เปิดแผล “ทักษิณ” ทวนเหตุ กรือเซะ-ตากใบ! มือจุดไฟใต้ ทำสังเวย 6 พันศพ ด้วยกำปั้นเหล็ก!!

0

เปิดแผล “ทักษิณ” ทวนเหตุ กรือเซะ-ตากใบ! มือจุดไฟใต้ ทำสังเวย 6 พันศพ ด้วยกำปั้นเหล็ก

ธนาธร ทักษิณ นักการเมืองสองคนนี้ หนีไปไหนไม่พ้น เพราะเหมือนกันตะลบแตลง ปลิ้นปล้อน เชื่อถือไม่ได้ ดังนั้น การรายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชน ได้รับทราบ วันนี้ทักษิณ ชินวัตร เป็นเป้าหมาย เพราะมีเรื่องให้ต้องพูดเวลาทักษิณออกมาเคลื่อนไหว จะบิด จะหนีข้อเท็จจริง เอาดีใส่ตัว แต่ครั้งนี้ไม่ได้เอาชั่วให้คนอื่น แต่ทำคล้ายๆ เบลอๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ พอเรื่องอื่นชัดเจนนัก เรื่องของเรื่องเกิดจากสถานการณ์ของโลกออนไลน์ในขณะนี้ มันเกิดแอปพลิเคชันใหม่ขึ้นมาชื่อ คลับเฮ้าส์ ที่นักการเมือง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กำลังคึกคัก สื่อมวลชนก็ฮือฮากันมาก เพราะสามารถที่จะไปสร้างห้องพูดคุยกันได้ สื่อสารกับบรรดาแฟนคลับได้โดยตรง วิธีการก็คือ การอภิปรายหรือการจัดประชุมในห้องประชุม มีผู้ดำเนินรายการก็ได้ มีผู้พูดคนเดียวก็ได้ สองคนก็ได้ สามคนก็ได้ และมีผู้คนเข้าไปฟังเป็นจำนวนมาก และผู้ฟังสามารถที่จะตอบโต้ได้ แต่มีปุ่มกดให้ยกมือก่ออน ถ้าผู้ดำเนินรายการกดรับ ก็คืออนุญาตให้พูดได้ ก็เป็นการเจรจาตอบโต้สองทางได้ ซึ่งกำลังฮิตมาก

สำหรับเรื่องของทักษิณ หลายคนคงจำกลุ่มแคร์ได้ เป็นกลุ่มการเมืองที่ออกตัวเหมือนว่าจะรองรับคนรุ่นใหม่ แต่คนดำเนินการส่วนใหญ่อายุเยอะแล้ว ได้แก่ ภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หมอมิ้ง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หมอเลี๊ยบ เป็นต้น กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สนิทกับทักษิณเป็นอย่างมาก และที่สำคัญสนิทกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ด้วย แต่ปรากฎว่าตอนที่สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มีอำนาจก็ทนกันไม่ไหว ลาออกมาตั้งกลุ่มแคร์ คล้ายๆจะชิ่ง แต่พรรคก็เป็นของลูกพี่ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปรากฎว่า หลังจากที่สุดารัตน์ ลาออกจากพรรค กลุ่มแคร์ก็กลับเข้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง กลุ่มนี้ก็มาเปิดห้องพูดคุยในคลับเฮ้าส์ ก็เพื่อให้เกิดความฮือฮาชื่อห้องว่า “ไทยรักไทย ใครเกิดทัน มากองกันตรงนี้” แต่ปรากฎว่า เพื่อให้เกิดความฮือฮาก็เชิญทักษิณมาพูดถูกน็อคกองอยู่ตรงนั้น สมกับชื่อห้อง ก็มีหมากเด็ด เพราะผู้ฟังที่เข้าไปรับฟังถามทักษิณ ถึงเหตุการณ์ที่กรือเซะและตากใบ เมื่อปี พ.ศ. 2547 ที่มีผูัเสียชีวิตจำนวนมากมาย ซึ่งทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้น ทักษิณตอบว่า “ส่วนใหญ่อยู่ในความควบคุมของทหาร ผมเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ก็รับรายงาน แต่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้มากมาย เข้าใจอะไรได้มากมาย ก็เสียใจที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น จำไม่ค่อยได้ จำได้ว่ามีการยิงปะทะกันมากกว่า จำไม่ค่อยได้ แต่ก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นี่คือคำตอบของทักษิณ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

วันนี้จะทบทวนความจำให้ประชาชนคนไทยจะได้จดจำทักษิณ ได้อย่างชัดเจน ว่าได้ก่อเหตุอะไรขึ้น เป็นสาเหตุหลัก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พี่น้องประชาชนและทหาร ตำรวจต้องตาย จนถึงวันนี้ 6,000 ศพ เพราะคนที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เริ่มจากสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง จากระบอบการปกครองในสมัยโบราณของเรา ซึ่งสถานการณ์ในขณะนั้น จักรวรรดินิยม นักล่าอาณานิคม คืออังกฤษ และฝรั่งเศส เขาตีเมืองขึ้น ปรากฎว่า กวาดเรียบ ยกเว้นประเทศไทย เราจะต้องสูญเสียพื้นที่ส่วนน้อยเพื่อที่จะรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่เอาไว้ ที่ชายแดนใต้ อังกฤษเข้ายึดครองมาเลเซีย จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อถึงเวลา อังกฤษถือว่าเป็นมหาอำนาจก็ขีดเส้นแบ่งเส้นกัน คนไทยจำนวนหนึ่งยังค้างอยู่ในดินแดนมาเลเซียมาถึงในปัจจุบันอยู่กับแบบคนไทยตามปกติ มีวัดวาอาราม แม้จะเชื้อชาติไทย แต่ถือเป็นสัญชาติมาเลเซีย แต่ทุกบ้านที่นั่นยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ ยังนับถือพระพุทธศาสนา ดำรงวิถีชีวิตดังเช่นคนไทยทุกอย่าง พี่น้องมุสลิมอีกส่วนหนึ่ง ก็ติดอยู่ในเขตแดนที่อยู่อีกฟากฝั่งของประเทศไทย ตามที่มหาอำนาจอังกฤษขีดเส้นในขณะนั้น

เมื่อถึงเวลาหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิรูปการปกครองก็มีการยกเลิกระบบเจ้าผู้ครองนคร รวมทั้งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะที่ปัตตานีก็ยกเลิกระบบสุลต่านหรือเจ้าผู้ครองนคร ก็ทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้น และเกิดความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจนรุนแรงที่สุด เพราะมีการอุ้มฆ่าผู้นำการต่อสู้ชื่อ หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ซึ่งเป็นบิดาของเด่น โต๊ะมีนา นักการเมืองชื่อดังใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ การจัดการกับ หะยีสุหลง เกิดขึ้นช่วงที่คณะราษฎร ซึ่งตอนนั้นอำนาจอยู่ในมือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นคนจัดการ มีมือซ้ายที่เป็นตำรวจผู้ประกาศว่า ภายใต้ดวงอาทิตย์ ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ นั่นคือ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ซึ่งมีลูกน้องที่เรียกว่า อัศวินแหวนเพชร คือนายตำรวจมือปราบที่จะได้รับรางวัลเป็นแหวนเพชรที่ พล.ต.อ.เผ่า มอบให้ ไปอุ้มฆ่าหะยีสุหลง เอาไปถ่วงน้ำ สถานการณ์ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น คณะราษฎร ม็อบสามกีบ ชอบนักชอบหนา

ปรากฎว่าสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็รุนแรงขึ้น เมื่อประกอบด้วยสถานการณ์ของพรรคอมมิวนิสต์ไทย คอมมิวนิสต์มลายูเติบโตขึ้น ขบวนการก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนก็เติบโตตามขึ้น สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้รุนแรงถึงขนาดได้เคยมีการวางระเบิดหน้าพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ซึ่งมาเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2520 ที่จังหวัดยะลา หลังจากที่สถานการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แผ่วลง ทั้งคอมมิวนิสต์มลายูก็เกิดอาการทรุด คอมมิวนิสต์ไทยก็ทรุด ด้วยนโยบาย 66/23 พลเองเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น สถานการณ์ใต้ก็ค่อยๆสงบลง ประกอบไปด้วยปัจจัย 2 ปัจจัยหลัก ปัจจัยแรกก็ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ลงไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งนำโครงการพัฒนาต่างๆเข้าไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้โดยไม่กลัวอันตรายต่างๆ 2 คือ รัฐบาลของพลเอกเปรม นำเอาแนวพระราชดำริเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ดำเนินการและใช้กระบวนการการจัดตั้งดูแลพื้นที่ระหว่างทหารตำรวจ ฝ่ายปกครอง เพื่อที่จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงกับประชาชนได้อย่างเต็มที่ ในนามศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. แต่ปรากฎว่า ในปี พ.ศ. 2545 ทักษิณ สั่งยุบ ศอ.บต. นี่แหละคือต้นเหตุ เพราะการมีอยู่ของ ศอ.บต.ทำให้ตำรวจ ฐานอำนาจ ฐานกำลังของทักษิณ ไม่สามารถเข้าไปมีอำนาจอย่างเต็มที่ได้ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีการกล่าวขวัญกันว่า ศอ.บต. ในขณะนั้น ดูแลโจร มีผลประโยชน์มากมาย ก็มีการกล่าวขานกันว่า ทหารเลี้ยงโจรไว้ เป็นสาย ป้องกันโจรแบ่งแยกดินแดน มันมีคำถกเถียงกัน แต่หลังจากพื้นที่สงบ มีทั้งบ่อน ยาเสพติด และสินค้าหนีภาษี ซึ่งทะลักมาจากมาเลเซีย พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ เสนอทักษิณให้ยุบ ศอ.บต. วันที่ 30 มีนาคม 2545 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้และกองบัญชาการผสม พลเรือน ตำรวจ ทหารหรือที่รู้จักกันดีในนาม พตท.43 ทักษิณ ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งที่ 123/2545 ยุบศอ.บต.เรียบร้อย

จะทวนความจำให้ทักษิณต่อ ตอนนั้นมีโครงการพัฒนาเยาวชน ในนามเยาวชนสำนึกรักบ้านเกิด เพราะใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เราก็ลงไปเยี่ยมเยียนน้องๆ ที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่รามคำแหงมีเครือข่ายของเพื่อนๆ นักศึกษา ก็มีการพบปะแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ในระหว่างนั้น ปี 2545-2546d ก็ลงไป ก็เกิดเหตุรุนแรงบ่อยมาก เพื่อก็มาบอกว่า คอยดูนะจะมีตำรวจตายวันละคน ปรากฎว่ามาอุ้มกันที่สนามบินดอนเมือง เป็นข่าวใหญ่โต ก็ติดตามสถานการณ์ด้วยความไม่สบายใจ เขียนบทความเตือนในหนังสือพิมพ์ก็โดนสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟ้อง หาว่าไปให้ร้าย ก็สู้คดีและมีเหตุการณ์ที่มาช่วยให้หลุดรอดจากคดีนี้ แต่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น และแล้วเหตุการณ์ที่ทำให้รอดจากคดีนี้ เพราะสิ่งที่พยากรณ์ไว้ เกิดขึ้นจริง ก็ได้เสนอข่าวติชมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นและพี่น้องประชาชนก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น นั่นคือ เหตุการณ์ในวันที่ 4 มกราคม 2547 เช้าวันนั้นมีการเผาโรงเรียน 20 แห่ง ปรากฎการณ์รุนแรงแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน โจรได้แนวร่วมจากชาวบ้าน ซึ่งพบกับความเจ็บแค้นที่มีการอุ้มฆ่า เข้าไปร่วมมือกับขบวนการโจร มีการฝึกอาวุธ ดำเนินการปลุกเร้าให้มีการแบ่งแยกดินแดนกันอีกครั้งหนึ่ง

เผาโรงเรียน หลอกล่อเจ้าหน้าที่ ในขณะที่โจรจำนวนหนึ่งที่ได้ฝึกฝนมาอย่างดีเข้าตีกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่อำเภอเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ทหารเสียชีวิต 4 นาย แต่เสียปืนไป 413 กระบอก เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้รัฐบาลเกิดความรู้สึกเสียหน้า ทักษิณก็บอกว่า “ถ้าคุณมีกองทหารทั้งกองพันอยู่ที่นั่น แต่คุณก็ยังไม่ระวังตัว ถ้าอย่างนั้นก็สมควรตาย” นี่คือคำพูดของนายกรัฐมนตรีพูดกับทหารที่พลีชีพเพื่อประเทศชาติ ทักษิณอย่าลืม จำเอาไว้ว่านี่คำพูดใคร หลังจากนั้นบอกว่า จะปราบให้เหี้ยน ไอโจรกระจอก

หลังจากหมดอำนาจแล้ว รู้สึกเสียใจ เพราะใช้นโยบายกำปั้นเหล็ก แต่ไม่รุนแรงเท่าเพราะไฟสงครามถูกจุดขึ้นแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 4 เดือน วันที่ 28 เมษายน 2547 ความเจ็บปวดรวดร้าวก็เกิดขึ้นในหัวใจคนไทยอีกครั้ง วันนั้น ขบวนการโจรก่อการร้าย ซึ่งมีอยู่จำนวนน้อยปลุกเร้าประชาชนเป็นแนวร่วม สงครามประชาชนต้องทำแบบนี้ หาเหตุผลเงื่อนไขเอาประชาชนมาเป็นแนวร่วม กองกำลังของขบวนการโจรก่อการร้ายเข้าตีจุดต่างๆใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งสิ้น 9 จุด ตายกันเป็นร้อย ทั้งสิ้นทั้งปวงเหตุการณ์ในวันนั้น ตาย 113 ศพ เป็นฝ่ายผู้ก่อการร้าย 108 ศพ หาร ตำรวจ 5 ศพ เหตุการณ์เกิดที่มัสยิดกรือเซะ เป็นลำดับแรกที่เสียชีวิต 34 ศพ รองลงมาที่สะบ้าย้อย สงขลา เสียชีวิต 19 ศพ กรงปีนัง ยะลา 17 ศพ แม่ลาน ปัตตานี 13 ศพ อ.เมืองยะลา 12 ศพ บันนังสตา 8 ศพ ธารโต 5 ศพ หนองจิก ปัตตานี 2 ศพ รามัน ยะลา ไม่ตายแต่บาดเจ็บสาหัส 4 ราย นี่คือ 9 จุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กรือเซะ เหตุการณ์นี้มีแรงจูงใจ ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ เขาต้องการสร้างเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติ มาจากเหตุการณ์ที่ย้อนรอยกลับไป เมื่อวันที่ 28 เมษายน ก่อการขึ้นก็เพื่อปลุกเร้าขบวนการปฏิวัติแบ่งแยกดินแดนให้ลุกขึ้นสู้ เพื่อที่จะระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 56 ปี ก่อน

ย้อนไป เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2491 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ ประชาชนลุกฮือขึ้นต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐมีการตะลุมบอนเข่นฆ่ากันอย่างรุนแรง ในบันทึกเรียกกันว่า กบฏดุซงญอ ไม่อยากให้เรียกแบบนั้น เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพี่น้องคนไทย ไม่ใช่เรื่องที่จะไปเรียกว่า กบฏหรือไม่กบฏ เหตุการณ์ครั้งนั้น กรสื่อสารยังไม่ดีพอเหมือนปัจจุบัน รายละเอียดบันทึกความเสียหาย ยังไม่สามารถที่จะบันทึกได้ละเอียด ข้อมูลต่างๆกระจัดกระจาย บ้างก็ว่า เจ้าหน้าที่ตาย 30 คน ประชาชนตาย 100บ้าง 200 บ้าง 400 บ้าง แล้วแต่ข้อมูลในการค้นหาของแต่ละคน แต่ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสลดใจ การปะทะกัน ตามหนังสือที่เคยได้อ่าน รู้สึกเศร้าและสะเทือนใจ เวลามันเกิดการตายระหว่างพี่น้องประชาชน ไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาอะไร เพราะฉะนั้น เหตุการณ์กรือเซะ ก็เพื่อระลึกถึงดุซงญอ เพื่อที่จะจุดโหมไฟปฏิวัติขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ทักษิณไม่รู้สำนึก ไม่เข้าใจด้วยซ้ำ บอกว่าไหนเป็นพื้นที่สีแดงไม่ต้องให้งบพัฒนา สวนกับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 นั่นคือที่กรือเซะ เขาถามสองเหตุการณ์ก็คือ กรือเซะและตากใบ

สำหรับกรณีของตากใบ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 เกิดการชุมนุมประท้วงของพี่น้องมุสลิมจำนวนหนึ่ง เนื่องจากมีกาารควบคุมตัวประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่า ส่งอาวุธให้กับโจรก่อการร้าย ก็มีผู้คนมาประท้วงประมาณพันกว่าคน วันนั้นใช้การปฏิบัติการอย่างเฉียบพลัน จับกุมผู้ประท้วงไว้ 1,300 คน มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 คน ผู้ที่ถูกจับกุมก็ถูกเคลื่อนย้าย การเคลลื่อนย้ายมีการจับล็อกมือแล้วก็ซ้อนทับๆ ซ้อนทับไปในรถ โหดร้ายมาก หายใจไม่ออกเสียชีวิตไป 79 คน จะเพราะขาดอากาศหายใจ หรือว่าอะไรก็ตามแต่ เรีกยว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ตากใบตายไปรวมทั้งสิ้น 85 คน ปรากฎว่าทักษิณแก้ปัญหา หลังจากเหตุการณ์แรงขึ้นเรื่อยๆ ชวนประชาชนคนไทยพับนก นี่คือสติปัญญาของคนที่มีคนยกย่องเชิดชู ผลของความเสียหายตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เหลือคณานับ

ข้อมูลนี้กลุ่มงานเยียวยาของ ศอ.บต.ได้รวบรวมไว้วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่ปี 2547 ที่เกิดเหตุขึ้นเพราะทักษิณยุบ ศอ.บต. แล้วก่อให้เกิดอาการโกรธแค้นของพี่น้องประชาชน เพราะมีการอุ้มฆ่ากัน ประชาชนเข้าเป็นแนวร่วมกับกลุ่มโจร ก่อเหตุขึ้นรวมทั้งสิ้น 9,431ครั้ง มีคนเสียชีวิตไป 5,770 คน บาดเจ็บ 12,115 คน พิการ 863 คน ทรัพย์สินเสียหายไป 5,234 รายการ คนที่เข้าไปแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต้องจดจำชื่อไว้ว่าคือ ถาวร เสนเนียม วันนี้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนั้นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับหน้าที่จากคณะรัฐมนตรีให้เข้าไปแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้

ซึ่งท่านถาวร เสนเนียมได้เล่าว่า เมื่อได้รับมอบหมายก็ได้เข้าไปศึกษาบทเรียนความผิดพลาดในยุคอดีต และความสำเร็จในยุคอดีต ความสำเร็จในอดีตที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ยึดเอาแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ นั่นคือ เอาการเมืองนำการทหาร เอาการพัฒนานำการทหาร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัสไว้ว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้ ขอให้ใช้แนวทาง เข้าใจปัญหา เข้าถึงปัญหา และพัฒนาตามความต้องการของพี่น้องประชาชน นั่นคือ เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา เมื่อผมได้เข้าไปทำหน้าที่ ก็ถอดบทเรียนของทักษิณที่มีความผิดพลาดคือใช้วิธีกำปั้นเหล็ก ใช้วิธีการรุนแรง เช่นเหตุการณ์ที่ตากใบ เหตุการณ์ที่กรือเซะ ทั้งสองเหตุการณ์นี้จะชัดเจนมาก ความบาดเจ็บของพี่น้องประชาชน ความล้มเหลวของพี่น้องประชาชน ที่เกิดจากการกระทำของทักษิณ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของสิงคโปร์ เขายอมรับผิดว่าเขาใช้วิธีการความรุนแรง เมื่อเป็นเช่นนี้ บทเรียนทั้งถูกและผิด ก็เอามาดูว่าเราจะเดินทางไหน ก็ยึดหลักตามแนวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 จึงเป็นที่มาของการที่ผมและคณะรัฐมนตรีได้ฟื้น ศอ.บต.ขึ้นมาอีกครั้ง การฟื้นครั้งนี้เราเพิ่มบทบาทให้ ศอ.บต.มากขึ้น และเพิ่มโครงสร้างองค์กรให้มีความกว้างขวางมากขึ้น นั่นคือ เอาภาคประชาชนมาเป็นคณะกรรมการ และออกแบบให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่รับผิดชอบเป็น ผอ.ศอ.บต. ส่วนระบบราชการก็ให้เป็นเลขาธิการ ศอ.บต. และมีคณะกรรมการที่เรียกว่า กพต. ทำหน้าที่วางแผนพัฒนาแก้ไขปัญหา ส่วนผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่ยกร่างกฎหมายและจัดตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาใหม่ และเป็นประธานคณะกรรมาธิการออกแบบ ยกร่างและดำเนินการทำกฎหมายฉบับนี้ จนตั้งกฎหมายฉบับนี้สำเร็จออกมาได้ และมาคุมศอ.บต. ที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี เป็นเหตุให้ในการแก้ไขปัญหาเป็นไปตามต้องการของพี่น้องประชาชน นั่นคือ ถ้าจะไปทำงานที่นั่น จะต้องเข้าใจบริบทของพี่น้องประชาชน และถ้าจะพัฒนาก็ต้องให้เป็นไปในความต้องการของพี่น้องประชาชนที่นั่น นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชน พึงพอใจและเอาพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนมาทำหน้าที่คณะกรรมการของ ศอ.บต.ด้วย

นั่นคือเสียงของถาวร เสนเนียม ทบทวนให้ทุกคนได้จดจำและให้ทักษิณ ชินวัตร ได้จดจำอย่าได้ลืมเลือน ตายอยู่ต่างประเทศเถอะครับ ดีแล้ว อย่าเข้ามาทำให้บ้านเมืองไทย ลำบาก เดือดร้อนเลย