อ.สุวินัย ชี้ ธนาธรพ่ายเลือกตั้ง บทสรุปชัดเจน การล่มสลายของ “นิยายหรือเรื่องเล่าล้มเจ้า”

0

จากกรณีวันที่ 20 ธ.ค. มีการ “เลือกตั้ง อบจ.” เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) 76 จังหวัด ทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ ที่ 20 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา

โดย ทางคณะก้าวหน้า ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) จำนวน 42 จังหวัด แต่หลังเลือกตั้งปรากฏว่าทางผู้ลงสมัครในนามคณะก้าวหน้านั้น ไม่มีใครที่ชนะเลือกตั้งและได้ตำแหน่งเลยสักคน

ต่อมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้มีการแถลงสรุปผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ผ่านทางเฟซบุ๊ก กล่าวว่า ใน 42 จังหวัดที่คณะก้าวหน้าส่งผู้สมัครแข่งขันนั้นแต่เราไม่สามารถช่วงชิงตำแหน่งนายกอบจ.มาได้แม้แต่จังหวัดเดียว โดยมีปัจจัยมาจากการทำงานของเราที่ยังไม่หนักพอ ขอโทษประชาชนที่สนับสนุนพวกเราในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าตำแหน่งนายกอบจ.จะไม่ได้มา แต่ก็ไม่ได้หมายความเราไม่ได้ประสบความสำเร็จเลย โดยเราได้รับคะแนนทั้งหมดประมาณ 2,670,798 คะแนน ขอขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้เรา

เราได้สมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) จำนวน 55 คนจาก 18 จังหวัด และได้มีส่วนร่วมผลักดันให้สังคมได้รับรู้ถึงความสำคัญถึงการทำหน้าที่ของท้องถิ่น ทั้งนี้ ผลคะแนนการเลือกตั้งนายกอบจ.ใน 42 จังหวัดของคณะก้าวหน้าเมื่อนำมาเทียบกับคะแนนเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่ใน 42 จังหวัด เมื่อปี 2562 ถือว่าไม่ได้ลดลง

เราขอโทษที่ไม่สามารถเข้าไปเป็นนายกอบจ.ได้แต่เราได้แสดงให้เห็นถึงการสร้างการเมืองแบบใหม่แล้ว ดังนั้น ทุกคะแนนที่เราได้มาจึงเป็นคะแนนที่บริสุทธิ์ เราภาคภูมิใจในการทำงานหลายเดือนที่ผ่านมาท่ามกลางอุปสรรคมากมาย

ล่าสุด ดร.สุวินัย ภรณวลัย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไม่ว่าธนาธรจะแถแก้ตัวอย่างไร สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ถ้าพิจารณาจากมุมมองของ “การเมืองแห่งเรื่องเล่า” ก็คือ การพ่ายแพ้การเลือกตั้งนายก อบจ. อย่างถล่มทลายของ กลุ่มธนาธร มันบ่งชี้ถึง การล่มสลายของ “นิยายหรือเรื่องเล่าล้มเจ้า” (วาทกรรมล้มเจ้า) ที่เครือข่ายพวกธนาธรได้เพียรบ่มเพาะสร้างมากว่าสิบปี

จนกระทั่งกลายเป็นม็อบคณะราษฎร 2563 ที่เป็น Mass Action หรือการลุกฮือขึ้นมาเคลื่อนไหวบนท้องถนน เพื่อเรียกร้องการ “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” (=ลดพระราชอำนาจ) และการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐ

ไม่ว่าธนาธรและพวกจะยืนยันปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้อยู่เบื้องหลังม็อบคณะราษฎรแค่ไหน…. แต่ถ้าพิจารณาจากวาทกรรมหรือเรื่องเล่าแล้ว มันคือวาทกรรมล้มเจ้า หรือเรื่องเล่า(นิยาย)ล้มเจ้าชุดเดียวกันอย่างชัดเจน … เพราะทั้งหมดล้วนอยู่ในขบวนการเดียวกัน และใช้วาทกรรม (เรื่องเล่า) ชุดเดียวกันในการสร้างขุมกำลังขึ้นมาเพื่อท้าทายอำนาจรัฐ และมุ่งพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินให้จงได้

ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ากลุ่มธนาธรประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในการสร้างเรื่องเล่าที่เป็น “นิยายหลอกเด็ก” (เพื่อล่มเจ้า) ในหมู่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์

แต่พอกลุ่มธนาธรออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในโลกจริงเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ … จุดอ่อนแบบ “คบเด็กสร้างบ้าน”ของกลุ่มธนาธรก็ปรากฏให้เห็น เริ่มจากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรค จนมาถึงการพ่ายแพ้เลือกตั้งนายกอบจ.อย่างถล่มทลาย … เพราะไปหาเสียงที่ไหนก็ถูกประชาชนออกมาขับไล่ด้วยเพลง “หนักแผ่นดิน”

แม้แต่ม็อบเด็กอย่างม็อบคณะราษฎรก็เป็นการนำม็อบที่สูญเสียมวลชนและแนวร่วมอย่างรวดเร็วมาก แบบทำตัวเองล้วน ๆ

หากมองในเชิงขบวนการ ยอมรับตามตรงเถิดว่า “ขบวนการธนาธร” เริ่มเข้าสู่ขาลงเต็มตัวแล้ว และยากเหลือเกินที่จะฟื้นฟูพลวัตกลับคืนมาสู่จุดพีคหรือช่วงพีคเหมือนปีแรก ๆ ที่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้อีกในช่วงสิบปีต่อจากนี้ หรืออาจตลอดไปด้วยซ้ำ สุวินัย ภรณวลัย