ดร.สุวินัยเจียระไนการจัดทัพ Top News นี่คือกองจรยุทธ์ น่าจับตายิ่งเมื่อเปรียบกับเนชั่น

0

จากกรณีที่มีกระแสออกมาอย่างต่อเนื่อง และถูกจับจ้องพร้อมกับมีข่าวลือออกมามากมายถึง กลุ่มสื่อคุณภาพ อาทิเช่น นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้ก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นำทีมอดีตผู้ประกาศชื่อดังจากช่องเนชั่น

โดยมีทั้ง อัญชะลี ไพรีรัก, กนก รัตน์วงศ์สกุล, ธีระ ธัญไพบูลย์, อุบลวรรณ เถาว์น้อย, สันติสุข มะโรงศรี, สถาพร เกื้อกูล ฯลฯ ออกจาก “เนชั่นทีวี” เนื่องจากยึดมั่นในอุดมการณ์ปกป้องสถาบันชาติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็ได้มีการพูดถึงการย้ายไปอยู่ช่องต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่อง News18 ช่อง PPTV

ต่อมาวันที่ 12 มกราคม 2564 นายกนก ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ทีม TOP News ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ระบุว่า ข่าวต๊อปลาออก เป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลายตามเว็บข่าวต่าง ๆ พอ ๆ กับข่าวว่าทีม TOP News จะไปอยู่ช่องริมถนนวิภาวดี ที่ขาดทุนปีละมหาศาล!

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

ต๊อปเองก็แปลกใจว่า เขาเองเป็นผู้ประกาศธรรมดา ทำไมสังคมสนใจกันมากกว่าข่าวผู้ดำเนินรายการสาวจะหวนคืนรังเก่าซะอีก อาจเพราะคนดูข่าว รู้เท่าทันแล้วว่า เธอต้องกลับมาที่นี่ เพราะเป็นกลุ่มก๊วนเดียวกันอยู่แล้ว ใครเชียร์ม็อบ ดูแล้วก็สบายใจ มีพูดทิ่มแทง “ลุงตู่” เป็นระยะ กลุ่มที่อกหักจากรัฐบาล เตรียมตั้งพรรคใหม่ ไว้รอเลือกตั้ง ดูแล้วก็สบายใจ พักหลังตำหนิถึงหมอทวีศิลป์ด้วย

หลังจากนั้นในช่วงเช้าของวันที่ 13 ม.ค.64 ทางด้านของ “อัญชะลี ไพรีรัก” หรือ “เจ๊ปอง” พิธีกรข่าวชื่อดังได้โพสต์ช้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“พี่ต้อยแถลง หักปากกาเซียนออนไลน์ สร้างโลกใบใหม่ ไม่ง้อใคร ไม่ต่อรอง ไม่งอแง ไปด้วยกันนะคะ เราไม่ใช่องค์กรทำลายชาติ ไม่ใช่นักเตะใต้สโมสรใคร เราเป็นสื่อมวลชน มีอิสระ เสรี มีความรับผิดชอบ รักครอบครัวรักสังคม รักบ้านเมือง เราไม่ได้สร้างความขัดแย้ง เราสร้างโลกใบใหม่ จบคือจบ เดินหน้าต่อไป ไม่ถอยหลัง ทำในสิ่งที่เชื่อและใช่ ไม่ให้เสียชาติเกิด สู้ เราจะเปิดตัวทุกแพลตฟอร์ม ตามหาเราให้เจอ จบเลขสิบแปดไม่มีสามสิบหก #พบกับเราทุกแพลตฟอร์ม ตามนี้พี่ปองกล่าว ไม่ใช่คุณทิ้มกล่าว”

ล่าสุด เจ๊ปอง ได้โพสต์ช้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวอีกครั้ง ถึงช่องที่ตกลงจะย้ายไปอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ทำให้แฟนๆต้องรอลุ้นอีกแล้ว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“รอคุณสนธิญาณแถลงรายละเอียดนะคะ. คร่าวๆคือ. ออกอากาศเช้าตรู่วันที่ 1 ก.พ. ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งยูทิวบ์ เฟสบุ๊ค ดาวเทียมช่อง 77 เริ่มด้วยรายการคุณสันติสุขตามด้วยคุณธีระ/คุณกนก/คุณสถาพร/คุณหมิว/พี่ปองจัดเที่ยงและเย็น/ #เราอยู่ในมือถือคุณ#เราอยู่ล้อมรอบตัวคุณ เราคือพลังแห่งการสื่อสาร. เรานำเสนอข้อเท็จจริงที่ทุกคนต้องรู้. . พบกัน 1 ก.พ. #พบกับเราทุกแพลตฟอร์ม

นี่คือ #จบช่องสิบแปดไม่มีช่องสามสิบหก. เราจะเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนทุกชีวิตให้หยุดอยู่กับพวกเราที่ โลกออนไลน์ แล้วพบกัน ในทุกแพลตฟอร์ม ขอบพระคุณช่องสิบแปดกับการเจรจามาราธอนที่จบแบบไม่จบแต่ยังเคารพกันอยู่ ขอบพระคุณคุณหมอประเสริฐที่เมตตาแต่เวลาที่ให้มาไม่เพียงพอต่อการทำข่าว. พบกัน 1 ก.พ นะคะ ขอบพระคุณค่ะที่รอคอยและคอยชมพวกเรา ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน”

นอกจากนี้ทางด้านของ เจ๊ปอง ยังได้ย้ำชัด เพื่อกระจายข่าวอีกด้วยว่า “โพสต์แต่ค่ำวานถึงวันนี้ 6 ครั้งเพื่อกระจายข่าวให้ทุกคนรับทราบ และ มีการแก้ไขหลายรอบเพราะมีข่อมูลและ แพลตฟอร์มเติมเข้ามา พี่น้องสื่อมวลชนที่รอฟังข่าวจะได้ครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่อง #เขวี้ยงรีโมท พี่ปองนะตรงไปตรงมา อยากทราบความจริง มาสัมภาษณ์ได้นะคะ ยินดีเสมอค่ะ ขอแก้ไขเพิ่มเติมนะคะ จากเพจ พี่ต้นวรเทพฝากติดตามกันทางนี้นะครับช่อง 77 ทางกล่อง PSI , กล่องดาวเทียม และ IPTV ทุกระบบ”

ขณะรองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย นักเขียนชาวไทย ประธานยุทธศาสตร์ วิชาการสถาบันทิศทางไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวเช่นกัน

ว่าด้วยการจัดทัพแบบกองจรยุทธ์ของ Top News / สุวินัย ภรณลัย

ในเมื่อสิบปีต่อจากนี้คือช่วงสุดท้ายก่อนถึงคราวสิ้นสุดของทีวีดิจิตัลส่วนใหญ่

การเป็นเจ้าของกิจการสถานีโทรทัศน์อย่างช่อง 18 ตอนนี้จึงไม่ตอบโจทย์อะไร แต่กลับเป็นภาระหนี้ก้อนโตด้วยซ้ำ

การได้เวลาทำข่าวแค่บางชั่วโมงต่อวันที่ช่อง PPTV ก็ไม่ตอบโจทย์ในแง่การมีอำนาจบริหารทิศทางข่าวแบบเบ็ดเสร็จอย่างบูรณาการ

พอตัดความเป็นไปไม่ได้ทั้งหลายที่ไม่ตอบโจทย์ออกไปให้หมด  … คำตอบที่เหลืออยู่จึงแจ่มกระจ่างยิ่ง

นั่นคือการบูรณาการสื่อเก่า (ทีวีดาวเทียมและวิทยุ)กับสื่อใหม่ (ยูทูปและเฟซบุ๊ค)เข้าด้วยกัน โดยไม่ต้องง้อช่องทางสื่อสถานีโทรทัศน์ใดๆอีกต่อไป

นี่คือการจัดทัพแบบกองจรยุทธ์ที่คล่องตัวยิ่ง แถมไม่ต้องแบกภาระหนี้จนอ่วม แต่เน้นจุดเด่นที่คุณภาพและความน่าเชื่อถือของคนทำข่าวเป็นสำคัญ

ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าจับตายิ่งในวันที่ 1 กุมภานี้ โดยเฉพาะเมื่อเอาไปเปรียบกับกรณีของทีวีเนชั่น