สนธิญาณ ย้ำชัด “ก้าวหน้า” แพ้ราบรอบนี้ แต่คะแนนหนุน “ไม่ใช่กระจอก”

0

เจาะลึกคะแนนเสียง 2.3 ล้าน นายกฯ อบจ.กลุ่มก้าวหน้า อย่าหลงระเริงว่าเข็มแข็ง ว่าแพ้ราบคาบ คะแนนหนุนไม่ธรรมดา

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นวันที่มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนายก อบจ.และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ ส.อบจ.ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจะได้เห็นผู้สมัครลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ต่างๆ มีภาพพร้อมคลิปออกมาให้เห็นทางโซเชียลฯ ซึ่งมีทั้งที่ประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งที่คนออกมาขับไล่ ให้ออกไปจากพื้นที่หาเสียงนั้น ๆ ซึ่งผลการเลือกตั้งนายกฯอบจ.ทั่วประเทศ คณะก้าวหน้าแพ้การเลือกตั้งทั้ง 42 จังหวัด

ต่อมาทางด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาแถลงหลังจากการเลือกตั้ง ขอโทษประชาชน หลังคณะก้าวหน้าไม่สามารถช่วงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.มาได้เลยสักจังหวัด จากที่ส่งลงสมัคร 42 คน แต่ยังได้สมาชิก อบจ. 55 ตำแหน่งจาก 18 จังหวัด ขอขอบคุณคะแนนกว่า 2.6 ล้านคะแนนที่เลือก สิ่งต่างๆ เหล่านี้ คือ ความภาคภูมิใจของพวกเรา ยืนยัน หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งใหญ่เมื่อ มี.ค.2562 ที่ผ่านมา ผลคะแนนพรรคไม่ได้ตกต่ำลงเลย เรายังรักษาฐานคะแนนเสียงของอดีตพรรคอนาคตใหม่ไว้ได้ถึง 17% เลยทีเดียว

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 ธันวาคม 2563) นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ได้เจาะคะแนนเสียง 2.3 ล้าน ของคณะก้าวหน้า โดยกล่าวในรายการสนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริงว่า

ความพ่ายแพ้ของกลุ่มก้าวหน้า

ในการเลือกตั้งนายกฯอบจ.ทั้ง 42 จังหวัด ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จในการร่วมมือร่วมใจของคนไทยในการต่อสู้กับทอน บุด ช่อ ในนามกลุ่มก้าวหน้า ที่จะลงไปยึดฐานการบริหารส่วนท้องถิ่น คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือ อบจ. เป็นผลทำให้กลุ่มก้าวหน้าแพ้ไม่เป็นท่าทั้ง 42 จังหวัด

แผนของกลุ่มก้าวหน้าของ ทอน บุด ช่อ ในการลงไปเลือกตั้งส่วนท้องถิ่น แผนแรกคือการใช้ช่วงเวลาที่ กกต.เปิดให้หาเสียงเดินสายพบปะประชาชน ยกระดับความคิดต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ในนามปฏิรูปสถาบันได้อย่างเปิดเผยไม่ต้องแอบๆซ่อนๆ แต่ก็ยังถูกสกัดกั้นด้วยประชาชนผู้จงรักภักดีที่ออกมาต่อต้านทุกแห่งหน จะกลายเป็นกระแสหลักทำให้เดินตามแผนไม่สะดวก

แผนที่สองคือ ถ้าชนะการเลือกตั้งนายกฯอบจ.ได้ ก็เท่ากับสามารถยึดฐานหลักการบริหารส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดหรือเท่ากับเป็นรัฐบาลท้องถิ่น แม้จะต้องอาศัยงบประมาณของส่วนกลาง แต่ก็มีงบประมาณตัวเองที่สามารถเชื่อมโยงกับประชาชนและขยายแนวคิดปฏิรูปสถาบันได้

แผนสามคือ แม้จะแพ้เลือกตั้งนายกฯ อบจ. ทั้งหมด 42 จังหวัด แต่สิ่งที่ต้องเรียนรู้ก็คือ ฐานคะแนน ที่เขาได้รับคงามไว้วางใจจากประชาชน ดูแล้ว ผู้คนมองตัวเลข เห็นความพ่ายแพ้ของกลุ่มก้าวหน้า แต่ต้องมาดูตัวเลขในการเลือกตั้งนายกฯอบจ.ในครั้งนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 64 ล้านคน ซึ่งกลุ่มก้าวหน้ากวาดคะแนนมาได้ถึง 2,373,428 คะแนน คิดเป็น 5% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แม้จะแพ้ในการเลือกตั้งนายกฯอบจ.ในทุกจังหวัด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ใน 42 จังหวัดของพรรคอนาคตใหม่มาเปรียบเทียบ ซึ่งได้คะแนน 3,197,965 ลดลงถึง 724,533 คะแนน หรือ 23% แต่ถ้าดูตัวเลขแล้วความนิยมของทอน บุด ช่อ ลดลง แต่ตารางตัวเลขที่เอาเปรียบเทียบให้ดู จะยิ่งเห็นชัดว่า ในคะแนนที่ลดลง เรามาดูจังหวัดในภาคอีสาน กลุ่มก้าวหน้าส่งไป 13 จังหวัด ใน 13 จังหวัด ตอนเลือกตั้งอนาคตใหม่ได้ 994,876 เลือกตั้งนายกอบจ.ครั้งนี้ ได้ 965,997 คะแนน ลดลงเพียงแค่ 28,879 คะแนน ดูในระดับจังหวัดในภาคอีสาน กลุ่มก้าวหน้าได้คะแนนมากกว่าตอนเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ถึง 5 จังหวัด คือ นครราชสีมา อุดรธานี สกลนคร หนองคาย นครพนม ซึ่งนครราชสีมา เป็นฐานใหญ่ของพลังประชารัฐและภูมิใจไทย ส่วนอุดรธานี แพ้วิเชียร ขาวขำ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คะแนนที่เพิ่มขึ้นนี่ในการเลือกตั้งสส. ครั้งต่อไปของพรรคก้าวไกล ต้องจับตา ฐานของพรรคเพื่อไทยถูกเขย่าแน่ อีสานของเพื่อไทยถดถอย เพื่อไทยครั้งนี้ได้เพียง 3 จังหวัด

กลับมาย้ำของกลุ่มก้าวหน้า แม้จะไม่ได้แต่ดูคะแนนแล้วต้องถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในภาคกลางมีนัยยะว่าลดลงถึง 371,318 คะแนน ครั้งก่อนได้ 992,852 คะแนน ครั้งนี้ได้ 621,534 คะแนน แต่อยุธยา นำมาเลยได้ 90,000 ราชบุรี นครสวรรค์ ชนะไม่เท่าไหร่ แต่อ่างทองทะลุมา 45,637 ราชบุรีขนาดว่า เอ๋ ปารีณา สู้อย่างเต็มที่ก็ยังเห็นว่าเติบโตขึ้นของกลุ่ม ทอน บุด ช่อ ภาคกลางที่ลดไป 300,000 คะแนน ไปลดหนักที่นนทบุรี จากแต่เดิมได้ 160,000 ครั้งนี้ได้ 100,000 คะแนน นครปฐมจาก 160,000 ก็ลดลงเหลือ 74,000 สมุทรปราการจาก 180,000 เหลือ 74,000 สำหรับภาคเหนือ ครั้งที่แล้วได้ 488,655 ครั้งนี้ได้ 267,088 ลดฮวบเกือบครึ่ง 201,567 คะแนน ซึ่งจ.พะเยาที่ตอนแรกคาดว่า กลุ่มก้าวหน้าจะได้ แต่ปรากฎว่า พ่ายแพ้ แต่คะแนนก็เพิ่มขึ้นถึง 20,000 คะแนน กำแพงเพชร ก็เพิ่มอีก 20,000 คะแนน ที่แพ้ก็คือ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สำหรับภาคใต้ ไม่ต้องพูดถึง เจ๊ง ตัวเลขที่นำมาเสนอจะบอกว่า ประมาทธนาธรไม่ได้ ทอน บุด ช่อ ไม่ได้คิดบนฐานของการเลือกตั้ง การเคลื่อนไหวของมวลชนทั้งสิ้นทั้งปวง สนับสนุนม็อบ แม้จะไม่ได้ออกตัวอย่างชัดเจน ทำให้เป็นประเด็น เป็นปัญหาขึ้นมาเพราะต้องการคุ้มครองในทางกฎหมายต้องการลดความเสี่ยงในทางกฎหมาย

หลังการพ่ายแพ้ของธนาธร แถลงว่า ปี 2564 เขาจะเดินหน้าเรื่องเทศบาลกับอบต.ต่อไป ไม่หยุดอยู่แค่นี้ คำว่าไม่หยุดในถ้อยแถลงของธนาธรเป็นประเด็นชัดเจนและเอาถ้อยแถลงของเขามาเปรียบเทียบ จะได้เห็นชัดๆว่า คาวมคิดของธนาธร เป็นไปตามแผนที่เปิดมาตั้งแต่ต้นหรือไม่ ธนาธรแถลงว่า

พวกเราไม่ได้ตั้งใจทำงานในระดับท้องถิ่นอย่างเดียว เราจะเดินหน้าขับเคลื่อนในสิ่งที่เราทำมาสมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ต่อไป นั่นคือการรณรงค์ปักธงทางความคิดการเมืองที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระบวนการและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ว่าจะเป็นต่อสถานการณ์การเมือง ปฏิรูปกองทัพ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เราจะยังรณรงค์เรื่องต่างๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง นั่นคือ แนวทางการทำงานของเราในปี 2564

ชัดเจนว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนมวลชนเท่านั้น ดังนั้น ขอเรียนไปถึงฝ่ายความมั่นคง อย่าชะล่าใจ อยากจะกราบเรียนไปถึงลุงตู่ต้องตักเตือนอย่างให้พรรคร่วมรัฐบาลหลงระเริงว่ารัฐบาลเข้มแข็ง ธนาธรแผ่วลงแล้ว ม็อบก็แผ่วแล้ว โครงการใหญ่ๆที่ถูกจับตาว่าทุจริตหรือไม่ ทอน บุด ช่อ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยก็จ้องตาเป็นมันอยู่ ดังนั้น จะต้องอย่าให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น เพราะถ้าเกิดขึ้นแล้ว ก็เหมือนคติโบราณที่ว่า สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน อย่าเพิ่งไปสรุปว่า ฝ่ายค้านอ่อนปวกเปียกในแง่ของการเลือกตั้งแต่ในแง่ของสงครามประชาชนแล้ว 2,373,428 ของธนาธรไม่ธรรมดา เพราะประชาชนรู้อยู่แล้วว่าธนาธรไม่รักสถาบัน แต่ยังตัดสินใจเลือกธนาธร ประมาทไม่ได้