มอ.เชิญปวินสอน เชื่อ อ้างเสรีทางวิชาการ แต่ตอบสนองความคิดทางการเมือง โดยรศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา

0

จากกรณีที่นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์เหมือนออกมาเย้ยว่า มหาวิทยาลัยชื่อดังในเมืองไทย ก็ยังเชิญให้มาสอนนั้น

ล่าสุดวันนี้ 13 กุมภาพันธ์ 2564 รศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา ประธานยุทธศาสตร์วิจัยสถาบันทิศทางไทย ได้เขียนบทความถึงกรณีดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยมีเนื้อหาทั้งหมดระบุว่า

ผู้เชิญสอนเป็นคณะใน “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” ซึ่งคนที่อยู่ในแวดวงการศึกษาก็พอเห็นได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ยึดโยงกับสถาบันอย่างเห็นได้ชัด เพราะแม้แต่ชื่อของมหาวิทยาลัยก็เป็นพระนามของพระราชบิดาในรัชกาลที่ ๙ คือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก จึงใช้ตัวย่อของมหาวิทยาลัยว่า มอ. แทนที่จะเป็น มส. เหมือนดังเช่น มหาวิทยาลัยอื่น อย่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็ใช้ตัวย่อว่า มช. และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ใช้ตัวย่อว่า มข. เป็นต้น

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

การที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มอ. เชิญนายปวิน ที่มีความชัดเจนเรื่องของนักวิชาการกลุ่ม ปฏิกษัตริย์นิยม ดังจะเห็นได้จากการกระทำและการแสดงความเห็นต่อสถาบันฯ รวมทั้งการหนุนเรื่องของการปฏิรูปสถาบันฯ มาอย่างต่อเนื่อง ดร.นิว เคยนำข้อมูลของนายปวินที่โยงเรื่องรับงาน “ชูป้ายล้มเจ้า” ใน “ม็อบปลดแอก” พร้อมยกตน “ศาสดาคนใหม่” (MGR online, Aug9, 2020) และการที่นักวิชาการที่ชื่อปวิน ท่านนี้เป็นผู้ก่อตั้ง เพจ  “รอยัลลิสต์ มาร์เกตเพลส”  ซึ่งเป็นเพจที่น่ารังเกียจอย่างมากต่อสังคมไทย อันเป็นเหตุให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ให้ดำเนินคดีกับ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ก่อตั้งและบริหารจัดการเพจ (แอดมินเพจ) และผู้เกี่ยวข้องกับเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส ฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง (BBC News, Sep8, 2020; MGR online, Aug25, 2020)

แต่ที่สำคัญที่สุด คณะเศรษฐศาสตร์ มอ. รู้อยู่เต็มอก รู้อยู่แก่ใจว่า นายปวิน เป็นนักวิชาการไทยซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นผู้ที่บ่อนทำลายต่อวัฒนธรรมอันดีของประชาชนไทยที่มีความเชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะที่คนไทยทุกคนเป็นพสกนิกรในชาติ แต่การกระทำของนักวิชาการท่านนี้และพวกพ้องมีความชัดเจนในการที่ส่งผลต่อการเข้าถึงเนื้อหาอันมิบังควรเหล่านี้จนเป็นที่มาของการแพร่แนวคิดของทัศนคติของผู้คนบางกลุ่มโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่บางกลุ่ม โดยการดำเนินการของนักวิชาการบางกลุ่มคนในประเทศที่ถูกเรียกว่า ปฏิกษัตริย์นิยม ร่วมด้วย เพื่อไปสู่เป้าหมายบางประการที่นักวิชาการท่านอื่นๆ และกลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้นเริ่มเห็นว่าเป็นเป้าหมายที่จะไปสู่ “การล้มเจ้า”

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว แต่ผู้เกี่ยวข้องกับการเชิญ นายปวิน มาสอนให้กับ คณะเศรษฐศาสตร์ มอ. เป็นเรื่องที่น่าจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่า สังคมต้องวิพากษ์วิจารณ์ โดยอาจเป็นเรื่องของการเมืองภายในมหาวิทยาลัย หรือหวังผลต่อการเมืองที่กระทบไปยังระดับชาติหรือไม่ เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกต สำหรับผู้เขียนก็นับเป็นเรื่องน่าทุเรศ บัดสี อย่างมากในการทำเช่นนี้ ยังมีนักวิชาการอีกมากที่ไม่ได้เป็นผู้ลี้ภัยทำตัวท้าทายกฎหมายไทยมาบรรยายเรื่องที่เกี่ยวกับ การต่างประเทศ (สหรัฐฯ-จีน-อาเซียน) หรือในประเทศไทยไม่มีคนที่เก่งเรื่องต่างประเทศทั้งเรื่องของสหรัฐฯ-จีน-อาเซียน เท่ากับนายปวินคนนี้ คิดผิดคิดใหม่ได้ ขอโทษพสกนิกรเสียเถอะ ก่อนที่ความเชื่อมั่นต่อ คณะเศรษฐศาสตร์ มอ. และ มหาวิทยาลัยที่ผู้เขียนชื่นชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศนี้ ที่มีการต่อสู้ทางการเมือง ที่มีความเฉียบคมในการต่อสู้กับการโกงบ้านกินเมือง การใช้อำนาจทางการเมืองมาโกงกิน นโยบายที่เอาเปรียบคนจน การทำลายทำชาติ ที่ถูกรัฐบาลย่ำยีคนไทยมาอย่างต่อเนื่องหลายยุคหลายสมัย

ในเรื่องของการกระทำนี้ ขอให้ระลึกไว้บ้างสำหรับคนที่กล้าท้าทายพสกนิกร โดยอ้างความเสรีทางวิชาการ ท่านจะอ้างก็อ้างไปแต่เชื่อว่าพสกนิกรไทยส่วนใหญ่ คงไม่ชอบใจกับการกระทำของพวกท่าน และผลที่ตามมาที่จะเกิดขึ้นท่านก็ต้องยอมรับมันให้ได้กับสิ่งที่ท่านทำ และขอย้ำว่า มอ. มาจากพระนามของใคร ยึดโยงกับสถาบันฯ มากแค่ไหน โดยเฉพาะ ๓ รัชกาลในราชวงศ์จักรีที่เชื่อมโยงมาจนปัจจุบัน ที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มอ. ต้องใคร่ครวญครุ่นคิดพินิจนึก คิดให้ตกผลึกในประเด็นนี้ให้มากๆ และขอเตือนว่าอย่าทำอีกเลย