สนธิญาณ ซัด “ธนาธร” น้องสินบน แม่โกงที่ดินหลวง จะติดคุกกันทั้งบ้าน!!

0

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ได้พูดในรายการสนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริง ของสถาบันทิศทางไทย ถึงกรณีตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ที่มีคดีความอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดทาง ผอ. สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า หอบหลักฐานแจ้งความกับตำรวจบก.ปทส. เอาผิดกับ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ โดยกล่าวว่า วันนี้ยังต้องพูดกันถึงนายธนาธรและตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ได้จงเกลียดจงชัง แต่ต้องตีแผ่ ต้องให้เห็นความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ ความจริงข้อแรกก็คือ วันนี้ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ รวยมาก มาจากความสามารถ ค้าขายได้จึงร่ำรวย แต่มีคำถามธรรมดาง่ายๆ ว่าทำไม ต้นตระกูลของธนาธรคือคุณปู่และคุณพ่อ ซึ่งเป็นคนต่างด้าว ถึงไม่ใช้ความเก่งกล้า สามารถนี้ทำมาหากินที่ผืนแผ่นดินจีน ซึ่งเป็นแผ่นดินเกิด เพราะไม่สามารถยอมรับต่อหลักคิดของระบอบคอมมิวนิสต์ได้ ที่ต้องการเอาทรัพยากรของแผ่นดินมาจัดสรรปันส่วน เฉลี่ยให้กับคนยากคนจน ซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาล ปู่ธนาธร พ่อธนาธร ทนไม่ได้ ล่องสำเภามาอาศัยแผ่นดินไทย ต้องใช้คำว่ามาพึงพระบรมโพธิสมภาร แน่นอนว่า แผ่นดินไทย ถูกก่อร่างสร้างขึ้นโดยสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนคนไทย ถ้าไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์อันเข้มแข็งแล้ว อย่าหวังว่าจะมีประเทศไทยดังเช่นปัจจุบัน

เพราะมีหลายเผ่าพันธุ์ มีหลายเชื้อชาติ เช่น มอญและอีกหลายเชื้อชาติ ที่วันนี้รวมกันเป็นประเทศเมียนมา เชื้อชาติที่มีความสืบต่อเนื่องกันมาเป็นพันๆปี มีอารยธรรมของตัวเอง มีภาษา มีคำพูด มีตัวหนังสือ แต่ไม่สามารถมีประเทศให้ภาคภูมิใจได้ เพราะไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์อันเข้มแข็งในการที่จะพาชนชาติของตัวเองให้ยืนยงเคียงคู่กับคนชาติอื่นๆ ตั้งรับในการถูกรุกราน รุกเมื่อจำเป็นต้องรุก นี่คือสิ่งที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องรู้ว่าตระกูลของตนเองได้เข้ามาพึ่งพาอาศัยแผ่นดินนี้อยู่ วันนี้คิดจะปฏิรูปสถาบัน ถือสิทธิ์ว่าตัวเองก็เป็นคนไทย ผมไม่ได้แสดงอาการปฏิเสธหรือกีดกั้น เพราะวันนี้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินไทย มีมากมายมหาศาลที่มีเชื้อชาติจีน แต่ไม่มีใครประพฤติแบบธนาธร ทุกคนเข้าใจว่า การที่เข้ามาอยู่ร่วมกันในแผ่นดินนี้จะต้องร่วมกันสร้างแผ่นดินให้มีความสงบสุขและเจริญก้าวหน้า โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นแกนกลาง แต่นี่เปิดฉากจะปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์โดยไม่ได้ดูสาแหรกความเป็นมาของตัวเองและที่สำคัญติดจะปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ในขณะที่ครอบครัวของตัวเองนั้น คิดแต่จะเอารัดเอาเปรียบประเทศชาติและบุคคลอื่น ที่สำคัญคิดจะเอาเปรียบสถาบันพระมหากษัตริย์เสียด้วยซ้ำ คิดจะไปทำมาหากินกับสถาบันพระมหากษัตริย์

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

แต่ว่าไปเรื่องของน้องชาย ยังไม่เจ็บปวดรวดร้าวและรุนแรงเท่ากับเรื่องแม่ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นหลักของครอบครัวในการบุกรุกที่ดินป่าสงวน การตรวจสอบวันนี้ชัดเจน เพราะหลักฐานต่างๆ มันปรากฎชัด ธนาธรเรียกร้องปฏิรูปคนอื่น เรียกร้องว่าจะต้องสร้างจริยธรรม สร้างความบริสุทธิ์ โปร่งใส ไปเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ไปเล่นงานสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างบิดเบือน ไม่ได้ทำอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่ทำพยายามที่จะเจตนาให้เห็นว่า สถาบันใช้เงินจากภาษีประชาชนเป็นจำนวนมาก เป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชน กล้าทำถึงขนาดนั้น พฤติกรรมแม่ของตัวเองบ้าง และเพราะแม่ที่อุ้มชูเลี้ยงดูธนาธรมานี่แหละ แต่จากกระบวนการที่ถูกตรวจสอบแล้วว่า มีปัญหาเรื่องที่ดินป่าสงวนไปบุกรุกจะบรรทัดฐานของการประกอบอาชีพอื่นๆ ที่ทำให้ธนาธรร่ำรวย อยู่เย็นเป็นสุข จนถึงปัจจุบันถึงบังอาจกล้าเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ มาดูพฤติกรรมของแม่ธนาธร พฤติกรรมที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ ปรากฎว่าคุณสมพร ครอบครองที่ดินอยู 3,098 ไร่เศษ ที่ดินทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี และซ้อนทับกับเขตปฏิรูปที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นี่เป็นประเด็นที่ได้มีการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า นส.3 ก จำนวน 55 ฉบับ ออกโดยไม่มีหลักฐานเดิมคือ นก.1 เป็นการเดินสำรวจออกเมื่อปี 2521 ก่อนประกาศพื้นที่ดังกล่าว เป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2527 ดูเหมือนว่จะถูกต้อง เพราะเป็นการเดินสำรวจ เมื่อปี 2521 แต่ได้มีการประกาศพื้นที่ดังกล่าว เป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2527 แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวร หมายเลข 85 เมื่อปี 2512 ก่อนที่จะมีการออกเอกสาร นส.3 ก ทั้ง 55 ฉบับ ซึ่งทำให้เอกสารที่ออกไม่ชอบด้วยกฎหมายในขณะนั้น

นอกจากนั้น ยังตรวจสอบพยานหลักฐาน ที่เชื่อได้ว่า นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มีเจตนาที่จะครอบครองที่ดิน นส.2 โดยการซื้อเปลี่ยนมือจากบุคคลอื่นแบบผิดกฎหมายจำนวน 7 แปลง เนื้อที่ 350 ไร่ ซึ่งแปลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นเอกสารนส.2 ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาซ้อนทับที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีการร้องเรียนของกลุ่มชาวบ้านหมู่ 14 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่มีแผนงานจัดตั้งป่าชุมชนของหมู่บ้านและมีตัวแทนของนางสมพร ได้ออกมาร่วมตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย มีการยอมรับการครอบครองและแสดงเจตนามอบให้หมู่บ้านจัดตั้งป่าชุมชนของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาครอบครอง นส.2 แบบผิดกฎหมายของนางสมพร ได้มีการตรวจสอบพบว่า นางสมพร ครอบครองที่ดินมือเปล่าแบบผิดกฎหมาย ภบท.5 อีก 1 แปลง เนื้อที่ 90ไร่ ในท้องที่หมู่ 3 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โดยตรวจสอบพบหลักฐานใบเสร็จรับเงินที่ระบุชื่อ นางสมพร จ่ายเงินค่าที่ดินมือเปล่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 90 ไร่ ในช่วงปี 2553-2556 สิ่งที่ธนาธรควรจะทำไปปฎิรูปครอบครัวตัวเองเสียก่อน คนรวย รวยแล้วไม่รู้จักพอ ตัวเองมีส่วนได้ส่วนเสียในครอบครัว จะบอกไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

และถ้าแน่จริงจะต้องออกมาตำหนิหรือกล่าวโทษแม่ตัวเองที่ไปทำให้ตนเองต้องเสื่อมเสีย ทั้งๆที่ตัวเองประกาศจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ประกาศจะเป็นผู้นำการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ตนเองเป็นคนเสนอให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งคนไทยให้ความเคารพและจงรักภักดียิ่ง เพราะอะไรสถบันพระมหากษัตริย์ถึงอยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน เพราะคนไทยประจักษ์ชัดว่า สถาบันพระมหากษัตริย์มีแต่ให้ ดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย เปรียบเสมือน พ่อแม่ดูแลลูก โดยเฉพาะในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ซึ่งยาวนานถึง 70 ปี คนไทยในยุคปัจจุบันสัมผัสและรู้สึกได้ ต่อเนื่องถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 10 แม้พระองค์จะไม่ได้มีการเผยแพร่พระราชกรณียกิจและสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำลงไป แต่หลังจากที่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลออกมา ก็ได้เห็นว่าพระองค์ท่านได้เสียสละอย่างมากมายมหาศาล สิ่งที่ธนาธรและพรรคพวกกำลังทำจะสร้างภาพว่า พระองค์รวยมากมายมหาศาล แต่สิ่งทีนำออกมาที่ดินที่เอามาทำสาธารณประโยชน์เป็นแสนๆล้านนั้น

ไม่ได้เอามาเปรียบเทียบกับปรากฎการณ์ที่แม่ของธนาธรเอารัดเอาเปรียบ มันสวนทางกันโดยสิ้นเชิง นี่คือความแตกต่างของสถาบันพระมหากษัตริย์กับผู้คนที่ได้เข้ามาอาศัยแผ่นดินนี้อยู่มันแตกต่างกันตรงนี้ ดังนั้น เราจะต้องดำเนินการเปิดโปงกันต่อไป เพื่อให้เห็นว่าคนๆนี้ ไม่มีคุณค่าพอที่จะประกาศตัวเป็นผู้นำสังคม ประเทศชาติ ประกาศตัวจะเป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศตัวจะมาปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมที่ตัวเองทำแล้ว ประชาชนคนไทยเห็นและรู้ได้ จึงได้แสดงการปฏิเสธ โลกทุกวันนี้เป็นโลกของข้อมูลข่าวสาร และกฎแห่งกรรมเป็นกฎที่เป็นจริง หลีกหนีไม่พ้นหรอก สิ่งที่คุณจะเจอยิ่งเจ็บปวดมากกว่านี้แน่นอน