ดาราหลงมิจฉาทิฐิ กระโดดงับกระแส เพราะไม่ศึกษา ตกเป็นเหยื่อขบวนการล้มเจ้า โปรเจคหนัง “ต้อม ยุทธเลิศ” เจ๊งไม่เป็นท่า!?!

0

ดาราหลงมิจฉาทิฐิ กระโดดงับกระแส เพราะไม่ศึกษา ตกเป็นเหยื่อขบวนการล้มเจ้า โปรเจคหนังต้อม ยุทธเลิศ เจ๊งไม่เป็นท่า!?!

1410 เป็นตัวเลขปริศนา ในโครงการภาพยนตร์เพื่อประชาชน ของผู้กำกับต้อม ยุทธเลิศ ผู้กำกับสามนิ้ว ประเด็นที่จะมาพูดถึงวันนี้ก็คือ บทบาทของคนบันเทิงที่เข้ามาในการต่อสู้ทางการเมือง เห็นภาพชัดเจนว่า ในสมัย กปปส. ออกมาเคลื่อนไหวนั้น คนบันเทิงในระดับกลางๆ สูงวัย ยืนหยัดอยู่ข้าง กปปส. ออกมาระดมตั้งเวทีเฉพาะของตัวเอง มีแฟนๆมาอยู่หน้าเวทีปราศรัย แต่ละครั้งที่เป็นสัดส่วนของดารานักแสดงเหล่านี้ เป็นพันๆคน เอาแค่เวทีของดารา นักแสดงเหล่านี้ มากกว่าของม็อบสามกีบทั้งหมด นั่นคือบทบาทของพวกเขาเหล่านั้นในการชุมนุมของ กปปส. แต่ครั้งนี้ การชุมนุมของม็อบสามกีบ เราจะเห็นบทบาทของดารา นักแสดงรุ่นใหม่ รวมทั้งนักร้องที่ถาโถมเข้ามาร่วมขบวนกับม็อบสามกีบ ไม่ใช่เรื่องแปลกถึงสิ่งที่เราพูดถึงความแตกต่างระหว่างวัย ในบรรดาประชาชนทั่วไป ก็ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่า คนที่อายุกลางคนขึ้นไป จนถึงวัยแก่ชรา ซึ่งย้ำว่าเป็นคนส่วนมากของสังคมไทยในขณะนี้ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสนับสนุนม็อบ กปปส.

แต่ในขณะที่คนรุ่นใหม่ ซึ่งได้รับข่าวสารใหม่ๆเข้ามา ย้ำว่าข่าวสารเหล่านี้บิดเบือน เอาจากประวัติศาสตร์ที่ตบแต่งผ่านวิทยานิพนธ์ของณัฐพล ใจจริง รวมทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆที่เอามาผูกโยง แม่แต่ตัวพ่ออย่าง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้ออกมาพูดโดยเฉพาะเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญคือ 6 ตุลา ที่บอกว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้เกี่ยวข้องก็ไม่แพร่หลาย เท่ากับ ข่าวสารที่กระจายลำดับเรื่องราวให้เห็นว่า สถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เป็นปัญหาอุปสรรคกับการพัฒนาประเทศ คนบันเทิงมีความสำคัญ ก็เพราะว่า พวกเขามี FC มีแฟนคลับ มีประชาชนทั่วไป ให้การสนับสนุน เมื่อก่อนยังไม่เห็นภาพชัดเท่ากับปัจจุบัน เพราะปัจจุบันมีอินสตราแกรม มีเฟซบุ๊ก มีช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ทำให้บรรดาแฟนคลับเข้าไปเกาะติดกับเหล่าบรรดาดารา นักแสดง นักร้องเหล่านั้น และมีการเชื่อมโยงพูดคุยกัน ส่วนหนึ่งดีอย่างยิ่งยิ่งก็คือ ดารา นักแสดง นักร้อง สามารถใช้ประโยชน์ทำาหากินโดยตรง ไม่ถูกตัดหัวคิว ไม่ถูกหัก ใช้เครื่องมืออันนี้เป็นสื่อของตัวเอง แต่อีกทางหนึ่ง เครื่องมือเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองสำหรับ ดารา นักแสดง

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

สำหรับ ต้อม ยุทธเลิศ ต้องการจะสร้างหนังเรื่องหนึ่งชื่อ 1410 หมายถึง 14 ตุลาคม คือวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ประชาชนลุกขึ้นสู้กับเผด็จการทหาร เมื่อปี 2516 กลายเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ของประชาชนที่ได้รับชัยชนะจากฝ่ายเผด็จการ แต่โดยข้อเท็จจริง ใครจะรู้ว่า กว่าจะเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา ขึ้นมาได้นั้น มันมีกระบวนการแฝงเร้นและซึมลึกอยู่ในสังคมไทยหลายบริบท หลายส่วนที่มีการปะทะต่อสู้กัน เช่น ฝ่ายทหาร ระหว่างสองจอมพล หนึ่งพันเอก ก็คือ จอมพลถนอม จอมพลประภาส พันเอกณรงค์ กับบรรดาแม่ทัพนายกองที่ไม่พอใจ สองจอมพล เพราะตำแหน่งทางทหารเป็นคอขวดติดขัด ไม่ว่าจะเป็น พลเอกกฤษณ์ สีวะรา พลเอก บุญชัย บำรุงพงศ์ พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา จึงทำให้ความขัดแย้งในกลุ่มทหาร ซึ่งเขม็งเกลียวมาโดยตลอดได้ระเบิดเอาตอน 14 ตุลา ในบรรดาขบวนการฝ่ายประชาชน ซึ่งได้พัฒนาการต่อสู้จากการเติบโตของพรรคคอมมิวนิสต์ที่แตกเสียงปืน ต่อสู้ในเขตชนบท นำพาประชาชนเข้าสู้ กองทัพเผด็จการซึ่งรับฟังและใช้นโยบายของสหรัฐอเมริกา ใช้ยุทธศาสตร์ด้วยวิธีของสหรัฐอเมริกาในการปราบปรามคอมมิวนิสต์

ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีนี้ สรุปว่าผิดในการปราบปรามคอมมิวนิสต์ ที่เวียดนาม ที่ลาว ที่เขมร คอมมิวนิสต์ยึดได้หมด กองทัพสหรัฐที่มีเครื่องบินรบ ระเบิดเอาไปทิ้เป็นแสนๆลูก ทั้งระเบิดเพลิง ทั้้งระเบิดเชื้อโรค กองกำลังทหารที่ส่งไปเป็นแสนๆคน ทั้งสหรัฐฯ เองและประเทศพันธมิตร เช่น ไทยและอื่นๆ ล้มหายตายจาก แพ้หมด ประเทศไทยเช่นเดียวกันเมื่อใช้นโยบายนี้ ขบวนการต่อสู้ของประชาชนในชนบทก็เติบโตขึ้น เพราะกดขี่ข่มเหง เข่นฆ่าประชาชน นักศึกษาซึ่งในขณะนั้น ได้พัฒนา ยกระดับความคิดมาเรื่อยๆ ด้วยความเป็นจริงตั้งแต่ ธีรยุทธ บุญมี ออกมนำการต่อสู้การต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น ผนึกแน่นสร้าความรู้สึกร่วมของความเป็นไทยและพัฒนาทางทฤษฎี จนแตกระเบิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม ซึ่ง ณ เหตุการณ์ในวันน้ัน ทุกคนรู้ว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังซ่อนเร้น พยายามจะหามาเปิดโปง และต่อเนื่องจนถึง 6 ตุลา ที่ฝ่ายเผด็จการทหารต่อสู้อำนาจ ช่วงชิงอำนาจกันเอง โดยเฉพาะส่วนที่ต่อเนื่องมาจากคณะราษฎรคือ สายตระกูลซอยราชครูที่ต่อเนื่องมจากจอมพล ป. จอมพลผิ่น ต้องการมารื้อฟื้นอำนาจของตัวเอง ไประดมเอาลูกเสือชาวบ้านออกมา ท้ายที่สุดก็เกิดการช่วงชิงกัน จะยึดอำนาจในวันที่ 6 ตุลาคม และเอาประชาชนมาเป็นเหยื่อ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือ ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ที่จะต้องศึกษา แต่ความจริงเหล่านี้มันอยู่คนละมุม คนละที่ คนละเวลา ใครที่สนใจติดตามก็จะต่อประกบต่อเนื่องได้ แต่ใครที่ไม่สนใจก็จะแตะและจับแบบแผ่วๆแต่เปลือก และก็เห็นว่า 14 ตุลา ยิ่งใหญ่

ต้อม ยุทธเลิศ คิดจะสร้างหนังเรื่องนี้ ต้องการเอามาเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวของพวกสามกีบเพื่อท้าชนกับคู่ต่อสู้ คู่ต่อสู้ของเขาในวันนี้แน่นอนว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลบ้านเมืองอยู่ โปรเจคนี้ หลังจากที่ต้อม ยุทธเลิศ คิดขึ้นมาแล้วก็เปิดรับบริจาค ต้องการขอคนละ 100 บาท 1 ล้านคน หวังว่าจะได้ 100 ล้านบาท เพื่อที่จะเอามาสร้างหนังเรื่องนี้ ความจริงน่าจะสรุปและเข้าใจบริบทที่เป็นจริงแล้วว่า ที่ม็อบหรือไอ้ที่อยู่ในโลกโซเชียลเป็นแสนเป็นล้าน มันคือการบิ้วขึ้นของกลุ่มกองทัพไซเบอร์ ซึ่งมีการเตรียมการ ปลุกระดม จุดไฟผ่านแต่หามีตัวตนจริงๆไม่ เป็นโรบอทในการทำงาน ต้อม ยุทธเลิศ จึงไม่ได้เงิน 100 ล้าน มาทำหนังเรื่องนี้ แต่ที่ต้องกลายมาเป็นประเด็น หนังเรื่องนี้มีเรื่องมีราวขึ้นมา ก็เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบรรดาแกนนำที่กุมเงินบริจาค และส่วนใหญ่เป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นดารา เช่น ต้อม ยุทธเลิศ ทราย เจริญปุระ เป็นต้น

จะเห็นว่าในขบวนการการต่อสู้ทางสังคมที่มีดาราลงมา มันสำคัญ รัฐไม่ค่อยได้ให้ความสนใจ มองเป็นเรื่องผ่านๆ แต่ไม่ได้ เพราะน่าเป็นห่วง เพราะดาราเหล่านี้เมื่อโดดลงมา เขาาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่เป็นความบริสุทธิ์ใจที่เป็นมิจฉาทิฐิ ไม่ศึกษา ไม่เรียนรู้ ใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องมือในการตัดสินจากข้อมูลที่เข้ามาแผ่วๆ ความจริง ทราย เป็นดาราที่มีความคิดเป็นเสรีชน แต่เธอเชื่อว่า ข้อมูลที่เธอได้มามันเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์มีปัญหา ซึ่งนั่นหมายความว่า ขาดความเข้าใจ เด็กเหล่านี้ถูกปลุกมาจากใคร แน่นอนว่า คนที่ปลุกม้อบ คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ตอกย้ำเสมอว่า ประกาศกดปุ่มลงถนนเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 แต่หลังจากนั้นมีโควิด ก็เลยหยุดไปพักหนึ่ง และมาเปิดใหม่ในเดือนสิงหาคม ธนาธร คือผู้ที่เปิดบทบาทพวกนี้ขึ้น และคอนโทรลผ่านโตโต้ การ์ดวีโว่ ซึ่งเคยเป็นผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ วันนี้ถูกจับ เคยนำเสนอไปแล้วว่า คลิปที่วีโว่ประชุมใช้กับทีมงานนั้น เป็นทฤษฎีของขบวนการปฏิวัติ สิ่งเหล่านี้มันต่อเนื่องมาจากซ้ายไดโนเสาร์ ก็คือ พวกที่ยึดมั่นอยู่กับตำรา เห็นว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ไม่ได้คิดว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ยกตัวอย่าง คอมมิวนิสต์บอกว่า เราจะต้องต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประชาชนผู้ถูกกดขี่ ประชาชนที่คอมมิวนิสต์บอกว่าถูกกดขี่คือชาวนากับกรรมกร สัญลักษณ์ของคอมมิวนิสต์คือ ค้อนเคียว ที่ต้องเน้นไปที่ชาวนากับกรรมกร เพราะเป็นผู้สร้างผลผลิตให้กับสังคม และเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม

แต่วันนี้ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่จริง เพราะกรรมกรที่เคยทำงานในโรงงานอย่างหนักหน่วง ถูกแทนที่ด้วยโรบอท แทบจะไม่ได้ใช้คน สำหรับเกษตรกร ยังถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง แต่พ่อค้าคนกลางก็ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ นวัตกรรมทางการเกษตร ที่พัฒนา โดยเฉพาาะของจีน ซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์เอง จะยิ่งเห็นชัดว่ามีเครื่องไม้เครื่องมือในการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรขนาดไหน ตั้งแต่การไถ คราด หว่าน เก็บเกี่ยว ทุกอย่างใช้เทคโนโลยีหมดแล้ว สิ่งเหล่านี้มันยังมีหรือ การกดขี่ในแง่ของกรรมกร ชาวนา ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ มันเป็นการเอาเปรียบด้วยใช้กลไกทางการเงิน ยกระดับมาอีกระดับหนึ่ง พวกคอมมิวนิสต์พวกนี้ยังหลงซ้ายไดโนเสาร์ ซ้ายหนึ่งคือ ซ้ายทำมาหากิน พวกนี้ยิ่งเลวร้าย พวกนี้รู้ว่า ทฤษฎีซ้าย ทฤษฎีคอมมิวนิสต์ เป็นแบบนี้ สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับฝ่ายคอมมิวนิสต์คือ ฝ่ายโลกเสรีหรือเสรีนิยมประชาธิปไตย สู้กันเพราะโลกเสรีนิยมประชาธิปไตย มันมีนายทุนเป็นคนกุมปัจจัยการผลิตต่างๆทั้งทางด้านอุตสาหกรรมการเงิน และการค้า ฝ่ายนายทุนกลัวมากว่าถ้าคอมมิวนิสต์เติบโตแล้วจะมายึดทรัพย์สินของตัวเอง ก็ดันรัฐบาลของตัวเองมาสู้กับคอมมิวนิสต์

วันนี้คอมมิวนิสต์ ผลประโยชน์พวกนี้ ไปเกาะนายทุน ที่บอกว่า ต้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ก็รู้ว่าประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือของพวกทุนใหญ่ แต่ปรากฎว่า เด็กเหล่านี้ ถูกสร้างขึ้นให้เกลียดเจ้า ไปบิดเบือนประวัติศาสตร์ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลต้นๆของราชวงศ์จักรี มาจนถึงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงคุณต่อประเทศชาติและเป็นที่ประจักษ์ว่า 70 ปี ที่พระองค์ครองราชย์นั้น ทรงทุ่มเทเพื่อประชาชนมาอย่างไร จนถึงต่อเนื่องมารัชกาลที่ 10 แม้จะมีบางประเด็นที่หยิบยกมาเป็นปัยหาคือมีพระภรรยาเจ้าหลายพระองค์ แต่ก็เป็นปกติธรรมดาของสังคมไทย เรื่องเกี่ยวกับส่วนพระองค์ว่า นับตั้วแต่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้ทรงดูแลประชาชนยังไง เสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง ทรัพย์สินที่มีการวิเคราะห์ มีการเอาไปทิ่มแทง บอกว่าพระองค์รวย กี่แสนล้านที่พระราชทานคืนกลับมาให้ประชาชน เห็นชัดไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ สถานศึกษา สวนสัตว์ ต่างๆ มากมาย แต่พวกนี้มองไม่เห็น เพราะไม่เคยได้ศึกษา จนทำให้เกิดความคิดโง่ๆ ผิดๆ ต่อสู้เรียกร้องให้สหรัฐฯ มาช่วย บอกว่าสหรัฐเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตย เห็นมั้ยว่า พวกเจ้ามีปัญหาคุมกองทัพ คุมศาล นี่ธนาธรกับปิยบุตรพูด ได้ไปดูความจริงเรื่องสหรัฐอเมริกา สนิทสนมกับซาอุดิอาราเบียมาก ซาอุดิอาราเบียปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 100% สถาบันพระมหากษัตริย์มีอำนาจเต็ม และมีข้อพิสูจน์มากมายว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ได้ดำเนินการกับผู้ที่เป็นศัตรูทางการเมืองอย่างไร สหรัฐอเมริกาไม่สน มีความสัมพันธ์อันยิ่งยวดกับซาอุดิอาราเบีย เพราะซาอุดิอาราเบีย คือต้นทางในการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับสหรัฐฯ ภายใต้นโยบายเปโตรดอลลาร์ ซื้อขาายน้ำมันจะต้องซื้อด้วยเงินดอลลาร์เท่านั้น เพื่อที่จะให้สหรัฐฯ พิมพ์เงินเท่าไหร่ก็ได้ และทำไมต้องมาจับมือกับซาอุดิอาราเบียก็เพราะว่าจะได้ดูแลยิว เพราะคนที่ครองระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯทั้งหมดคือ ยิว ครอบงำอำนาจรัฐของสหรัฐฯมาโดยตลอด ความสัมพันธ์ในระดับโลกการเมืองระหว่างประเทศ มันมีความสลับซับซ้อนของมันจนเกินประมาณค่า แต่เด็กและดารา นักร้องเหล่านี้ ถูกปั่นด้วยข้อมูลผิวๆพื้นๆ เขาไม่มีโอกาสได้ศึกษา วันนี้ จึงกลายเป็นเหยื่อของขบวนการล้มเจ้าด้วยความเต็มใจ เขาไม่เข้าใจว่าที่เขาต้องเป็นเหยื่อเพราะขบวนการล้มเจ้าต้องการเอา FC หรือคนที่รักพวกเขามาเป็นฐานในการเคลื่อนต่อไปข้างหน้า เพราะฉะนั้น คิดใคร่ครวญให้ละเอียด จะเป็นบุญกุศลกับตัวเอง และรอดพ้นจากการติดคุก ยังกลับตัวทัน กลับตัวไม่ต้องมาเข้าข้างอีกฝั่งหนึ่ง แต่กลับตัวพิจารณาเรื่องราวข้อมูลทุกอย่างให้ถ่องแท้ หันมาศึกษาความเป็นจริงของโลก ศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ก้อาจจะทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น