“รศ.ดร.แสงเทียน” คาด “โควิด ทะลุกว่าร้อยล้านอาจนานสองปี” ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อโลกคือ “กลายพันธุ์ประชันวัคซีน”

0

โควิด-๑๙ ยังเขย่าโลกคาด “ทะลุกว่าร้อยล้านอาจนานสองปี” ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อโลกคือ “กลายพันธุ์ประชันวัคซีน” โดยรศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา  

รศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา อาจารย์ด้านเวชระเบียน คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
และประธานยุทธศาสตร์วิจัยสถาบันทิศทางไทย ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับ ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อ
โลกคือ “กลายพันธุ์ประชันวัคซีน”

จากกรณีที่มีการเกิดการระบาดของการติดเชื้อโควิด-๑๙ ในช่วงที่ผ่านมาที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งใกล้ ๑๐๐ ล้านคนเข้าไปทุกทีมีการคาดการในช่วงต้นของการระบาดที่แพร่จากเอเชียสู่ยุโรปและอเมริกามาก่อนหน้านี้ว่าอาจทะลุ ๕๐ ล้าน ในตอนนั้นก็ตื่นเต้นกันอย่างมาก แต่เมื่อมาถึงตอนนี้กลับหยุดไม่อยู่ทั่วโลกระส่ำจากการติดเชื้อปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

สถานการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นปัจจัยที่จะส่งผลต่อจำนวนการติดเชื้อที่สำคัญมี ๒ ประการคือ การกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-๑๙ และการนำวัคซีนมาใช้ป้องกัน ในส่วนของการกลายพันธุ์ที่ตรวจพบในพื้นที่ของประเทศอังกฤษ และสามารถ “แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว” เป็นต้นเหตุทำให้นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์กรุงลอนดอน และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ รวมทั้งยังทำให้ต้องยกระดับการควบคุมโรคระบาดช่วงเทศกาลคริสต์มาสในพื้นที่อื่นๆ ของอังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ ตลอดจนทำให้หลายประเทศสั่งปิดพรมแดนห้ามการเดินทางมาจากสหราชอาณาจักรอย่างเร่งด่วน (BBC news, 21Dec2020)

เผยจีน สืบหาจนเจอ 'ผู้ป่วยรายที่หนึ่ง' ในหูเป่ย ติดโควิด-19 ได้แล้ว

ด้วยปัจจัยของไวรัสกลายพันธุ์ชนิดใหม่น่ากังวลไปทั่วโลกเพราะ มีการแพร่ระบาดแทนที่เชื้อโรคโควิด-๑๙ อีกชนิดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเกิดการกลายพันธุ์ที่น่าจะส่งผลสำคัญต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้ และการกลายพันธุ์บางอย่างได้แสดงให้เห็นในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ว่าเชื้อชนิดใหม่นี้มีความสามารถทำให้เซลล์ติดเชื้อได้มากขึ้น

ด้วยปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลต่อโลกอย่างมากทำให้เกิดการปิดประเทศของหลายประเทศอีกระลอกหนึ่งเพราะไม่ต้องการให้เชื้่อชนิดใหม่เข้าไปสู่ประเทศ ดังกรณีประเทศญี่ปุ่นปิดประเทศไปจนถึงปลายมกราคม ๒๕๖๔ เมื่อเริ่มพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้ (Prachachat online, 27Dec2020) ซึ่งด้วยปัจจัยนี้แม้จะมีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ของโลกจะดีขึ้นรวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกด้วย

แต่การกลายพันธุ์ก็มาเป็นปัจจัยให้เกิดการปิดประเทศรอบใหม่อย่างเข้มงวดอีก ภาวะเศรษฐกิจที่จะได้รับการฟื้นฟูและมีผลดีจากวัคซีนที่ทยอยออกมาให้สามารถใช้ในประเทศต่างๆ ทั้ง วัคซีน “BNT162b2” ที่พัฒนาโดย ไฟเซอร์-BioNTech วัคซีน “mRNA-1273” ที่พัฒนาโดย โมเดอร์นา และ วัคซีน “AZD1222” ที่พัฒนาโดยแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าร้อยละ ๙๐ ทั้งสิ้น และการพัฒนาอื่นๆ ของประเทศต่างๆ ก็ดำเนินการเรื่องวัคซีนกันอย่างต่อเนื่อง ในปี ๒๕๖๔ นี้จึงเป็นปีของการผลิตวัคซีนโควิด-๑๙ อย่างเต็มรูปแบบ การทุ่มเงินของรัฐบาลต่างๆ เพื่อการฉีดวัคซีนให้คนในประเทศอย่างเต็มที่และเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนทั่วโลกรอคอยอย่างมาก

พัฒนาวัคซีนโควิด-19 วอนรัฐช่วย “สัญชาติไทย” หมอธียันผลแต่ไร้โรงงานสกัด

แต่อย่างไรก็ตามการผลิตและฉีดวัคซีนก็ต้องใช้เวลา ยิ่งการกระจายวัคซีนด้วยกลไกการตลาดและการเมืองร่วมด้วยในทั่วทุกประเทศของโลก ยิ่งส่งผลต่อการกระจายไปของการเข้าถึงวัคซีนของคนทั้งโลก ระยะเวลาของการติดเชื้อจึงยังคงมีอย่างต่อเนื่องแต่ปัจจัยที่จะส่งผลให้มีการลดการติดเชื้อนั้นเป็นจริงแน่ แต่จะลดด้วยอัตราเท่าใด และต้องใช้เวลาเท่าใดคงต้องศึกษาเพิ่มเติมในช่วง ๒-๓ เดือนแรกของปี ๒๕๖๔ นี้ แต่จากการคาดการณ์จะมีจำนวนการติดเชื้อเกิน ๑๐๐ ล้านคนไปอีกและส่งผลต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงสิ้นปี ๒๕๖๔ เลยทีเดียว

การกลายพันธุ์จึงมาประชันกับวัคซีนที่จะทำให้ส่งผลต่อจำนวนการติดเชื้อของผู้คนในโลกนี้จากโควิด-๑๙ ที่ทางสถาบันทิศทางไทยจะได้ทำการวิเคราะห์และนำเสนอให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรู้เท่าทันสถานการณ์ รับทราบ และมีความเข้าใจว่าสถานการณ์เหล่านี้จะส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงทุกคนในประเทศไทย