“ปิยบุตร” รู้ “โดนคุกแน่” เสนอหน้า ออกตัวแรง จี้ยกเลิก ม.112 พวกหมิ่นประมาท!!

0

ปิยบุตร อีแอบหลังเด็ก เสนอยกเลิก กฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะรู้อยู่เต็มอกว่า ม็อบล้มเจ้า ทำผิดกฎหมาย เตรียมเข้าคุกได้เลย

เปิดเผยธาตุแท้ออกมาแล้ว สำหรับนายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ได้ออกมาโพสต์ยอมรับว่า ตัวเองต้องการที่ให้ยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้คุ้มครองประมุขของประเทศ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี กฎหมายที่ใช้คุ้มครองประมุข เพื่อรักษาเกียรติของประมุขไว้ นานาประเทศมีกฎหมายอันนี้

นายปิยุบตร ก่อนหน้านี้เคยร่วมกับนักวิชาการที่ใช้ชื่อว่า คณะนิติราษฎร์ ออกมารณรงค์ให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่วันนี้ได้ออกมาเปิดเผยตัวตนว่าต้องการให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เหตุผลน่าสนใจบอกว่า ปัจจุบัน สถานการณ์การนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีทีท่าจะแรงต่อเนื่องไปอีก ผมจึงมีความเห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งเป็น “ผู้แทน” ของ “ราษฎร” ต้องผลักดันร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 โดยเร็วที่สุด ในการณ์นี้ อาจใช้โอกาสยกเลิกความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ทั้งระบบไปในคราวเดียวกัน ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประมุขรัฐต่างประเทศ เอกอัครราชทูต ศาล เจ้าพนักงาน ไปจนถึงบุคคลธรรมดา ให้ไปว่ากล่าวกันทางแพ่ง และควรแก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาททางแพ่ง ให้มีเหตุยกเว้นความผิดในกรณีวิจารณ์โดยสุจริต เป็นประโยชน์สาธารณะด้วย

มีทุกสิ่งที่ใจค้นหา
มีทุกสิ่งที่ใจค้นหา

ดูๆแล้วคล้ายๆข้อเสนอนี้อิงกับวิชาการ อิงกับสิทธิมนุษยชน อิงกับการใช้เสรีภาพ แน่นี้จะเป็นกระบวนการการนำไปสู่ความเสียหายอย่างร้ายแรงของประเทศ เพียงแค่ตอบสนองอารมณ์ ความรู้สึกบ้าๆบอๆที่เรียกว่าเสรีภาพ ในกฎหมายอาญาที่เราพูดถึงในเรื่องของหมิ่นประมาทและการดูหมิ่น กฎหมายอาญาจะลำดับความผิดไว้เป็นชั้นๆ หมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา โทษก็ระดับหนึ่ง เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ระดับหนึ่ง ศาลก็ระดับหนึ่ง ประมุขของรัฐต่างประเทศก็ระดับหนึ่ง ประมุขของประเทศเราก็อีกระดับหนึ่ง ที่ต้องมีไว้หลายระดับก็เพื่อใช้ในการคุ้มครองสิทธิ์ของบุคคลเหล่านี้ และนอกเหนือจากการคุ้มครองสิทธิ์ ก็เพื่อที่จะรักษาเกียรติ ไม่ให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง และใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จมาวิพากษ์วิจารณ์

ถ้าหากเราไปแก้ตามนายปิยบุตร ประมุขของประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประมุขแบบสาธารณรัฐ แบบประธานาธิบดี หรือเป็นประมุขที่เป็นราชอาณาจักรแบบพระมหากษัตริย์ เข้ามาในประเทศเรา ก็ล้วนที่จะถูกหลู่พระเกียรติ ถูกดูหมิ่น ถูกหมิ่นประมาท ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จได้ แล้วเขาจะมาเสียเวลาฟ้องร้องทางแพ่งหรอ สติปัญญาในการเรียกกฎหมาย มันไม่ได้มาคิดในการที่จะดูแลสังคมให้อยู่กันอย่างสงบสันติสุข กำลังบ้าคลั่งเรื่องเสรีภาพ เพื่อประโยชน์ในการต่อสู้ทางการเมือง เพราะก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 คนพวกนี้จึงเหิมเกริม บังอาจเอาข้อมูลอันบิดเบือนมาใส่ร้ายโจมตีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่รัฐกลับไปจับเอาคำพูดนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระเมตตา ไม่อยากให้ใช้บังคับกฎหมายมาตรา 112 ไม่ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะมีพระเมตตาอย่างไร ก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้

พระเมมตานั้น ก็มาใช้ในกรณีที่จะพระราชทานอภัยโทษหรือตรวจสอบข้อมูลอย่างจริงจัง ไม่ให้เอามาตรานี้ ความผิดนี้มาเป็นข้อกลั่นแกล้งในทางการเมือง แต่นี่มันไม่ใช่ข้อกลั่นแกล้งในทางการเมือง มันเป็นการกระทำที่ชั่วร้าย เจตนาจริงๆที่จะกระทำ การกระทำอย่างมีเจตนาในการเรียนกฎหมายมา มันละเว้นไม่ได้ และมาบอกว่าเป็นการแสดงสิทธิเสรีภาพ การเสนอของปิยบุตร เป็นการเสนอเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมืองนั่นก็คือ ประโยชน์ในการเคลื่อนไหว ปิยบุตรบอกว่า เราปล่อยให้ “อนาคตของชาติ” โดนตั้งข้อหา ดำเนินคดีแบบนี้ต่อไปไม่ได้ พวกเขาเสียสละเสรีภาพ และอาจรวมถึงร่างกาย ชีวิตด้วย เพื่อการต่อสู้ เทียบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้ว สิ่งที่เสียไปน้อยกว่าพวกเขามาก ต้องไม่ลืมว่า เงินเดือน ตำแหน่ง คะแนนเสียงจำนวนมาก ของ ส.ส.หลายคน ก็มาจากพวกเขา ดังนั้น การแสดงความกล้าหาญ ต่อสู้เพื่อพวกเขา เพื่ออนาคตของชาติ เพื่อประเทศไทย ด้วยการผลักดันแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างยิ่ง

เพราะนายปิยบุตร กำลังกดดันไปที่ผู้แทนราษฎร แน่นอนว่าในการกดดันนี้ ความจริงมันมีการตกลงเป็นการภายในอยู่แล้วกับพรรคก้าวไกลในการที่จะนำเสนอ แต่ต้องการสร้างกระแสดูว่า เพื่อไทยจะเอามั้ย พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆจะเอามั้ย เกมส์การเมืองกระจอกๆแบบนี้ ไม่ต้องเซียนการเมืองก็อ่านออก แต่สิ่งที่จะขยายให้เห็นว่า อนาคตของชาติ ที่โดนตั้งข้อหา ถ้าอยู่เฉยๆจะโดนตั้งข้อหามั้ย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นระบบอย่างงานวิชาการ เหมือนที่ปิยบุตรทำ หลีกเลี่ยงมาตลอดแต่ก็มีพลาดที่จะต้องดำเนินคดีเหมือนกัน ตัวเองก็ต้องโดนที่ออกมาเรียกร้อง แล้วที่เอาไปพูดที่ลอนดอน ใส่ความใส่ร้ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ว่าใช้อำนาจรัฐซ้อนรัฐ สั่งการไปยังศาลเพื่อที่จะได้ใช้อำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการครอบงำประเทศ

เอากลไกอำนาจศาลยกพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ซึ่งความผิดนั้นยิ่งชัดเจน เพราะบิดเบือนโกหก แบบนี้ใช้สิทธิเสรีภาพอะไร ตัวเองกระทำแบบนี้คือเลว เพราะการที่ไปบิดเบือนพระราชดำรัส ซึ่งชัดเจนแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตย ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวการเมืองแต่ต้องการให้การเมืองในขณะนั้นลงตัว สงบลงได้ เพราะเลือกตั้งแล้วไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ เจตจำนงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ชัดเจนในพรระาชดำรัส แต่ก็ยังเอาไปบิดเบือนได้ ดังนั้น วันนี้กำลังออกมากดดัน สส. บอกให้นำเสนอในการแก้ไข เด็กๆเสียสละมามากแล้ว ก็เหมือนที่บอก ไม่ได้กลั่นแกล้ง การดำเนินคดีที่ดำเนินอยู่จะทวีความรุนแรงขึ้น เพราะคุณก่อการกระทำอันนั้น และที่มาอ้างว่า สส.หลายคนมาจากพวกเขา ต้องแสดงความกล้าหาญ ต้องไม่ลืมว่าเงินเดือน อยากรู้ว่าพวกนี้จ่ายภาษีเท่าไหร่ งานการทำอะไร วันนี้มีชีวิตอยู่ได้เพราะเคลื่อนไหวทางการเมือง เงินก็เป็นเงินนอกระบบ เงินบริจาคทั้งสิ้น วันนี้โจมตีกันเอง เงินที่บริจาคเข้ามาในขบวนการฝ่ายซ้าย ขบวนการประชาธิปไตย ที่อ้างตัวว่า เป็นคนดี จะต่อสู้เพื่อประชาชน แต่ทุจริตโกงกินกันเอง

ดังนั้น ถึงเวลานี้เสียงของประชาชนอีกฝั่งหนึ่ง ก็จะออกมาเหมือนกันจะคัดค้านการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 แล้วมาดูกันว่า มวลชนของฝ่ายไหนจะมากกว่ากัน ลองดูได้เลย คุณพาคนมาม็อบให้เชียร์หรือแก้มาตรตา 112 ผมจะชวนคนออกมาชุมนุมเพื่อสนับสนุนมาตรา 112 ไม่ว่าโดยวิธีการใด เพื่อมาวัดกัน หรือเอาให้ชัดๆเลย ลงประชามติกันมั้ย แต่มันใช้เงินเยอะ รัฐต้องมาเสียเวลากับพวกคุณ พฤติตัวเป็นนักการเมือง ก็ไม่ได้ความ ใครจะยกย่องเชิดชูก็ว่าไป เป็นนักกฎหมายก็ไปทำให้ธนาธรติดกับ ติดหล่ม จะติดคุกอยู่ ทำตัวเป็นนักเคลื่อนไหวก็ดีแต่แอบแต่มุดอยู่ แน่จริงออกมานำเลย ตอนนี้คุณไม่มีสถานะความเป็นสส.คุ้มครองแล้ว ปล่อยให้เด็กทำอยู่ยังไง ปล่อยให้อนาคตของชาติ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ออกมาเองด้วย ทำไมไม่ออกมาเพราะรู้ว่าผิดกฎหมาย ที่ไปพูดที่อังกฤษที่เขาจับไต๋ได้ ไปพูดภาษาอังกฤษคิดว่าคนไม่รู้ โลกการสื่อสารมันปิดกั้นไม่ได้ เตรียมตัวเข้าคุกเหมือนกัน คุณจะแก้กฎหมายนี้ไม่ได้และคุณจะต้องติดคุกด้วยกฎหมายนี้ หรือไม่ก็หนีไปต่างประเทศ