ดึงสติ “พล.อ.ประยุทธ์” ปฏิรูปตำรวจด่วน! เด้ง ผบ.ตร.ก็แก้ปัญหาประเทศไม่ได้

0

ในสภาวะที่โควิด-19 กำลังระบาดอย่างรุนแรงในประเทศไทยในขณะนี้ ประชาชนคนไทยกลัวพิษโควิด แต่มีคนอยู่อาชีพหนึ่งที่กลัวมากกว่าประชาชนนั่นก็คือ ตำรวจ

เพราะนับตั้งแต่โควิดระบาด ไม่เคยมีการโยกย้ายตำรวจนอกฤดูกาล เพราะการกระทำความผิดมากมาย รวดเร็ว ต่อเนื่อง เหมือนครั้งนี้มาก่อน เหมือนกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เอาจริงเอาจัง แต่ไม่ใช่หรอก เพราะถ้าท่านไม่เอาจริงเอาจัง ดูแล้วคนที่น่าจะถูกเด้งคือ ไม่ใช่ลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านแน่นอน น่าจะเป็นตัวพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เองมากกว่า

ดังนั้น การที่ลงมาเอาจริงเอาจัง โยกย้ายเด็ดขาด จึงเป็นเรื่องที่ต้องกระทำ ตำรวจที่ถูกโยกย้ายมาจากพิษบ่อนทั้งสิ้น เพราะบ่อนเป็นสถานที่ทำให้คนชุมนุมกันอย่างแออัดยัดเยียด ไม่ระมัดระวัง หน้ามืดตามัว ในขณะที่กำลังเล่น ไม่กลัวตาย ได้เสียสำคัญกว่า การที่เข้าไปมั่วสุมกันในบ่อนแล้วกระจายออกมาข้างนอก เอาโควิดมาแพร่ประชาชนทั่วไป ทำให้เกิดความสียหายอย่างมากมายมหาศาลในทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชาติ ที่ย้ายหนักๆก็คือ ในภาคตะวันออก ทำไมไปสุมอยู่ที่ภาคเดียว หรือที่อื่นไม่บ่อน ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะข้อเท็จจริงมันปรากฎขึ้นจากคนที่ติดโควิด

การย้ายตำรวจรอบนี้ ต้องเรียกว่ากระทำกันข้ามปีต่อเนื่อง ชุดแรกออกมาในวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ในเขตกรุงเทพมหานคร ย้ายพล.ต. พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการนครบาล 2 พร้อมด้วยผู้กำกับสน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเพิ่งได้รับตำแหน่งไปไม่นานก็คือ พ.ต.อ.กฤษณ์พนธ์ เพ็ชรสดศิลป์ พร้อมด้วยรองผู้กำกับอีก 2 คน ก็คือรองผู้กำกับสอบสวน กับรองผู้กำกับปราบปราม และสารวัตรอีก 2 คน รอบนี้เด้งไป 5 คน เป็น 5 เสือ ที่ต้องรับผิดชอบในพื้นที่ แต่ผู้บังคับการโดนด้วย ในวันเดียวกันที่จ.ระยอง ก็มีการย้ายพล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดระยอง ต่อมาวันที่ 31 ธันวาคม 2563 วันสิ้นปี พล.ต.ต.ประการ ประจง ผู้บังคับการจังหวัดชลบุรี โดนเด้งในวันส่งท้ายปีเก่า

เปิดมาในปีใหม่ 4 มกราคม 2564 พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ตามมาเป็นอีกระลอกหนึ่ง 5 มกราคม พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด ตามติดมา ภาคตะวันออกผู้บังคับการโดนไป 4 คน ต่อมา พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ตามติดมาในวันที่ 6 มกราคม โดยภาค 2 คุมจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว การย้ายรอบนี้ มันเหมือนยอดหญ้าที่ลู่ลม สิ่งที่หมักหมมอยู่ข้างใต้ แค่ถูกปรากฎขึ้นจากพิษโควิดเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับการในนครบาล ผู้กำกับในนครบาล ต้องตำรวจระดับฝีมือหรือเป็นคนที่นายรักเท่านั้น ถึงจะได้อยู่ในตำแหน่งแบบนี้

ภาค 2 เป็นภาคที่เศรษฐกิจดีเยี่ยม เป็นแหล่งเงินแหล่งทอง อุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าใครโดยเฉพาะตำรวจได้ไปอยู่ในตำแหน่งนี้ ต้องถือว่าเป้นคนใกล้ชิดสนิทสนมกับนายเป็นอย่างยิ่ง ได้รับการคัดเลือกอย่างดี ไม่ต้องไปถึงระดับผู้บังคับการ ผู้บัญชาการ แค่ระดับผู้กำกับก็หมายความว่าต้องเลือกเฟ้นให้ไปอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่สำคัญ ดังนั้น ผู้การทั้ง 5 คนนั้น ล้วนแต่เป็นคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งสิ้น ไม่สนิทสนม ไม่มีฝีมือ ไม่ได้ไปอยู่ในตำแหน่งนี้ แต่จะมีฝีมือได้อย่างไร ถ้าปล่อยให้บ่อนเล่นกันครึกโครมในขณะที่พิษโควิดกำลังแพร่กระจาย แต่หรือว่ามีฝีมือทางด้านอื่น หรือว่าแท้จริงแล้ว บ่อนก็มีอยู่อย่างนี้ในทุกจังหวัด มันเป็นคำร่ำลือว่าบ่่อนมันก็มีทุกที่เหมือนกับหวย เพราะนี่คือท่อน้้ำเลี้ยงอย่างดี ที่ทำให้ข้าราชการที่มีอำนาจหน้าที่ สาามารถมีรายได้พิเศษขึ้นมาได้ ข้าราชการที่ว่าจะเป็นตำรวจ จะเป็นฝ่ายปกครอง จะเป็นฝ่ายสาธารณสุข ไม่รู้ได้ แต่ที่ย้ายตำรวจเพราะมีหน้าที่โดยตรง เป็นเพียงปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น ถ้าไม่มีพิษโควิด ไม่มีคนไปเล่นในบ่อนแล้วติดโควิดออกไป สิ่งเหล่านี้ก็ยังหมักหมมอยู่ใต้พรม กองอยู่ตามปกติ นี่คือ สิ่งที่ประชาชนคนไทย เรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจ เพราะพยายามกันเท่าไหร่ก็ปฏิรูปไม่ได้

ท่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐประหารเข้ามาเดินหน้าเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศเป็นฮีโร่สิ่งหนึ่งที่ประกาศมาโดยตลอดคือ การปฏิรูปตำรวจ ต้องย้ำว่าการปฏิรูปตำรวจนั้นกี่รัฐบาลมาก็พูด เพราะพูดแล้วโดนใจประชาชน พอมาถึงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มาจากรัฐประหารต้องการสร้างผลงานเรื่องนี้ ถึงขนาดมีการตั้งคณะกรรมการและที่สำคัญที่สุด ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ ระบุเอาไว้ว่า จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1ปี นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้

มาตรา 258 ข้อ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (4) ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจให้เหมาะสม และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ มีหลักประกันว่า ข้าราชการตำรวจจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้าย และการพิจารณาบำเหน็จความชอบตามระบบคุณธรรมที่ชัดเจน ซึ่งในการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้าย ต้องคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกันเพื่อให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีอิสระ ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด มีประสิทธิภาพ และภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตน

และได้ขยายเอาไว้ในมาตรา 260 ว่า ในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายตามมาตรา 258 ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (4) ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ประกอบด้วย

(1) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ประจักษ์ และไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อน เป็นประธาน
(2) ผู้เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำรวจ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรวมอยู่ด้วย มีจำนวนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เป็นกรรมการ
(3) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ประจักษ์ และไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อน มีจำนวนเท่ากับกรรมการตาม (2) เป็นกรรมการ
(4) ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ก็มีการแต่งตั้งเกิดขึ้น มีรายชื่อเยอะแยะ แต่ประธานที่ไม่เคยเป็นตำรวจมาก่อนเป็นทหารชื่อ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เอาทหารระดับทหารนักวิชาการ อดีตผู้บัญชาการสูงสุดมาเป็นประธาน มันน่าจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี หลังจาากที่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาแล้ว ถึงวันนี้ได้เห็นอะไรที่ออกมาเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง สุดท้ายเหลวเหมือนเดิม การปฏิรูปตำรวจล้มเหลวเหมือนเดิม สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เหลวเพราะโครงสร้างมันใหญ่ มีนายพลเป็นพันๆ มีพล.อ., ผบ.ตร.,รองผบ.ตร.จำนวนมากมาย,จเรตำรวจแห่งชาติ มีพล.ท.,ผู้ช่วยผบ.ตร.,ผู้บัญชาการ เฉพาะผู้บัญชาการภาคมีทั้งหมด 10 คน

ตำรวจมีอยู่ 200,000 กว่านาย แยกเป็นประทวนกับสัญญาบัตร มีความพยายามที่จะปฏิรูปตำรวจ เอาตำรวจไปไว้กับจังหวัด ก็เกิดการคัดค้านกัน แต่การที่ตำรวจไปอยู่ในจังหวัด ก็เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบง่าย เห็นกันง่าย รู้จักกันง่าย การโยกย้ายก็จะวนอยู่ในจังหวัด ไม่มีการวิ่งเต้น ทำให้เกิดช่องทาง แต่ถ้าอยู่ภายใต้จังหวัด ทำให้ประชาชนตรวจสอบได้ แต่ระบบอื่นๆที่มาคิดมาทำกันได้ แต่ไม่ได้หรอก เพราะการย้ายตำรวจไปอยู่ท้องถิ่น จึงเป็นสิ่งที่รับการคัดค้านจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงใหญ่จนถึงปัจจุบัน แล้วจะทำยังไงกันต่อ หรือจะปล่อยแบบนี้ต่อไป นายกรัฐมนตรีต้องไม่ปล่อยเอาไว้ ที่ย้ายกันครั้งใหญ่เป็นเหมือนยอดหญ้าที่พลิ้วอยู่ข้างบน ฝุ่นใต้พรม ขยะใต้พรม มันอยู่ทุกหนทุกแห่ง พิษโควิดทำให้เรื่องเหล่านี้ปรากฎ เป็นนายกฯมา 7 ปี ผมสนับสนุนและเชียร์เต็มที่ แต่เรื่องปฏิรูปตำรวจ ทำใจไม่ได้จริงๆ ดังนั้น ต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง พร้อมๆกับการแก้ปัญหาโควิด เพราะถ้ามีคนติดโควิดที่จังหวัดอื่น แล้วปรากฏว่า มีบ่อน ไม่ต้องย้ายผู้การ ตำรวจกันทั้งประเทศหรือ เราจะทำอย่างไรภายใต้สถานการณ์นี้ หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะเชียร์นายกฯ สนับสนุนนายกฯ ต่อไป เพราะอันนี้จะเป็นผลงานอันหนึ่งที่จะทำให้คนไทยจารึกและจดจำพล.อ.ประยุทธ์ ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำ