“จตุพร” ยืนข้างสถาบัน ทำนปช. แตกยับ “ทักษิณ” เริ่มทรุดถึงจุดตกต่ำ!!

0

“จตุพร พรหมพันธุ์” กลับตัวกลับใจยืนข้างสถาบัน ทำ นปช. แตกยับเป็นเสี่ยงๆ ทักษิณ ชินวัตร เริ่มทรุดถึงจุดตกต่ำ!!

แตกยับแล้ว สำหรับนปช. คนเสื้อแดงที่มีแกนนำ ระดับที่โด่งดังทั่วประเทศ ประกอบไปด้วยวีระกานต์ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จากการแตกแยกของแกนนำทั้งสาม กระจายลงไปสู่ระดับต่างๆ วันนี้ยากที่จะมาประสานกันได้ จะต้องจับตาว่าบทบาทในวันข้างหน้าจะจบลงอย่างไร แบบค่อยๆเงียบหายไปหรือเกิดการประจันหน้าไม่มีใครที่จะสามารถคาดการณ์ได้ การเกิดขึ้นของคนเสื้อแดง นปช.นั้น หลังจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แล้ว ก้ได้มีการก่อรูปองค์กรเคลื่อนไหว ชุมนุมไม่ได้ใหญ่โตที่ท้องสนามหลวง ชื่อแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปก. มีการผสมผสานกัน วันนั้นย้ำว่า ไม่มีคนเสื้อแดง มีฝ่ายซ้ายบางส่วน มีนักประชาธิปไตยบางส่วน NGO บางส่วนและรวมทั้งวีระกานต์ จตุพร และณัฐวุฒิ ก็เข้าไปผสมผสานโดยใช้เวลาไม่นาน ก็ยุติลงเพราะพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นของทักษิณ ชินวัตร ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ส่งให้สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี บทบาทของ นปก.ก็ยุติลง แต่การเมืองกลับพลิกผัน เพราะหลังจากนั้นเนวิน ชิดชอบ กับสมัคร สุนทรเวช ถูกหักโดยทักษิณ เมื่อปรากฎว่า สมัคร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่ไม่ถูกตัดสินทางการเมือง สามารถที่จะเสนอชื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง ทักษิณมีท่าทีเหมือนว่าจะส่งสมัครขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ประสานงานไปยังเนวินและเครือข่ายว่าจะสนับสนุนสมัครต่อไป

แต่ปรากฎว่า ในระหว่างที่สมัคร เป็นนายกรัฐมนตรี แก๊งค์ 4 คน ได้เติบโตขึ้นอย่างที่ทำให้ทักษิณและคนในตระกูลชินวัตรที่กระโดดลงมาเล่นการเมือง โดยเฉพาะเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ รู้สึกไม่สบายใจ เมื่อสมัครพลิกผัน ตกลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ทักษิณจึงส่งสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ลดบทบาทของกลุ่มเนวินลงอย่างสิ้นเชิง เจ็บเข้าไปถึงหัวใจของเนวิน ทีมและเครือข่ายของเจ๊แดงก็ผงาดขึ้นเป็นพรรคพลังประชาชน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2551 แต่ปรากฎว่า เป็นนายกรัฐมนตรีได้เพียง 2 เดือน 16 วัน และไม่สามารถไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลได้ ต้องมาทำงานที่ทำเนียบชั่วคราว ดอนเมือง เพราะพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมประท้วงปิดทำเนียบรัฐบาล สมชาย ต้องลงจากตำแหน่ง ไม่ใช่เพราะพันธมิตรไปปิดทำเนียบ แต่เพราะพรรคพลังประชาชนถูกยุบ เหตุที่ถูกยุบก็มาจากการทุจริตการเลือกตั้งของยงยุทธ ติยะไพรัช บุคคลข้างกายทักษิณ ที่เชื่อมั่น เชื่อถือจนมาถึงปัจจุบันนี้

หลังจากที่พรรคพลังประชาชนโดนยุบ ความแค้นของเนวินที่รอคอยก็ได้เวลาสำแดงเดชทันที สส.กลุ่มหนึ่งในนามเพื่อนเนวินแยกตัวออกมาจากพรรคพลังประชาชน จำนวน 23 คน วันที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบ มีพรรคมัชฌิมาฯ และพรรคอื่นๆถูกยุบ ก็แตกมารวมกันเป็นพรรคภูมิใจไทย มีสส.อยู่ในมือ 31 คน มารวมกันเพื่อมาร่วมมือกับสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ส่งอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้ นปช.กลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เติบโตและยิ่งใหญ่ หลังจากที่สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องมาถึงสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ช่อง 11 ที่ถูกดูแลโดยจักรภพ เพ็ญแข ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น NBT รายการการเมืองรายการหนึ่งได้เกิดขึ้น ดังกระหึ่มนั่นก็คือ รายการความจริงวันนี้ จัดโดยวีระกานต์ จตุพร และณัฐวุฒิ เรียกชื่อทั้งสามคนว่า สามเกลอหัวแข็ง ฝ่ายที่ไม่ชอบก็เรียกว่า สามเกลอหัวขวด นปช. ได้ดำเนินการจัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ กล่าวหาว่า จัดตั้งมาไม่เป็นไปตามระบบกลไกประชาธิปไตย ไปจัดตั้งในค่ายทหาร ทั้งๆที่ความจริงแล้ว รับบาลอภิสิทธิ์เกิดขึ้นได้เพราะการพลิกผันของกลุ่ม สส.พลังประชาชนที่เป็นเพื่อกับเนวินและย้ายมาอยู่ในพรรคภูมิใจไทย

การชุมนุมของนปช. เป็นรูปเป็นร่างขึ้นก็เมื่อเปิดการชุมนุมไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ในปี 2552 ทบทวนเหตุการณ์ที่คงจำกันได้ คนเสื้อแดงพร้อมทั้งตีนตบมาแทนมือตบของคนเสื้อเหลืองเดินเต็มกรุงเทพฯ ปรากฎว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยการสนับสนุนของกองทัพประกาศภาวะฉุกเฉิน สามารถที่จัดการสลายการชุมนุมได้อย่างสงบเรียบร้อย มีคนบาดเจ็บ แต่ไม่มีคนล้มตาย ยกเว้นคนที่โดนกระสุนที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนที่แยกตลาดนางเลิ้ง จบไปสำหรับการชุมนุมในปี 52 ปีถัดมาก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมๆกับการประกาศของอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ว่าครั้งนี้จะมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายมาช่วยประชาชนด้วยแล้วการชุมนุมในปี 53 ก็เกิดการบาดเจ็บล้มตายนับร้อยคนแต่เปิดการเจรจาระหว่างจตุพรกับอภิสิทธิ์ ทั้งสองฝ่ายมานั่งประจันหน้ากันฝั่งละ 3 คน บทบาทของจตุพรสูงยิ่งในการเจรจาากันกับอภิสิทธิ์ แต่เรื่องไม่จบเพียงแค่นั้น ปรากฎว่าการชุมนุมของนปช.ทั้งหมดดินต่อ ท้ายที่สุดก็ต้องสลายลงในวันที่ 19 พฤษภาคม

นับจากนั้น บทบาทของแกนนำนปช. ก็เริ่มมีการสับสน อลหม่าน เพราะเมื่ออภิสิทธิ์ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2554 พรรคเพื่อไทยที่ถูกจัดตั้งมาแทนพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง ส่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฎว่า ณัฐวุฒิ ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในขณะที่จตุพร เป็นเพียง สส.ธรรมดาๆ ก่อนหน้านี้ชัดเจนว่าบทบาทการต่อสู้ของจตุพร ต้องถือว่าเป็นนักสู้ติดดิน แหลมคม มีเกียรติประวัติ ต่อเนื่องมาตั้งแต่พฤษภาคม 35 ที่นำพาประชาชนและนักศึกษาจากถนนราชดำเนิน ไปตั้งค่ายในรามคำแหง และจบลงด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ที่เรียกผู้นำกองทัพ พลเอกสุจินดา คราประยูร พลตรี จําลอง ศรีเมือง มาเจรจาออกโทรทัศน์ทำให้เรื่องจบลงด้วยดี เกียรติภูมิของจตุพร ทรงยิ่งขึ้น แต่เมื่อทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย จตุพร ในฐานะนักกิจกรรมก็เข้าไปร่วมกับบรรดานักกิจกรรมเก่าๆเช่น จาตุรนต์ ฉายแสง และคนอื่นๆ ก็ผูกพันเชื่อมโยงกันมา ในขณะที่วีระกานต์ ซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุด เกียรติประวัติไม่ธรรมดาในแง่การต่อสู้ เป็นนักหนังสือพิมพ์ปากจัด ปากกล้า สส.พรรคประชาธิปัตย์ เคยถูกจำคุกในข้อหาก่อการกบฎ 26 มีนาคม 2520 กับพลเอกฉลาด หิรัญศิริ ติดคุกแล้วก็ออกมานำพรรคประชาธิปัตย์จนกลายเป็นพรรคการเมืองที่ยิ่งใหญ่ มีตำแหน่งสูงส่งถึงเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แต่ด้วยแรงพลิกผันทางการเมืองถูกาตรา 112 ติดคุกชีวิตทางการเมืองก็ตกต่ำลง

ส่วนณัฐวุฒิ เป็นเด็กหนุ่มไฟแรง อายุแค่ 25 ปี ชอบการเมือง อยากจะเป็นนักการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคชาติพัฒนาที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ตอนนั้นคนภาคใต้บ้าคลั่งพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าใครไม่ว่าจะลงสมัครพรรคการเมืองไหน ไม่มีทางชนะ ถึงกับมีคำพูดที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์นำเสาไฟฟ้าลงสมัคร ก็ยังได้เลย แต่ไม่ใช่ปัจจุบันแน่นอน ณัฐวุฒิคาดหวัง อายุ 25 ปี รอคอยเวลาต่อมาก็มาเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย ลงปาร์ตี้ลิสต์สส.ภาคใต้ เป็นหน่วยทีมปราศรัยล่วงหน้าของทักษิณ วันนั้นอายุ 30 ปี ในปี 2549 แต่การเมืองไม่ลงตัว ความเป็นมาของทั้งสามคนที่มารวมตัวกันในนามสามเกลอหัวแข็ง จัดรายการความจริงวันนี้ แม้ต่อมาจะหลุดออกจากช่อง 11 NBT ก็มาจัดตั้งบริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ ผูกพันกัน ทำทุกอย่างร่วมกัน สำหรับจตุพรและณัฐวุฒิ ได้ก้าวเข้าสู่ความสำเร็จทางการเมือง แม้จตุพรจะได้เป็นเพียงสส. ณัฐวุฒิถูกส่งเข้าสู่ดวงดาวในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณัฐวุฒิเคยออกหนังสือชื่อ ชกข้ามรุ่น เล่าให้ฟังว่าในการเลือกตั้งเมื่อปี 2549-2550 ออกไปหาเสียงกลับมาแทบจะกินน้ำตา เพราะไม่มีเงินไม่มีทอง ต่อสู้อย่างยากลำบาก แต่ปี 54 ผ่านมาเพียง 4 ปี เมื่อขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณัฐวุฒิมีเงินในบัญชี 20 กว่าล้าน มีทรัพย์สิน ผู้คนก็สงสัยว่า เอามาจากไหน จึงกลายมาเป็นที่มาของคำว่า สู้แล้วรวย

ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าความผูกพันของทั้งสามคนว่าวันหนึ่งจะถึงกาลอวสาน ถึงเวลาแตกแยกกัน แต่อำนาจ ผลประโยชน์ ไม่เข้าใครออกใคร ทุกอย่างมีสิทธิ์ที่จะแปรเปลี่ยน ทำให้มิตรกลายเป็นศัตรู ศัตรูกลายเป็นมิตรได้ วันนี้วีระกานต์ในวัย 72 จตุพร ในวัย 55 ปี ณัฐวุฒิในวัย 45 ปี ย้อนรอยกลับไป 12 ปีก่อนที่ทั้งสามคนได้มารวมตัวกัน วีระกาต์ในวัย 60 จตุพรในวัย 43 ณัฐวุฒิในวัย 33 บทเรียนของแต่ละคนที่ก่อรูปขึ้นในการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นข้ออ้างว่าต่อสู้เพื่อประชาชน หรือต่อสู่เพื่อตำแหน่งแห่งหน ผลประโยชน์ใดๆ ก็ตามแต่ วันนี้ทั้งสามคนได้แยกออกเป็นสองส่วนแล้ว วีระกานต์กับณัฐวุฒิ ยังไปในทางเดียวกัน ในงานสงกรานต์ปี 2561 ณัฐวุฒิ หมอเหวง ธิดา ไปรดน้ำดำหัววีระกานต์ วีระกานต์บอกว่า นปช.วันนี้ฝากความหวังไว้กับธิดาและณัฐวุฒิ ไม่พูดถึงจตุพร ซึ่งเป็นประธานนปช.อยู่ ร่องรอยความแตกแยกนี้ เห็นตั้งแต่ตอนนั้น และทั้งสองฝ่ายก็เดินแยกจากกัน ทั้งนี้มาจากการที่จตุพร ต้องไปติดคุกและระหว่างติดคุกได้มีผู้คนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างจตุพรกับอดีตพระพุทธะอิสระ อีกฝั่งหนึ่งมองว่า เป็นมิติทางการเมืองที่น่าสนใจ เป็นความสมานฉันท์ที่เกิดจากภาวะจิตใจ แต่อีกฝั่งหนึ่งบอกว่าจตุพรเปลี่ยนไปแล้ว

จตุพรออกจากคุกมา สิ่งที่ทำก็คือ ไปเป็นจิตอาสาสวมเสื้อเหลือง ถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์ ในขณะที่ฝั่งของทักษิณ พรรคเพื่อไทย เห็นชัดว่าเดินไปทางข้างเดียวกับม็อบซึ่งโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างหนัก ในประเด็นนี้จะต้องจับตาและพิจารณาถึงสถานการณ์การเมืองที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ซึ่งสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แยกตัวออกมาจากพรรคเพื่อไทย มีโภคิน พลกุล วัฒนา เมืองสุข แยกออกมาด้วย วัฒนา ประกาศชัดเจนว่า สนับสนุนการเมืองในแนวทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การตอกย้ำแบบนี้ ส่อให้เห็นว่า มีความสงสัยในทิศทางของพรรคเพื่อไทย ซึ่งไปมีส่วนเกี่ยวพันกับม็อบล้มเจ้าหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถาม น้องโบว์ที่มีความสนิทสนมกับวัฒนา ก็ออกมาในแนวทางเดียวกัน ว่าไม่สนับสนุนแนวทางของขบวนการล้มเจ้า จตุพร ก็ยืนอยู่ในจุดนี้ การเมืองนับแต่นี้ไปต้องจับตาดู ณัฐวุฒิออกจากคุกมาไม่กี่วัน ยังไม่ทันพูดอะไร แต่แน่นอนว่า พรรคเพื่อไทย จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน นปช.จะถูกแบ่งออกเป็น 5-6 เสี่ยง ส่วนหนึ่งไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐ ส่วนหนึ่งอาจจะมาร่วมกับสุดารัตน์ ซึ่งไม่แน่ว่าจตุพรจะเข้ามาร่วมหรือไม่ ก็มีโอกาสทั้งสิ้น รูปแบบทางการเมืองจะเปลี่ยนโฉมไปภายใต้ความแตกแยกของนปช.ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน