สนธิญาณ แฉ ม็อบปลดแอก ต้องการ “สาธารณรัฐ” พุ่งเป้าโค่นล้มสถาบัน!?!

0

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก โพสต์ภาพโลโก้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคอมมิวนิสต์ พร้อมข้อความประกาศเปิดตัว RT MOVEMENT ทีมข้อเดียวมูฟเมนท์ ประกาศชูแนวคิดสาธารณรัฐ

ถือเป็นการเปิดหน้าเปิดตัวอย่างชัดเจนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีความต้องการระบอบสาธารณรัฐ มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่เกินขอบเขตไปแล้ว ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ล่าสุดทางด้านนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ได้พูดถึงกรณีที่ม็อบปลดแอก ได้มีการเปิดตัวโลโก้ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคอมมิวนิสต์ ในรายการ สนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริง โดยกล่าวว่า ม็อบคณะราษฎรในขณะนี้ที่ก่อนหน้านี้อยากจะโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้ข้ออ้างการปฏิรูปสถาบัน ตอนนี้ก็ยกระดับขึ้นมาต่อสู้เพื่อสาธารณรัฐ ซึ่งหนักหน่วงกว่าเดิม ก่อนหน้าแม้อยากจะโค่นล้มแต่ก็ยังอ้างว่าปฏิรูป แต่พอชูสาธารณรัฐขึ้นมา มันหมายว่า ยังไงก็ต้องโค่นล้ม ประเทศที่ปกครองด้วยระบบสาธารณรัฐต้องมีประธานาธิบดีเป็นประมุข หากมีระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขก็จะเป็นรูปแบบของราชอาณาจักร ซึ่งอยู่ๆม็อบก็มีการชูกระแสคอมมิวนิสต์ค้อนเคียวขึ้นมา ที่สำคัญที่สุดคือฝ่ายความมั่นคงอย่าหลงว่า ม็อบฝ่อลงแล้ว ผู้คนบนท้องถนนที่ออกมาชุมนุมน้อยลง เป็นความเข้าใจที่ผิดและคลาดเคลื่อนเป็นอย่างยิ่ง

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

เราต้องมาทบทวนก่อนว่า ม็อบเปิดเกมส์โดยใคร ซึ่งแน่นอนว่าเปิดเกมส์โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในวันที่ 14 ธันวาคม 2562 ที่สกายวอล์ค การเปิดเกมส์ของธนาธรในวันนั้นมีคนมาร่วมชุมนุมไม่กี่ร้อยคน โดยอาศัยช่วงเวลาของกาารเลิกคอนเสิร์ต ใช้กลยุทธ์ในการเคลื่อนไหว ประเด็นในวันนั้นที่บอกให้จับตาคือ วันนั้นมีนักศึกษาไปยื่นข้อความที่โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยใช้วิธีการเลี่ยงไปถ่ายรูปให้ตัดผ่านทับพระบรมฉายาลักษณ์ นั่นเป็นครั้งแรกที่เปิดประเด็น มาถึงวันนี้ครบ 1 ปี ลองทบทวนดูว่าจากที่ทำแบบหลบๆแอบๆ กลายเป็นวันนี้ถึงขั้นเรียกร้องให้ประเทศกลายเป็นสาธารณรัฐ ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 ปี ถ้าบอกว่า ม็อบฝ่อ ถือว่าผิด การดู การศึกษาสงครามปฏิวัติประชาชนนั้น มันไม่สามารถดูการชุมนุมบนท้องถนนได้ เพราะการชุมนุมบนท้องถนนที่ไม่ใช่จุดแตกหัก ไม่ใช่วันแตกหัก ไม่ใช่วันที่ประกาศชัยชนะของสงครามประชาชน มันจะเป็นการชุมนุมทางยุทธวิธี สร้างกระแสไปเรื่อยๆ วันนี้การปฏิวัติประชาชนมันเปลี่ยนแปลงภายใต้โลกโซเชียล ข่าวสารที่หลั่งไหลทำให้เกิดตื่นตัว เพราะข่าวสารเหล่านั้น เป็นข่าวสารที่บิดเบือนและรับข้อมูลอยู่ฝ่ายเดียว จากวันที่ 14 ธันวาคม ก็มีการขานรับผ่านองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ชุมนุมแห่งละ 100 คน แต่การสร้างกระแสข่าวจาก 1 มหาวิทยาลัย กลายมาเป็น 10 มหาวิทยาลัย 20 มหาวิทยาลัย จาก 2-3 จังหวัดกลายเป็น 30-40 จังหวัด และมีการนัดชุมนุมใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่เจอสถานการณ์โควิด มีคนไปร่วม 2-3 พันคน เป็นนักศึกษาครึ่งหนึ่ง เป็นพวกเสื้อแดงตกค้างครึ่งหนึ่ง

ในสถานการณ์โควิดทำให้กระแสการชุมนุมถดถอยไปและพอมีโควิด รัฐบาลก็ประกาศภาวะฉุกเฉิน ถ้าเราสังเกตพวกนี้ก็ออกมาเรียกร้องให้ประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉิน เหตุผลเพราะต้องการเคลื่อนไหวชุมนุม พยายามเรียกร้องยกเลิกภาวะฉุกเฉินทั้งๆที่ประกาศมาเพื่อแก้ไขปัญหาโควิด เพราะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะอยู่แล้วในการที่จะเดิน และคิดว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินโดยรัฐบาลเพื่อรักษาโควิดเป็นการสกัดกั้นตัวเอง ท้ายสุดรัฐบาลทนไม่ไหวก็บอกว่า การประกาศนี้ไม่เกี่ยวกับการชุมนุม ใครจะชุมนุมก็ชุมนุมได้ แต่ต้องมาขออนุญาต ก็เลยกลายเป็นประเด็นขึ้นมา ต่อมาเยาวชนปลดแอกก็เปิดตัวขึ้นในัวนที่ 18 กรกฎาคม มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ นายกฯลาออก หยุดคุกคามประชาชน แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งมันเป็นข้อเรียกร้องที่ย้อนแย้งกันเอง แต่ก็สร้างกระแสมาได้ เพราะนักการเมืองกระโดดเข้าไปขานรับทันที หลังจากนั้นการเคลื่อนไหวคร้ังที่ 2 ก็เริ่มขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม และเปลี่ยนชื่อมาเป็นประชาชนปลดแอก ยืนข้อเรียกร้อง 3 ข้อเดิม จนครั้งสำคัญในวันที่ 3 สิงหาคม อานนท์ นำภา ก็เปิดตัวขึ้นมาด้วยข้อเรียกร้องที่พุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า เชื่อมโยงกับธนาธร ซึ่งถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังม็อบมาโดยตลอดแต่ไม่กล้านำหน้า อานนท์ นำภา ก็เปิดตัวออกมามีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังผ่านประชามติ การแก้กฎหมาย ปี 2560 ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย พ.ร.ก. ย้ายบางส่วนกองทัพ เป็นของพระมหากษัตริย์ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่ง 4 ข้อเรียกร้องของอานนท์ พุ่งเป้าไปที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พุ่งเป้าไปที่งบประมาณเกี่ยวข้องกับสถาบัน เกี่ยวข้องกับการโอนย้ายกำลังพล

ต่อมาเมื่อธนาธรมาเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมธิการงบประมาณ ก็เอาเรื่องนี้ไปเปิดประเด็นโจมตี ขยายผล แม้แต่โครงการพระราชดำริของจังหวัดนครศรีธรรมราชป้องกันน้ำท่วม ซึ่งวันนี้กำลังเผยแพร่อยู่ในโลกโซเชียล ธนาธรก็เสนอตัดงบ โครงการปิดทองหลังพระ ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชน พี่น้องทางภาคเหนือ ภาคอีสานมากมายมหาศาลก็เสนอตัด เพราะอันไหนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือว่าเป็นสิ่งไม่ดีทั้งสิ้น แต่น้องก็มาทำมาหากิน ติดสินบน

กลับมาที่ม็อบต่อ หลังจากที่เปิดประเด็นที่ 3 สิงหาคมไปแล้ว ก็เป็นที่ฮือฮาเพราะตำรวจจะจับกุมตัว นักการเมืองแบบเจ๊หน่อย ก็ออกมาเคลื่อนไหว แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้น ในวันที่ 10 สิงหาคม ก็เปิดการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์รังสิต เปิดชื่อใหม่เป็นแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เปิดข้อเรียกร้องว่าจะปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 10 ข้อ ต่อมารุ้งก็มาเปิดเผยว่า 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ได้โพยมาจาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซึ่งชัดเจนว่า สมศักดิ์ เองได้ยืนยันกับดร.สุวินัย ประธานยุทธศาสตร์สถาบันทิศทางไทยว่า 10 ข้อเรียกร้องเป็นความคิดของตนเอง ซึ่งยืนยันว่า แกนนำม็อบไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว ไม่ได้ศึกษา ตอนที่รุ้งมาดีเบตกับอ.อานนท์ที่ไทยรัฐก็ยิ่งทำให้ชัดเจน หลังจากที่เคลื่อนไหวไปแบบนั้นแล้ว วันที่ 16 สิงหาคม ประชาชนปลดแอก ก็เก็บข้อเรียกร้อง 10 ข้อไว้ และกลับที่ 3 ข้อเดิม บอกว่า 10 ข้อเรียกร้องนี้เป็นหนึ่งความฝัน แต่ปรากฏว่าในการเคลื่อนไหวในวันที่ 19 กันยายน ต้องการไปยื่นหนังสือที่ทำเนีบองคมนตรี เป็นการชัดเจนว่าเดินหน้าสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ จนเข้าสู่เดือนตุลาคม ในวันที่ 8 ตุลาคม ก็จัดการแถลงเปลี่ยนชื่อเป็นคณะราษฎร และนัดการชุมนุมเคลื่อนไหวในวันที่ 14 ตุลาคม สิ่งที่ทำคือ ขัดขวางและล้อมขบวนเสด็จของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทำให้รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินขนาดร้ายแรงเข้าควบคุม หลังจากนั้น เปิดการชุมนุมที่ราชประสงค์ ตำรวจฉีดน้ำ ฉีดแบบโค้ง ฉีดใส่สี กลายเป็นเหมือนยิ่งสร้างความรุนแรง เคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง ต่อเนื่องมาจนมาถึง 17 พฤศจิกายน ที่หน้ารัฐสภาและ 25 พฤศจิกายน ที่หน้า SCB สำนักงานใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ชี้เป้าไปที่สำนักงานทรัพย์สินฯ แต่เห็นตำรวจตั้งรับอย่างดีก็เลยต้องถอย ที่หยิบยกทั้งสองเหตุการณ์มาพูด ก็เพราะม็อบได้ยกระดับอย่างชัดเจน มีการจัดตั้งการ์ด มีการประกาศชื่อการ์ดข้นมา 10 กลุ่ม ซึ่งก็เกิดการยิงกันเองบ้าง ตีกันเองบ้าง แต่สาระสำคัญที่หลังจากนั้นที่มีการชุมนุมย่อยห้าแยกลาดพร้าว ปรากฏว่าการ์ดที่เป็นชายชุดดำที่เคยเคลื่อนไหวเมื่อปี 53 เข้ามามีส่วนร่วม เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราจะเห็นแนวโน้มของความรุนแรง ระหว่างนั้นก็มีการกระทบกระทั่งกัน ระหว่างการ์ดกับท่อน้ำเลี้ยง อยู่ๆเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมนี้ เยาวชนปลดแอกโดยผ่านเฟซบุ๊กประกาศเรื่องสาธารณรัฐขึ้นมา โพสต์เนื้อหาว่า “รัฐที่มหาชนเป็นใหญ่” สาธารณรัฐ เป็นรูปแบบการปกครองที่แพร่หลายทั่วโลก เน้นการกระจายอำนาจการปกครอง ผู้ปกครองต้องมาจากการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม มิใช่ตกทอดทางสายเลือด ไม่มีเลือดสีน้ำเงิน ไม่มีเลือดสีอื่นใด มีเพียง “สีแดง” 

ชัดเจน สาธารณรัฐประชาชน เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าหมายถึง ประเทศที่มีประธานาธบดีเป็นประมุข ชัดเจนว่า เยาวชนปลดแอกเปิดหน้ามาแบบนี้ได้รับการขยายจากกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เอาไปขยายกันต่อ คำว่าขยายกันต่อ ลำดับให้เห็นภาพก็คือ ไปสร้างกระแสต่อเนื่อง เพจฟื้นฟูประชาธิปไตยซึ่งมี นายกรกช แสงเย็นพันธ์ หรือ ปอ และ ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำสมัยที่เป็นกลุ่มอยากเลือกตั้งพวกนี้ร่วมกับ นายรังสิมันต์ โรม ก็ไปโพสต์ว่า เวลานี้รัฐไทย RE อะไรดี? โปรดติดตามเร็ว ๆ นี้ #ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

เพราะไปสัมพันธ์กับเพจเยาวชนปลดแอกที่พูดเรื่องสาธารณรัฐขึ้นมา ไม่จบเพียงเท่านั้น ในวันที่ 7 ธันวาคม อยู่ ๆ เพจเยาชนปลดแอก ก็โพสต์ประเด็นที่ทำเอาตื่นตะลึง ในหมู่นักเคลื่อนไหว ในหมู่คนที่ศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาขบวนการปฏิวัติประชาชน โดยโพสต์ว่า ประกาศเปิดตัว RT MOVEMENT – ทีมข้อเดียวมูฟเมนท์ นี่คือ MOVEMENT ครั้งใหม่ที่จะไม่มีอะไรเหมือนเดิม ปลุกสำนึกทางชนชั้นของเหล่าแรงงานผู้ถูกกดขี่ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน พนักงานออฟฟิศ แม่บ้าน รปภ. นอกเครื่องแบบ ชาวนา ข้าราชการ “เราทุกคนล้วนเป็นแรงงานผู้ถูกกดขี่”

RT MOVEMENT นี้ ไม่มีแกนนำ ไม่ตั้งเวที ไม่มีการ์ด ไม่มีรถห้องน้ำ ไม่มีการเจรจา ไม่มีการต่อรอง! มาร่วม RESTART THAILAND เพื่อสร้างสังคมที่ “คนเท่ากัน” โปรดรอติดตามช่องทางที่จะใช้เพื่อทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ #RT #ทีมข้อเดียว

ตัว RT ที่เปิดมาว่า RT MOVEMENT นั้น สัญลักษณ์มันเป็นค้อนเคียว เท่านั้นแหละ เรียกว่างงกันไป กำลังเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ทำไมใช้สัญลักษณ์คอมมิวนิสต์ ย้อนแย้งไปหรือเปล่า นี่คือความสับสนที่มาเปิดตัวในนามเยาวชนปลดแอก แต่ทีนี้เยาวชนปลดแอกนั้นไม่ได้เปิด RT MOVEMENT ขึ้นมาเอง คนที่เปิดขึ้นมานั้นก็คือเพจที่ชื่อว่า TUMS Thammasat University Marxism Studies ที่โพสต์ว่า เพราะเรามีศัตรูร่วมกัน คงจะเป็นการยากหากเราจะสู้กับผู้มีอำนาจโดยที่เราไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อสู้กับเขาได้ โดยได้บรรยายการถูดขูดรีด

โดยสาระสำคัญอยู่ที่ว่า เขาใช้รายละเอียดที่สวนทางกับฝ่ายที่เป็นสาธารณรัฐ เพราะเขาจะบรรยายว่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแรงงาน เกษตรกร ผู้หญิง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ นักเรียนนักศึกษา นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม คนจน ชนกลุ่มน้อย และอื่น ๆ มีข้อเรียกร้อง ประสบการณ์การกดขี่และวิธีการต่อสู้เรียกร้องที่แตกต่างกัน ผู้คนกลุ่มเหล่านี้อาจแยกกระจัดกระจายหรือมีปากเสียงกัน เนื่องจากคนอีกกลุ่มมองว่าปัญหาของคนอีกกลุ่มเป็นเรื่องรองและไม่จำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไขในปัจจุบัน หรือการต่อสู้รูปแบบหนึ่งนั้นอ่อนหัดกว่าการต่อสู้อีกรูปแบบ นำไปสู่ปัญหาของความเห็นที่ขัดแย้งกันทางการเมืองของผู้ถูกกดขี่เอง

เขาก็บอกว่า เราจะต้องเข้าใจ และไปยกนักปราชญ์ ที่ชื่อ ตาล มูฟ(Chantal mouffe) ขึ้นมา ซึ่งเป็นนักทฤษฎีการเมืองสังคมนิยมชาวเบลเยี่ยมเสนอแนวคิด บอกว่า “ประชานิยมฝ่ายซ้าย” คือการนิยามความเป็น “พวกเรา” ผ่านการมีศัตรูร่วมกัน โดยชี้ให้เห็นว่า ”ราก” ของปัญหาที่แต่ละคนแต่ละกลุ่มความสนใจเผชิญ มิได้ลอยอยู่โดดเดี่ยวแยกขาดจากกันอย่างที่เคยเข้าใจ หากแต่เมื่อ “สืบรากเหง้า” ของแต่ละปัญหาลงไปลึกแล้ว ล้วนมีที่มาจาก “ระบบเศรษฐกิจการเมือง” ที่เสมือนรากแก้วของต้นไม้ใหญ่ ที่แตกกอเป็นรากฝอยย่อย ๆ ซึ่งการตามแก้รากฝอยทีละจุด ไม่อาจทำให้ “ปัญหาหลัก” อันเป็นจุดร่วมและจุดเริ่มของปัญหาหายไปได้

ก็เขาเสนอว่า ต้องทำการปลดแอก ซึ่งการปลดแอกก็ต้องสร้างรัฐเป็นแนวคิดที่ต้องต่อสู้กับเสรีนิยมใหม่ ที่ทำให้คนกลายเป็นสินค้า เราไม่สามารถที่จะหนีออกจากระบบนี้ได้ พูดไปพูดมาที่บอกว่าจะต้องมีศัตรูร่วมกันยิ่งมั่วไปกันใหญ่ เพราะว่าระหว่างความคิดของสาธารณรัฐกับคอมมิวนิสต์หรือสังคมนิยมมันคนละทางกัน ซึ่งเพจนี้เปิดขึ้นมาเมื่อ 21 เม.ย. นี้เอง มีคนติดตาม 7000-8000 คน สิ่งที่จะเรียนว่าพวกนี้มั่ว มั่วมาก มั่วที่สุด เพราะคนพวกนี้กำลังเอาแนวคิด สองอุดมการณ์มาตีกันเอง

มาตีกันเอง ขอยกตัวอย่าง เอาประเทศจีน ประเทศจีนมีการปกครองโดยพระมหากษัตริย์ มีองค์จักพรรดิ หรือที่เรียกว่าระบบศักดินา วันดีคืนดีมีการโค่นล้มระบบศักดินาลง ใช้ระบบสาธารณรัฐ ประเทศก็ชื่อสาธารณรัฐจีน ในระหว่างนั้นก็ยังมีกลุ่มหนึ่งที่บอกว่าพวกสาธารณรัฐรับใช้ทุน รับใช้พวกต่างชาติ พวกนั้นก็คือ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ก็ต่อสู้กันเอง

ประเทศจีนก็เปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน จากสาธารณรัฐจีน ชื่อทั้งสองอย่างบ่งบอกให้เห็นถึงความแตกต่างของการปกครองว่า ถ้าสาธารณรัฐเฉย ๆ พวกนี้ก็อยู่ในประเทศเสรีนิยมประชาธิปไตย ถ้ามีสาธารณรัฐประชาชน สาธารณรัฐสังคมนิยม พวกนี้ก็แสดงเป็นคอมมิวนิสต์ เกาหลีนี่ยิ่งชัดเจนว่า เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี นี่หมายถึงเกาหลีเหนือ แต่เกาหลีใต้เรียกตัวเองว่า สาธารณรัฐเกาหลีที่1 วันนี้สาธารณรัฐต่อสาธารณรัฐก็จะยิงกันตายอยู่ มันต่างกันนิดเดียว แต่เนื้อหาแตกต่างกันมาก ระบบสาธารณรัฐในเสรีนิยม หมายถึงว่า การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเสรี ในทางเศรษฐกินมือใครยาวสาวได้สาวเอา ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ที่ม็อบเด็กเวรไม่เคยศึกษา

อยู่ ๆ มีกลุ่มนี้ขึ้นมา TUMS มาทางซ้าย มาทางซ้ายนี่อีกแบบนึงทางการเมืองไม่ได้เลือกตั้งเสรี แบบนี้จะเรียกว่ามีพรรคการเมืองพรรคเดียว เลือกตั้งกันในพรรค เฉพาะสมาชิกในพรรค ระบบเศรษฐกิจรัฐยังมีความแข็งแรงในการเข้าควบคุมดูแล ที่ผมบอกว่าไม่เชื่อประชาธิปไตย ผมไม่เชื่อประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม ไม่เชื่อประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งกันเต็มที่ แต่น่าสนใจเรื่องพรรคการเมืองพรรคเดียว ระบบเศรษฐกิจที่รัฐต้องเข้าไปดูแลบ้าง มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

เด็กมันไม่ได้ศึกษา วันนี้พูดกันเรื่องราชประชาสมาสัย มันก็เป็นแนวคิดอีกแบบนึงที่ให้ประชาชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ดดูแลเศรษฐกิจที่ไม่ใช่มือใครยาวสาวได้สาวเอา ก็เป็นความคิดอีกแบบนึง ก็เป็นข้อสรุปว่าพวกนี้ที่ผ่านมานั้นมั่ว ๆๆๆ รุ้ง เพนกวิน ไมค์ อานนท์ ไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง จะเอาความหวังไปฝากไว้ได้อย่างไร จะพาประเทศเสียหาย