ถอดรหัส ม็อบ 4 เมษา พันธมิตร-นปช. เรื่องของคนกันเอง?!? ” เบื้องหน้าไล่นายกฯ-เบื้องหลังผิดหวังนิรโทษฯ???

0

ถอดรหัส ม็อบ 4 เมษา พันธมิตร-นปช. เรื่องของคนกันเอง?!? ” เบื้องหน้าไล่นายกฯ-เบื้องหลังผิดหวังนิรโทษฯ???

สถานการณ์การเมืองในวันนี้ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ม็อบ4/4/4 หรือเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายนในเวลา 16:00 น แน่นอนบทบาทวันนี้ถูกจับตามองไปที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ม็อบนี้มีที่มามีที่ไป เบื้องลึก เบื้องหลัง การเกิดม็อบครั้งนี้และแน่นอน อยู่ในหมู่คนกันเองที่รู้จักพบปะพูดคุยกัน เพราะแท้จริงแล้ว วงจรการเมืองไทยในปัจจุบันนี้ มันอยู่ที่คนเพียงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น คือนักการเมือง ที่เข้ามามีอำนาจทางการเมือง ผ่านการเลือกตั้งและการทุจริตคอรัปชั่น เมื่อมีอำนาจ หลังจากนั้นก็จะมีแกนนำออกมาประท้วง ต่อต้านนักการเมืองเลวร้ายพวกนั้น หาจุดจบก็ไม่ได้ ทหารออกมายึดอำนาจ ครองอำนาจ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้นักการเมืองเข้ามาบริหารประเทศแล้วก็โกงกินกันต่อ ทั้ง 3 กลุ่มมีทั้งคนดีและคนเลว คนดีก็คือคนที่ตั้งใจบริหารประเทศชาติ หรือผลักดันสิ่งที่ตัวเองทำโดยไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่นั่นเป็นเพียงคนส่วนน้อย คนส่วนมากหลงติดอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์

ม็อบ 4 เมษายนที่เกิดขึ้นของจตุพร เริ่มต้นจาก Facebook ของพิภพ ธงไชย 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งได้โพสต์เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2562 ผ่านมาปีเศษๆ พิภพ ธงไชย โพสต์ว่า วันนี้เราจะทำอะไรกันดี เราผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภา 35 เหตุการณ์พธม. นปช. กปปส. เหตุการณ์สงครามกลางเมือง ของพคท. สู้รบกันในป่าเขา ที่มวลชนเข้าร่วมรบกันนับสิบล้านและสู้รบกันมายาวนานมาก หลายกลุ่มหลายเหล่าในหลายเหตุการณ์ดังกล่าวมา รู้สึกทนไม่ไหวกับพวกซ้ายจัด ขวาจัด เผด็จการต่างๆ ที่ปลุกระดมกันอยู่ตอนนี้ คงต้องออกมารบราท้วงติงกับพวกนี้กันบ้างเป็นครั้งคราว หลายคนก็เป็นเพื่อนฝูงกันอยู่สถานีวิทยุและทีวีบางช่อง ผู้สื่อข่าวบางคน พิธีกรบางท่าน ทำตัวแบบวิทยุยานเกราะที่สมัยนั้นนำวิทยุทหาร 200 กว่าสถานี ปลุกระดมกันแบบให้ข้อมูลเท็จบ้าง จริงบ้าง จนนักศึกษาถูกแขวนคอถูกฆ่าในสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.ป๋วยเองก็เกือบถูกทำร้าย เกือบตายได้ นายทหารบางคนบอกกับผมว่า วันนั้นเขาเข้าไปในธรรมศาสตร์เพื่อมุ่งไปยิงอาจารย์ป๋วยโดยเฉพาะ เพราะเชื่อว่าเป็นคอมมิวนิสต์และเชื่อว่าใต้สนามฟุตบอลนั้น เป็นที่เก็บอาวุธสงคราม

เมื่อความจริงไม่เป็นเช่นนั้น ผู้ก่ออาชญากรรมทั้งหลาย กลับไม่มีใครถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีในศาลกันสักคนเดียว เหมือนคนที่ยิงถล่มพันธมิตรยามค่ำคืนและที่ระดมหน้ารัฐสภาในเช้ามืดวันที่ 7 ตุลาคม จนวันนี้ก็ไม่มีใครมีความผิด ไม่สามารถจับคนลอบยิง m79 ได้ ขณะที่แกนนำพันธมิตร ถูกศาลดำเนินคดี คนแล้วคนเล่า ถ้าเราไม่ระวังกัน ยั่วยุกันไปมาแบบนี้ ไม่หยุดอีกทั้งผบ.ทบ.ก็กระโดดลงมาร่วมเล่นเกมนี้ด้วย พรรคการเมืองก็มาร่วมวงกับนักการเมืองบางคน เล่นกันไปมาสนุกสนานอย่างเมามันในอารมณ์ บางคนยั่วยุประชาชนทำตัวเป็นขวาจัด ซ้ายจัด แบบไร้สติหรือไร้ความคิด เหตุการณ์เมื่อ 40 กว่าปีก่อน ก็จะหวนกลับคืนมาอีก ขณะเดียวกันกลุ่มทุนก็สะสมทุนกันอย่างสนุกสนานอยู่ไม่กี่ตระกูล จนช่องว่างระหว่างความรวยกับความจน ถ่างห่างกันขึ้นอันดับหนึ่งของโลก ขณะที่เรามีเศรษฐีระดับโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ช่วยกันคิดดูแล้วกันว่า บ้านเมืองจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ย่ำเท้าอยู่กับที่วนไปเวียนมาอยู่อย่างนี้ อนาคตของลูกหลานเราก็จะพร่ามัวและเราก็ต้องตั้งคำถามว่า วันนี้เราจะทำอะไรกันดี เพื่อวันพรุ่งนี้เราจะก้าวเดินไปสู่อนาคตที่ดีกว่านี้

โพสต์ของพิภพ ธงไชย วันนี้มีนัยยะหลายอย่าง ดังนั้น การโพสต์ของพิภพ ก็คือการพยายามชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์บ้านเมืองมันรุมเร้าเข้ามาเต็มทีแล้ว ทั้งซ้ายทั้งขวา แต่ในนัยยะบางอย่างที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ เรื่องของแกนนำพันธมิตรที่ถูกดำเนินคดี นี่เป็นประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นแกนนำพันธมิตรที่พิภพ ธงไชย เป็นเอง หรือแกนนำนปช.หรือแกนนำกปปส. ล้วนถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้กับสิ่งที่พิภพ ธงไชย ได้โพสต์ออกมา จึงหยิบเอา Facebook ของพิภพ ธงไชย มาไขรหัสให้เห็นว่า มันเชื่อมโยงกับม็อบ 4 เมษาที่จตุพรกำลังออกหน้าอยู่อย่างไร ย้ำคำว่า จตุพร กำลังออกหน้า แสดงว่ามีคนอื่นอีกหลายๆคนที่เห็นด้วย ร่วมกัน แต่ไม่ได้ออกหน้า เพราะชื่อเสียงไม่โดดเด่นเท่าจตุพร หรือชื่อเสียงโดดเด่นแต่ยังไม่กล้าออกมาเสี่ยงออกมาชน จาก Facebook ของพิภพ ธงไชย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2562 ก็มาถึงวันที่ 13 กันยายน 2563

ปรากฏว่า Facebook การเมืองไทยในกะลา ได้แชร์ทวิตเตอร์วิวาทะ พร้อมภาพตู่ จตุพร ร่วมโต๊ะกับ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกลุ่มพันธมิตรร่วมด้วยหลายคน หลังจากนั้นก็มีผู้มาโพสต์อธิบายภาพนั้นว่า ภาพเมื่อคืนนี้เอง วันเกิดประสาร มฤคพิทักษ์ ที่มณเฑียรริเวอร์ไซด์ ซ้ายไปขวา หงา สุรชัย อานันท์ จตุพร สุริยะใส ส่วนคนด้านหลังคือพิภพ ธงไชย รวมพวกพันธมิตรเสื้อเหลืองให้ภาพมันเล่าเรื่องและคิดกันเองแล้วกัน แต่ผิดที่ผิดทางมีคนเดียวคือ ตู่จตุพร ภาพนี้ก็เริ่มไขแล้วก็ค่อยๆเฉลยปัญหา เพราะว่ามันเป็นภาพที่ปรากฏออกสู่สาธารณะในวันแรกว่า จะมีการพบปะพูดคุยกันอย่างเปิดเผย ระหว่างแกนนำนปช.เสื้อแดงกับแกนนำพันธมิตร เสื้อเหลือง หลังจากนั้นพิภพก็ได้ออกมาโพสต์ Facebook ว่า ผมกับนายจตุพร นายสุริยะใสและประธานญาติวีรชนพฤษภา 2535 พบปะกันในงานต่างๆ ในระยะหลังอยู่เสมอ ก่อนสมัยทักษิณเราก็เคยร่วมกันต่อสู้เพื่อคนจนและความเป็นธรรม เมื่อมีกรณีทักษิณ จุดยืนทางการต่อสู้ก็ตรงข้ามกัน สมัยต่อสู้ทางการเมือง เราไม่เคยพบกัน การสังสรรนั้น ไม่เคยแลกเปลี่ยนเรื่องการต่อสู้ทางการเมืองในอดีต ส่วนในอนาคตกับขบวนการคนรุ่นใหม่ ก็แลกเปลี่ยนข้อมูลกันบ้าง เมื่อเกิดขบวนการต่อสู้ใหม่ ของคนรุ่นใหม่ของนักเรียน นักศึกษา จำต้องพิจารณาอนาคตของประเทศชาติกันใหม่หมด การต่อสู้ทางการเมือง เพื่อนำไปสู่ระบบประชาธิปไตยและความเป็นธรรมยังอีกยาวไกลนัก ยากที่จะคาดเดาอนาคต นั่นก็คือ การโพสต์ของพิภพ ธงไชย หลังภาพปรากฏ

ในขณะที่ ตู่ จตุพร ก็ได้โพสต์ Facebook เช่นเดียวกันว่า ไม่ได้หมายถึงว่า ความเชื่อทางการเมืองของตนจะเปลี่ยนแปลงไปอยู่กับอีกฝ่ายที่มาสังสรรงานวันเกิดนายประสาร มฤคพิทักษ์ ครบรอบ 72 ปี การต่อสู้ของตนตั้งแต่อดีตและปัจจุบันยืนยันได้ว่า ไม่มีความขัดแย้ง เป็นเรื่องส่วนตัวเป็นความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกันเท่านั้นผมรู้จักนายอานันท์ ตั้งแต่การทำรัฐธรรมนูญ 2540 ผมร่วมในฐานะภาคประชาชน นายอานันท์เป็น ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ห้วงเวลานั้นได้พบและแลกเปลี่ยนกันหลายครั้ง ดูเหมือนว่าจะคล้ายๆออกตัว แต่หลังจากนั้นก็ต้องนำพาไปสู่งานเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2564 งานจัดที่สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในนามกลุ่มสภาที่ 3 ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 หัวข้อการจัดเสวนาคือ ไทยไม่ทนจาก รสช. คปค. คสช. ถึง 3ป. มรดกรัฐประหารที่ตกค้างในแผ่นดินไทย เนื้อหาการจัดเสวนาวันนั้น พุ่งเป้าโจมตีไปที่กองทัพ เพราะพูดถึงการรัฐประหารทั้ง 3 ครั้งและโยงมาที่กลุ่ม 3ป. นั่นก็คือ พลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตร และพลเอกอนุพงษ์ ในวันนั้นพิภพ ธงไชย ได้ไปร่วมด้วยพร้อมทั้งได้วิพากษ์วิจารณ์ 3ป ว่า ประยุทธ์ทรยศมวลชน จากนั้นอีก 12 วัน ในวันที่ 26 มีนาคม 2564 ก็มีการเสวนากันอีกครั้ง ไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย วันนี้เป็นวันที่จตุพรได้เปิดแคมเปญในการจัดเสวนาหรือจัดม็อบ 4 เมษายน 2564 เวลา 16:00 น ทุกคนรู้ดีว่า งาน 2 งานที่เกิดขึ้นมี อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชน 35 เป็นตัวเชื่อมโยงให้เกิดขึ้น

ในวันที่ 4 เมษายน ม็อบที่เกิดขึ้นนั้น โดยข้อเท็จจริงแล้ว คนจัดม็อบจะเป็นใครก็ตาม แต่ได้ขออนุญาต เป็นการจัดเสวนา ถ้าไม่เห็นมีการเอาเก้าอี้มาตั้ง เพื่อมาฟังการเสวนา แต่บนเวทีจริงๆก็เป็นการปราศรัย นั่นก็เป็นเรื่องทางกฎหมาย จะเลี่ยงจะหลบ เพื่อจะไม่ต้องแจ้งเป็นการชุมนุมทางการเมือง เพราะการจัดเสวนาไม่ได้ห้าม ทางกฎหมายก็ต้องว่ากันไป แต่โดยประเด็นวันนั้น คนก็สนใจกันว่า พิภพ ธงไชย จะไปร่วมหรือไม่ แต่ปรากฏว่า ก่อนที่จะมีการจัดชุมนุม พิภพ ธงไชย ได้โพสต์ Facebook อีกครั้ง แต่การโพสต์ Facebook ครั้งนี้ พิภพ ธงไชย แชร์ข้อความของ ประสาร มฤคพิทักษ์ ซึ่งมีเนื้อหาว่า “เรื่องไล่ประยุทธ์ พรรคพวกคนหนึ่งมาชวนให้ไปร่วมเวทีและประยุทธ์เย็นนี้ ผมตอบไปว่า มันไม่ใช่ปัญหาว่า ชอบหรือไม่ชอบประยุทธ์ แต่ประเด็นของผมมีว่า ประยุทธ์ไปแล้วไงต่อ ถ้าประยุทธ์ไปนายกฯคนต่อไป ตามรัฐธรรมนูญ 60 ต้องมาจากผู้ที่ถูกเสนอชื่อไว้ก่อนเลือกตั้งเท่านั้น ชื่อที่มีคือ อนุทิน ชาญวีรกูล สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัยเกษมนิติสิริ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่วนชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจนั้น ศาลได้ตัดสินให้หมดสิทธิ์ไปแล้ว ยกเว้นจะไปใช้รัฐธรรมนูญก๊อกที่ 3 ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยใ นการเชิญคนนอก อาจจะมีคนอยากให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ มาเป็นนายกฯแทน ถ้าเช่นนั้นก็ต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เสนอชื่อนายกฯกันใหม่ ปมปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล เพราะคนหนึ่งไป ก็ต้องมีคนหนึ่งมาแทน ถ้าเลือกตั้งใหม่ก็ยังต้องใช้รัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งคาราคาซัง เดินไม่ได้ ไปไม่เป็นอยู่ในเวลานี้ เลือกตั้งกันด้วยกติกาเดิม รัฐบาลก็ยังมาจากวิธีการเดิม ที่ได้คุณประยุทธ์ มาเป็นนายกฯ อย่างทุกวันนี้ แล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร ผมแก่แล้ว”

พิภพ แชร์บทความของประสาร มฤคพิทักษ์ ก่อนที่จะมีการชุมนุม 4 เมษายน ไม่รู้ว่าด้วยวัตถุประสงค์หรือจุดประสงค์อะไร อาจจะเป็นจุดประสงค์ที่เห็นด้วยกับประสาร หรือไม่เห็นด้วย แต่เอามาบอกให้เพื่อนฝูงหรือประชาชนในวงการรู้ว่าประสาร มฤคพิทักษ์ คิดอย่างนี้ แต่ปรากฏว่าหลังจากการชุมนุม 4 เมษา ยุติลง พิภพก็ได้โพสต์ข้อมูลบางส่วนว่า ทางออกประยุทธ์ คือทางออกประเทศไทย เกมนี้จะตัดสินกันในรัฐสภาหรือบนท้องถนน เช่นพฤษภา 35 เป็นประเด็นที่นำเสนอมาโดยตลอด เพราะการออกมาเคลื่อนไหวบอกว่า ไล่พลเอกประยุทธ์ เหมือนกับที่คุณประสารได้โพสต์ไว้ ถ้าตามรัฐธรรมนูญก็ตามที่คุณประสานว่า ก็เลือกเอาเท่านั้น จึงต้องมาโพสต์ว่าเอ๊ะหรือมันต้องลงท้องถนน ทางเลือกมีอยู่ 2 ทาง เมื่อลงท้องถนน ก็ต้องบอกว่า ม็อบไม่เคยชนะอำนาจรัฐ ประเทศไทยม็อบไม่เคยชนะกองทัพ เหตุที่ม็อบยุติลงได้ เวลาเกิดการเข่นฆ่า เป็นเรื่องที่สถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามายุติและเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือไม่ทหารก็เข้ามารัฐประหาร ทำให้ต้องเลิกรากันไป ม็อบครั้งนี้จะเติบโตขึ้นมา จนกลายมาเป็นกองทัพประชาชน เปลี่ยนแปลงการปกครอง ยกเลิกรัฐธรรมนูญ เพราะชุมนุมแล้วได้ชัยชนะกันบนท้องถนน ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้

ในกรณีนี้น่าสนใจตั้งแต่ การโพสต์ของพิภพ ธงไชย วันที่ 21 ธันวาคม 2562 ในนั้นมีเรื่องของแกนนำพันธมิตรที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล คดีติดตัว ทั้งแพ่งและอาญามากมาย เขาเสียสละเพื่อประชาชน แต่นั่นคือผลที่ได้รับ การออกมาไล่พลเอกประยุทธ์ในครั้งนี้ จะเกี่ยวข้องกับความพยายามที่จะให้เกิดการนิรโทษกรรมขึ้นอีกครั้งหนึ่งใช่หรือไม่

การนิรโทษกรรมโดยเฉพาะกับคนที่ออกมาต่อสู้ทางการเมืองอย่างจริงใจ ควรที่จะรับการผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งมีเงื่อนไขยกเว้น 3 ข้อนั่นก็คือ

1.ไม่นิรโทษกรรมคนที่กระทำความผิดตามมาตรา 112
2. ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตคอรัปชั่น
3. ไม่นิรโทษกรรมคดีเจตนาฆ่าคนตาย

วันนี้หลายส่วน หลายฝ่ายหันหน้ามาพูดคุยกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดูดี แต่ปรากฏว่า มันเกิดม็อบสามกีบขึ้น เรื่องราวทั้งหลายจึงหยุดชะงักลง วันนี้การเกิดขึ้นของม็อบ 4 เมษายน จะลงเอยอย่างไรก็ตามแต่ ฝากไปถึงรัฐบาลว่า ขอพิจารณาเรื่องการนิรโทษกรรมอย่างจริงจัง ส่วนผู้ที่เคลื่อนไหวอยู่ วันนี้คุณจะเป็นเหยื่อของสามกีบหรือสามกีบจะเป็นเหยื่อคุณก็ตามใจ โดยเฉพาะการที่จตุพรหรืออดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ยอมให้พวกสามกีบ มายืนชู 3 นิ้วตอนเคารพธงชาติ ก็ต้องเข้าใจความหมายสัญลักษณ์ของ 3 นิ้วที่พวกสามกีบพยายามทำ ซึ่งเป็นการพยายามที่จะทำลายรากฐานของชาติบ้านเมือง เพื่อสร้างความเชื่อใหม่ ซึ่งความเชื่อใหม่นั้นถ้าพวกสามกีบได้พยายามเสนอในการช่วยเหลือประชาชน คนยากคนจน เกษตรกร การพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่กระจายไปสู่คนส่วนใหญ่ของชาติ โดยเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ต่างชาติโดยอเมริกา ซึ่งคนที่มีชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น พิภพ ธงไชย หรือใครก็ตามแต่ ก็พูดเรื่องทุน เรื่องความแตกแยก

แต่สิ่งที่มันมีความจริงคือ การเมืองโลกที่มันเข้าแทรกเหมือนกับที่พม่ากำลังเจออยู่ในขณะนี้ ประเทศเรากำลังถูกอเมริกาบีบคั้น เพื่อที่จะให้เราไปยืนข้างอเมริกา ในระหว่างที่อเมริกาเผชิญหน้ากับจีน สามกีบขานรับเพราะบ้าคลั่งประชาธิปไตยแบบตะวันตก การต่อสู้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ผู้ที่ยิ่งใหญ่ในยุคสมัยคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 สิ้นพระชนม์ไป โลกจารึกจดจำ คนไทยจารึกจดจำ แต่สิ้นพระชนม์แล้วก็ผ่านไป พระมหากษัตริย์องค์ใหม่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ขึ้นมา บ้านเมืองก็เดินต่อไป นายกฯรัฐมนตรี เปลี่ยนมาแล้วคนแล้วคนเล่า ก็เดินต่อไป บ้านเมืองไทยเราอยู่รอดมาได้ด้วยความสงบร่มเย็น อันนี้ต้องคิดพิจารณา เราจะเป็นซ้ายไปขวาก็ตามแต่ แต่การยื่นหลักมั่นอยู่ในฐานะของความเป็นไทย วิถีแห่งไทย ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า ทำให้บ้านเมืองเราเข้มแข็งและแข็งแรงมาจนถึงปัจจุบัน รอดปากเหยี่ยวปากกา ภัยคุกคามจากภายนอก รอดจากการแก้ไขปัญหาภายในให้ไม่แตกแยก ลุกลามจนเข่นฆ่ากันตายเป็นเบือ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะเกิดได้ในประเทศอื่นๆ ทุกคนก็ไปพิจารณา ใคร่ครวญกันเอาเอง