

ตอนผมต้องผ่าเข่า หมอที่ศิริราชก็บอกแบบนั้น เขายังให้ผมกลับไปใช้สิทธิประกันสังคมก่อน ถ้าเขาทำไม่ได้เดี๋ยวเขาส่งต่อมาที่ศิริราชเองซึ่งก็ผ่านมาด้วยดี”

ดังนั้นเองทำให้ดร.สุวินัย ได้เข้ามาตอบคอมเมนต์ด้วยตัวเองถึงระบบการรักษาพยาบาล อันมีเนื้อหาสาระที่สำคัญ ว่า

“ประเทศที่ระบบการรักษาพยาบาลไปถึงคนธรรมดาอย่างทั่วถึง ไม่ใช่ประเทศที่คนในประเทศสมควรรู้สึก ชิงชัง… แน่นอนว่ามันยังมีจุดบกพร่องอีกมากมายที่สมควรถูกตำหนิ ติเตียนและวิพากษ์วิจารณ์อย่างเต็มที่”