“มายด์” ถือเคล็ดโจมตีสถาบัน แต่ไปไหว้พระ “วัดชนะสงคราม” วัดแห่งชัยชนะของปฐมกษัตริย์ราชจักรีวงศ์!!

0

แบบนี้รบยังไงก็แพ้!! มายด์ ถือเคล็ดโจมตีสถาบัน แต่ไปไหว้พระ “วัดชนะสงคราม” วัดแห่งชัยชนะของปฐมกษัตริย์ราชจักรีวงศ์!!

อยากจะพูดถึงเด็กสาวคนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเธอเป็นนักสู้ตัวฉกาจ ร้อนแรงมีไฟในตัวอย่างเต็มที่ นั่นก็คือ น้องมายด์หรือนางสาวภัสราวลีธนกิจวิบูลย์ผล ในวัย 25 ปี เธอโด่งดังขึ้นจากการขึ้นปราศรัยในการจัดม็อบเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา โดยการยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 แต่การยื่นข้อเรียกร้องของเธอทั้ง 3 ข้อนั้น ผู้คนเห็นกันทั้งประเทศว่า เธออ่านจากมือถือซึ่งความจริงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เป็นข้อเรียกร้องที่สามารถเข้าใจได้ง่าย แต่จะด้วยกลัวจะนำเสนอผิดหรือมีคนเขียนโพย เขียนบทมาให้ แต่ก็ทำให้สิ่งที่เธออ่านข้อเรียกร้องวันนั้น ถูกนำไปเปรียบเทียบกับรุ้ง เมื่อคราวเสนอการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 10 ข้อ เมื่อการชุมนุมในวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่มหาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ต่อมาสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล บอกว่าข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน 7 ใน 10 ข้อนั้นเป็นของเขา ส่วนน้องมายด์จะอ่านตามบทที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า อาจารย์ทางนักกฎหมายคนหนึ่ง ซึ่งมาเป็นอดีตเลขาธิการพรรคและตอนนี้เป็นเลขาธิการกลุ่ม เขียนมาให้หรือไม่ เขาสงสัยว่า ปิยบุตร เป็นคนเขียนบทในวันนั้นหรือไม่ เธอโดดเด่นด้วยบทบาทของแกนนำนักสู้ หน้าตาก็ต้องถือว่าอยู่ในขั้นที่จัดว่าดี จึงโดดเด่นสปอร์ตไลท์จับเข้าไป การศึกษาก็ไม่ธรรมดา เธอเรียนวิศวกรรม ก็ต้องถือว่าระดับสติปัญญาอยู่ในขั้นแนวหน้า แกนนำสามกีบวันนี้ ก็ยังปลุกเร้าในการต่อสู้กันอย่างนั้น แต่สิ่งที่ต้องหยิบยกเอาเธอมาพูดอีกครั้งหนึ่ง

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

เนื่องจากก่อนที่จะขึ้นปราศรัยในการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคมนั้น เธอได้ไปไหว้พระที่วัดชนะสงคราม เธอบอกว่า วันนี้เอาฤกษ์เอาชัยที่วัดชนะสงคราม เพราะหลังจากนี้คงได้เจอศึกใหญ่ที่ต้องต่อสู้กับรัฐเผด็จการ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงเวลาที่เรามารวมพลังกันต่อสู้กับเผด็จการ วันนี้ทุกคนจะได้เห็นและเข้าใจว่า แท้จริงแล้วการปกป้องสถาบันที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร ภาพดังกล่าวนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้รู้สึกสงสาร ดังนั้น อยากให้พวกเธอกลับเนื้อ กลับตัว กลับใจ ด้วยการตั้งใจที่เรียนรู้หาว่า ความจริงมันคืออะไร สิ่งที่เธอทำกับความจริงมันสวนทางกันหรือไม่ สิ่งที่เธอฟังมาจากเพื่อนฝูง จากอาจารย์ จากนักจัดตั้งที่เข้าไปแวดล้อมความคิดเธอนั้น มันสวนทางกันหรือไม่ ปรากฏการณ์ที่เธอเห็นด่าหรือโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์หรือพลเอกประยุทธ์ ที่เรียกว่าเผด็จการนั้น มันขัดแย้งกับภาพความจริงในสังคมไทยที่ดำรงอยู่หรือไม่

เวลานี้อาจจะสำนึกไม่ได้ แต่การที่เธอยังเชื่อเรื่องพระ เรื่องเจ้า เรื่องบุญ เรื่องกรรม คิดว่ายังมีโอกาส หลายท่านก็คงจะทราบครับว่าทำไมเธอถึงไปไหว้พระที่วัดชนะสงคราม เพราะต้องการเอาเคล็ด เอาชื่อวัดชนะสงคราม มาใช้เป็นเคล็ดในการสู้รบของเธอ ว่าจะนำพาเธอไปสู่ชัยชนะ แต่เธอหาได้เข้าใจไม่ว่า วัดชนะสงครามนั้น ใครสร้างขึ้น ใครบูรณะและมีที่มาอย่างไร ภาพนั่งพับเพียบเรียบร้อยหน้าพระประธานในอุโบสถมีนามว่า พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชษฐ์ ชื่อพระประธานเป็นชื่อขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้สมมุติตั้งขึ้น แต่ชื่อของพระนรสีห์ ก็ไปในทางที่เป็นนักสู้ แต่เธอจะรู้ไหมสงครามนั้น มีความเป็นมาอย่างไร

วัดชนะสงคราม เป็นวัดที่พระราชวงศ์จักรีให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นวัดที่ตั้งชื่อขึ้น เพื่อแสดงถึงชัยชนะที่มีต่อพม่า ในคราวสงครามเก้าทัพและสงครามท่าดินแดงและสามสบ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อขึ้นครองราชย์ก็พยายามในการที่จะฟื้นฟูกรุงเทพมานครให้เหมือนกับพระนครศรีอยุธยา วัดกลางนา ซึ่งใกล้พระบรมมหาราชวัง ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นวัดตองปุ ทั้งนี้ เพื่อที่จะให้พระสงฆ์ฝ่ายรามัญมาจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ เพื่อที่จะได้เชิดชูเกียรติทหารชาวรามัญหรือชาวมอญในการที่ได้ร่วมกับสมเด็จกรมพระราชวังบวรสุรสิงหนาทโจมตีพม่าพ่ายแพ้ไป แล้วหลังจากนั้น วัดนี้ก็ได้รับพระราชทานนามว่า วัดชนะสงคราม นี่คือที่มา ความลึกซึ้งของสงครามเก้าทัพที่นำพาให้ชาติไทยเข้มแข็งและแข็งแรง ลูกหลานอยู่จนเป็นสุขมาจนถึงปัจจุบันนั้น มันยิ่งใหญ่และกินใจคนไทยอย่างมากมายมหาศาลขนาดไหน ถ้าได้รู้ความจริงอันนี้และนี่คือสิ่งที่อยากให้เด็กๆ แบบมายด์หรือพวกม็อบสามกีบทั้งหลายได้ศึกษาและเข้าใจ

สงครามเก้าทัพเกิดขึ้นในช่วงพุทธศักราช 2328-2329 3 ปี หลังจากที่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พม่ายกทัพเก้าทัพ ทุกทิศทุกทาง ผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์จะเข้าใจและรู้ได้เป็นอย่างดี แต่ศึกที่สำคัญคือศึกที่กรมพระราชวังบวรคุมทัพ 30,000 คนไปตั้งรับที่กาญจนบุรี เป็นศึกที่นำพาไปสู่การชี้ขาดในสงครามครั้งนั้น เวลาศึกสงคราม พระราชวงศ์ แม่ทัพ ทหาร ไพร่พลทั้งหลาย มีสิทธิ์ที่จะตายเหมือนกันหมด ไม่ใช่หมายความว่าเป็นกษัตริย์ เป็นแม่ทัพแล้ว ไม่มีโอกาสเสี่ยงตาย นี่คือความจริงที่ทำให้คนไทยมีความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง ไม่ได้แยก นั่นเจ้า นั่นไพร่ เหมือนกับพวกบ้าประชาธิปไตย ทุกวันพยายามจะทำ และถ้าแม่ทัพ นายกองคนไหนเลวร้าย มีสิทธิ์ตายไม่ใช่จากข้าศึก แต่โดนประหาร เหมือนในครั้งนั้น มีแม่ทัพ 3 คนที่กรมพระราชวังบวร มอบหมายให้ไปจัดการเรื่องการส่งเสบียงของพม่า ประกอบด้วย พระยาสีหราชเดโช พระยาท้ายน้ำ และพระยาเพชรบุรี ปรากฎว่ายกกำลังออกไปแล้ว กลัวทัพพม่าพระองค์ท่านสั่ง ตัดคอทั้ง 3 คน แต่ในความรู้สึกกับไพร่พล เป็นความรู้สึกอีกอย่าง เมื่อจะออกศึก เพราะในการศึกครั้งนั้นมีพระราชดำรัสที่กินใจและถูกจารึกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ที่ลูกหลานไทยทุกคนควรที่จะรู้

เมื่อจะยาตราประทับออกไปแตกหักกับพม่า พระองค์ได้กล่าวกับไพร่พลว่า “พวกเจ้าเป็นไพร่ ข้าเป็นพระราชวงศ์ แต่เจ้ากับข้าเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ เราเป็นคนไทย เป็นเจ้าของแผ่นดินเหมือนกัน รบวันนี้เราจะแสดงให้ผู้รุกรานเห็นว่า เราหวงแหนแผ่นดินไทย รบวันนี้เราจะไม่กลับมาค่ายนี้อีก จนกว่าจะขับไล่ศัตรูไปพ้นชายแดน ข้าจะไม่ขอให้พวกเจ้ารบเพื่อใคร นอกจากรบเพื่อแผ่นดินของเจ้าเอง แผ่นดินที่เจ้ามอบให้แก่ลูกหลานของเจ้า ได้อยู่อาศัยอย่างเป็นสุขสืบไป” วันนี้พระราชดำรัสนั้นได้พิสูจน์ความจริงอย่างหนึ่งก็คือ คนไทยลูกหลานไทยได้อยู่อาศัยอย่างเป็นสุข รวมทั้งไอ้บรรดาคนต่างด้าวทั้งหลาย ที่ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรยศ เนรคุณแผ่นดิน ได้มาอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งวันนี้ไม่ได้มีสถานะเป็นคนต่างด้าว ประเทศไทยมีลักษณะที่พิเศษ คนจีนไปอยู่อเมริกาก็ยังเป็นคนจีน อยู่ประเทศไหนก็เป็นคนจีน แต่เมื่อมาอยู่ประเทศไทย ความรู้สึกทั้งสิ้น ทั้งปวง ทั้งหลาย คือ คนไทยจะแตกต่างกันเฉพาะประเพณี นี่คือความงดงามของสังคมไทย คริสต์ อิสลาม พุทธ ต่างศาสนาเราอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข จะกี่เชื้อชาติเราต่างอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ในความรู้สึกที่ว่า เราเป็นคนไทย

ดังนั้น สำหรับน้องมายด์ เมื่อไปไหว้พระ ไหว้เจ้าก็แสดงว่า จิตใจยังยึดอยู่กับเรื่องบุญ เรื่องกรรม เรื่องความถูกความผิด ซึ่งเป็นความละเอียดอ่อนในจิตใจก็ควรที่จะได้ใคร่ครวญ แต่อีกด้านหนึ่ง ก็แสดงให้เห็นว่าเด็กเหล่านี้ไม่เคยได้ศึกษาอะไรอย่างลึกซึ้ง จริงจัง การที่ไปทำพิธี ประกอบพิธีอย่างนี้ ในวัดที่บูรพาปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์จักรี สร้างสถาปนาขึ้นเพื่อฉลองชัยในการทำสงครามครั้งยิ่งใหญ่ ในการนำพาไทยให้พ้นภัยมาจนถึงปัจจุบัน แต่ตัวเองกลับไปกราบไหว้ขอพร เพื่อตัวเองชนะศึกที่ต้องการโจมตีหรือมุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตื้นเขินเกินไปจริงๆ