“ปิยบุตร” เป็นถึงด็อกเตอร์ แต่ EQ ต่ำ ขู่ขัง แกนนำม็อบสามกีบ จะยิ่งทำให้บานปลาย!?!

0

จากกรณีที่บรรดาแกนนำม็อบคณะราษฎรถูกจำคุกไปแล้ว 9 คน ใน 9 คนนี้ถือว่า เป็นคนสำคัญของม็อบสามกีบทั้งในแง่ที่อยู่ในฐานะแกนนำ

คำว่าแกนนำก็คือลักษณะการพามวลชนให้คล้อยตามไปสู่การเคลื่อนไหวตามยุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่ได้วางเอาไว้ ส่วนฝ่ายการ์ดที่หน้าที่ทางยุทธวิธีที่จะทำให้การชุมนุมบรรลุเป้า หลังที่มวลชนเข้ามาร่วมการชุมนุมแล้ว แต่สาระสำคัญจริงๆ ก็คือการปกป้องคุ้มครองให้ความปลอดภัยกับมวลชน แต่การ์ดของสามกีบไม่ได้ทำหน้าที่แบบนี้ หน้าที่เป็นตัวจุดประกายไฟให้เกิดการปะทะ เพื่อต้องการเอาศพมาแห่ปลุกมวลชนขึ้น

ศพที่ว่า วันนี้มันไม่อยู่ในระดับที่ไปถึงขีดจะเข่นฆ่ากัน เพราะการพัฒนาทางด้านอาวุธมันยังไม่รุนแรง แต่ศพที่ว่านั้นก็คือ ทำให้เกิดการปฏิบัติการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือไปทุบไปตีเขาก่อน และให้ตำรวจตอบโต้ หลังจากนั้นก็เอาภาพมาเผยแพร่ โพสต์ในโลกโซเชียลก็เพื่อให้ดาราหน้าโง่ทั้งหลาย เอาไปขยายผลต่อ เพราะดาราพวกนี้อยู่ในโลกของอินสตราแกรม อยูถ่ในโลกของทวิตเตอร์ ไม่เคยศึกษารายละเอียดอะไรเลย แน่นอนว่า ชีวิตเขาก็จะต้องทำงานหนักเพื่อทำมาหาเงิน แต่ในด้านที่เป็นจุดอ่อนที่ไม่ได้ศึกษา พอเอาสิ่งเหล่านี้ไปขยาย ทำให้บรรดาแฟนคลับที่ติดตามเห็นคล้อยตามไปด้วย นี่คือ สิ่งที่นักยุทธศาสตร์ของม็อบสามกีบ กำหนดยุทธศาสตร์เอาไว้ ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่า พวกนี้จะไปกดดันดาราเรื่อยๆ เพื่อที่จะให้หันมาเชียร์ม็อบสามกีบ ทุกอย่างที่พวกนี้ทำ มันมีความหมายในทางยุทธศาสตร์ทั้งสิ้น

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

วันนี้ชักแถวไปนอนในคุก บรรดาพ่อแม่ทั้งหลายก็ต้องเสียใจ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงความหมายของคำว่าอุดมการณ์เพื่อประชาชนมันเป็นความเชื่อ มันไม่ได้อยู่บนหลักการที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของสังคมมนุษย์ที่เคลื่อนไปด้วยกิเลส ตัณหา และจะต้องมีการแข่งขัน ดังนั้น แม้แต่สังคมของคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นสังคมอุดมการณ์สูงสุด หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงสังคมนำพาการต่อสู้ โค่นล้มชนชั้นปกครองในยุคก่อนมาแล้ว ก็ต้องล่มสลายไป ที่ไม่ล่มสลาย เช่น จีน เวียดนาม เป็นต้น ก็ต้องปรับกระบวนการโครงสร้างทางเศรษฐกิจ จากที่เคยจัดตามอุดมการณ์และทฤษฎีคอมมิวนิสต์ น่นก็คือ เอามูลค่าส่วนเกินทั้งหมดมาแชร์เป็นกองกลาง ไม่สามารถที่จะสร้างมูลค่าการผลิตให้เพิ่มพูนขึ้นได้ เพราะผู้คนไม่มีแรงจูงใจ อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ ยังทำไม่ได้ ในเรื่องของความเท่าเทียม เพราะมันเป็นสัจจะ เป็นความจริงของมนุษย์ ดังนั้น มนุษย์จะเท่าเทียมกันได้อย่างไร มนุษย์เท่าเทียมกันได้ในแง่ของกฎหมาย

ความเท่าเทียมทางด้านกฎหมาย นี่คือสิ่งที่บรรดาผู้บงการม็อบทั้งหลาย ที่ได้แต่เชียร์ม็อบ ไม่ออกหน้ามานำเองจนเด็กๆเดินแถวเข้าคุก พยายามออกมาพูด พยายามออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ต้องใช้กฎหมายด้วยความเข้าใจกัน โดยเฉพาะมาตรา 112 และคนที่สำคัญคือนาายปิยบุตร แสงกนกกุล นายคนนี้จบด็อกเตอร์ แน่นอนว่า IQ ต้องสูงส่งแน่ แต่คิดว่าระดับ EQ ต่ำมาก ขาดการเข้าใจความเป็นจริงของสังคมไทย เมื่อขาดความเข้าใจในความเป็นจริง ทำให้การกำหนดการเคลื่อนไหวหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในการเคลือ่นไหวต่างๆ ผิดพลาด พรรคอนาคตใหม่โดนยุบจนมาถึงบรรดาม็อบเด็กๆทั้งหลาย ที่เดินแถวเข้าคุก คำให้สัมภาษณ์ของปิยบุตรในวันที่ 8 มีนาคม หลังจากที่รุ้ง ไมค์ และ ไผ่ เดินทางเข้าคุกแล้ว ชัดเจนว่า นายคนนี้ น่าจะขาด EQ ให้สัมภาณ์ว่า ไม่เห็นด้วยกับการนำประมงลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาใช้ในการห้ำหั่นกันแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย หากคิดว่าจะต้องจัดการเอากฎหมายปิดปาก ผมเห็นว่าวิธีการนี้ปิดปากไม่ได้ ถ้าเห็นว่าพวกเขามองสถาบันไม่เหมือนคนรุ่นก่อน การเอาไปขังคุกไม่ช่วยอะไร ไม่มีทางเปลี่ยนวิธีคิดแน่นอน ยิ่งจับยิ่งบานปลาย ยิ่งยัดข้อหายิ่งบานปลาย อยากฝากผู้มีอำนาจทั้งหลายคิดทบทวนให้ดี ไม่ได้ประโยชน์ต่อใคร การชุมนุมก็เดินหน้าต่อ

เพราะว่า ไม่มีใครเอากฎหมมายมาห้ำหั่นกันหรอก แต่พฤติกรรมที่ปิยบุตรปลุกเร้าเด็ก ให้ข้อมูลผิดๆ ยุยงปลุกปั่นเด็ก มันไม่ใช่การสร้างสรรค์ความคิดของพวกเขา ข้อพิสูจน์ก็คือ ภาพ วิดีโอ ปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ถ้อยคำหยาบคายที่ด่าทอ ลองเปรียบเทียบว่า ถ้าใครมาด่าพ่อแม่เราหรือด่าผู้หลักผู้ใหญ่ มันเหมาะสมไหม ผู้ใหญ่ทำไม่ดีก็วิพากษ์วิจารณ์ไปเป็นข้อๆ ว่าไม่ดี แต่นี่ไม่ใช่ วิธีการที่ปลุกเร้าและแปลงออกมาเป็นการปฏิบัติไม่ใช่เลย เพราะหยาบคายในทุกการเคลื่อนไหว พวกนี้ทำเพื่อความสะใจตามที่ได้รับข้อมูล ยัดเยียดมา ได้ทำแล้วรู้สึกเป็นฮีโร่ สะใจที่สามารถด่า ว่ากล่าวสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ นี่คือเด็กพวกนี้คิด ข้อพิสูจน์ตรงนี้อยู่ที่ ปิยบุตร ถามปิยบุตรหน่อยว่า อภิปรายทางวิชาการเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์เปรียบเทียบเยอะแยะ แต่คุณยังไม่เคยถูกดำเนินคดีเลย แต่ที่จะถูกดำเนินคดีเพราะ คุณไปบิดเบือนพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ที่มีต่อศาลเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ให้ช่วยคลี่คลายแก้ไขสถานการณ์บ้านเมือง แต่กลัยมาบิดเบือนว่า พระมหากษัตริย์ใช้อำนาจทางการเมืองผ่านศาล นี่เป็นข้อเท็จจริงที่เราประจักษ์และรู้แจ้งแก่ใจ ว่า ปิยบุตร วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอ้างงานทางวิชาการมาตลอด แต่ไม่เคยถูกดำเนินคดี

แต่เด็กพวกนี้ที่ถูกดำเนินคดี เพราะใช้ถ้อยคำหยาบคาย จาบจ้วงอย่างรุนแแรง มีคนไปจาบจ้วงพรรคคุณ หรือไปจาบจ้วงธนาธร ก็ถูกฟ้องกลับหมิ่นประมาทเลย แล้วพระองค์ท่านละ จะมาทำอะไรกับพวกคุณได้ ก็ต้องเป็นเรื่องของบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ที่รักษาการตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการ เพราะพระองค์ท่านเป็นประมุข สิ่งที่กระทำเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ก็ต้องดำเนินการไป ส่วนประเด็นที่คุณออกมาขู่ว่า จับไม่สามารถปิดกั้นความคิดได้ แต่ท้ายที่สุด
ประสบการณ์ การเรียนรู้ ความเป็นจริงของโลกและสังคม โดยเฉพาะคนที่ยังติดต่อสู้เพื่อบ้านเมือง มันจะมีมิติของการมองที่ล้ำลึกมากขึ้น จะเข้าใจมากขึ้น เพราะระหว่างที่คุณบิดเบือน ยุยงเด็ก เราลองดูว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นการกดขี่ เอารัดเอาเปรียบประชาชน ไม่มีหรอก แต่คุณสร้างเรื่องว่า เอาภาษีไปใช้กี่หมื่นล้านๆ นั่นคือการบิดเบือน เพราะกี่หมื่นล้านที่ว่า มันเป็นการใช้ในส่วนของงานราชการในส่วนพระองค์ของพระองค์ท่าน ใช้กี่บาท คุณไม่เอามาพูด แต่เอามาคลุก รวมยำกันหมด และกับสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่รักษาชาติไทยให้ยืนยงเป็นเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้ คุณค่าทางประวัติศาสตร์ คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมที่เชิดชูความเป็นไทยให้กว้างไกลไปทั่วโลก มันวัดค่าได้กับเงินหรือ

คุณบอกว่า การต่อสู้จะดำเนินการต่อไป บอกได้เลยว่า ฝัน นี่ไงที่บอกว่า EQ ต่ำ IQ สูงเรียนสูงได้ ท่องจำ จดๆจำๆไปแล้วมาตอบข้อสอบ เพราะการวินิจฉัยเรื่องราวจากที่ยกตัวอย่างมาแล้ว วินิจฉัยข้อกฎหมายในฐานะด็อกเตอร์ทางกฎหมาย เจ๊งหมด วิเคราะห์การต่อสู้ เวลาจะต่อสู้ เงื่อนไขทางภาวะวิสัยมันสำคัญ เงื่อนไขทางอัตตะวิสัยคือ การจัดรูปองค์กรในการเคลื่อนไหวของคุณ ทุกคนรู้หมดว่า ใครบงการอยู่ข้างหลัง การจัดรูปองค์กรเป็นอย่างไร แต่เงื่อนไขทางภาวะวิสัย ก็คือ คู่ต่อสู้ของคุณ ที่คุณตั้งเป้าที่สถาบันพระมหากษัตริย์ยังเป็นที่รักของประชาชนคนไทย เพราะท่านไม่ได้ไปเบียดเบียนอะไร ตั้งแต่ยุคสมัยโบราณจนถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ที่ครองราชย์มา 70 ปี ทำเพื่อประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ก็พิสูจน์พระองค์เองให้ประชาชนคนไทยเห็นว่า พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อประชาชนคนไทยอย่างไร และที่สำคัญความจงรักภักดีของคนอีกจำนวนมหาศาล เป็นเงื่อนไขทางภาวะวิสัย ปิยบุตรลุกขึ้นสู้เมื่อไหร่ อีกฝั่งหนึ่งก็จะลุกขึ้นสู้ คุณอยากให้เกิดสงครามกลางเมือง ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ถ้าถึงเวลาจำเป็นก็จะออกไปสู้กับคุณ เพื่อให้เป็นไปตาามทฤษฎีว่า บางครั้งการจะวิวัฒนาการไปสู่สิ่งใหม่มันมีความจำเป็นต้องล้างสิ่งเก่าที่หมักหม่ม ค้างคาอยู่ แต่ในยุคสมัยที่เป็นอยู่นี้ แก่อายุมากไม่ใช่สิ่งเก่า พวกคุณต่างหากที่เป็นสิ่งเก่า สิ่งล้าหลังทางประวัติศาสตร์จะถูกบดขยี้

ส่วนอีก 20-30 ปี ข้างหน้า โลกวิวัตนาการไปถึงไหนนั่นเป็นอีกเรื่อง แต่กำลังพูดถึงสถานการณ์ ณ ตอนนี้ รับรองกักขังความคิดไม่ได้ การต่อสู้จะดำเนินต่อไป ก็ลองดูกัน และตอนนี้ศัพท์ แฮชแท็ก ที่พยายามหยิบมาใช้ ขยายไป คนพวกนี้ไม่ใช่อาชญากร ควรได้รับการประกันตัว ไปดูเหตุผลของศาลก่อน เหตุผลที่ไม่ให้ประกันตัวและเป็นหลักทางสากลของกฎหมายก็คือ การกระทำความผิดซ้ำซาก เด็กพวกนี้กระทำผิดขั้นพื้นฐานที่กฎหมายบัญญัติห้ามไว้ ซ้ำซาก ไม่เกรงกลัว ก่อเหตุต่อเนื่อง ศาลจะให้ประกันตัวได้อย่างไร มันไม่ใช่เรื่องอาชญากร ไม่ใช่เรื่องไม่อาชญากร พยายามยกตัวอย่าง กปปส. หลังจากถูกจับกุมก็หยุดเคลื่อนไหว เพื่อให้ความเคารพต่อศาล มันเป็นเรื่องที่เราจะต้องช่วยกันรักษากฎเกณฑ์ของบ้านเมือง และที่สำคัญ ไม่ใช่เฉพาะแกนนำที่จะติดคุก พวกยุยง พวกบิดเบือน พวกปั่นหัวเด็ก เดี๋ยวเจอเรื่องแพ่งก่อน อาญาเตรียมตัวรองรับ ต้องเจอแน่ๆ

เพราะถึงตอนนี้ หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต ซึ่งเป็นหลานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร และผู้แทนราชสกุลรังสิต ซึ่งถูกพาดพิงในวิทยานิพนธ์บิดเบือนของ ณัฐพล ใจจริง ได้ยื่นฟ้อง นายณัฐพล ใจจริง เป็นจำเลยที่ 1 น.ส. กุลลดา เกบบุญชู เป็นจำเลยที่ 2 นายชัยธวัช คุลาธร จำเลยที่ 3 นางสาวอัญชลี มณีโรจน์ จำเลยที่ 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัดสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน จำเลยที่ 5 และ นายธนาพล อิ๋วสกุล เป็นจำเลยที่ 6 ในข้อหาความผิดละเมิด ไขข่าวด้วยข้อความฝ่าฝืนความจริง โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 50 ล้านบาท อาจจะบอกว่า ฟ้อง 50 ล้านมากเกินไปหรือเปล่า ราชสกุลหนึ่งที่สร้างสมคุณงามความดีให้กับประเทศมา ยังน้อยไป เพราะเนื้อหาที่ไปบิดเบือนกล่าวร้าย และมีหลักฐานชัดเจนแบบนี้ เตรียมตัวล้มละลายกันได้

สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ของธนาธร ที่เอาวิทยานิพนธ์ไปพิมพ์เป็นหนังสือ ชัดเจนว่าวิทยานิพนธ์นี้บิดเบือน เอาหลักฐานชัดๆ ก็คือ วิทยานิพนธ์ในหน้า 105 ย่อหน้าที่อ้างถึง รายงานของสถานทูตสหรัฐอเมริกาว่า ผู้สำเร็จราชการแทนพยายามรักษาอำนาจ ตั้ง “รอยัลลิสต์” พวกตัวเองเข้าเป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยไม่ปรึกษาหารือรัฐบาลท่านจอมพล ผู้สำเร็จราชการขยายบทบาททางการเมือง เข้าประทับเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีของท่านจอมพล โดยอ้างว่านำข้อมูลมาจาก หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ วันที่ 18 ธันวาคม 2493 ต่อมา ชัดเจนตรงที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ออกมาปฏิเสธว่า สิ่งที่นายณัฐพลอ้างอิงถึงนั้น ไม่เป็นความจริง แปลว่า นายณัฐพล โกหก กุเรื่องขึ้นมา แน่นอนว่าจะต้องเจอกับผลกระทบ ตอนนี้โดนฟ้องแพ่ง 50 ล้าน แต่ข้อเท็จจริงข้อมูลเหล่านี้ ถูกเอาไปใช้อย่างแพร่หลาย ตัดตอนเป็นท่อนสั้นๆ เพื่อบิดเบือนให้ร้าย โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้สำเร็จราชการที่พูดถึงนั้น ก็คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร

วันนี้ลูกหลานของท่าน พิทักษ์เกียรติของพระองค์ท่านและฟ้องเรียกค่าเสียหาย เหลือแต่จุฬาฯ ที่จะต้องพิจารณาดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด สำหรับวิทยานิพนธ์เช่นนี้ และสุดท้าย สำหรับนายปิยบุตร ยิ่งพูดยิ่งแสดงความโง่เขลาออกมา บางคนที่เรียนจนจบเป็นด็อกเตอร์แบบนายปิยบุตร อาจจะ IQ ดีจริง แต่ EQ ต่ำ และสิ่งเหล่านี้ มาถ่ายทอดสู่เด็กๆ คำว่า EQ ต่ำ ก็คือขาดการพิจารณาในความเป็นจริงไม่มีหลัก ตรรกะที่ลงสู่การศึกษาความเป็นจริง ใช้ตรรกะเป็นเหตุเป็นผลจากตัวอักษร ตัวเองไม่บรรลุเป้าหมาย ไม่เท่าไหร่ แต่พาเด็กให้ได้รับผลกระทบไปด้วย บาปเวรวันหนึ่งจะต้องได้รับผลอย่างแน่นอน ปิยบุตร เวลๆ ต่ำๆ ไม่มีแผ่นดินไทยให้คุณเหยียบ ให้คุณเข้ามาอยู่อาศัยอีกต่อไป