สนธิญาณ ลากไส้ แฉพฤติกรรมเลวร้าย ธนาธร ถอดแบบ ทักษิณ นำพาประเทศลงเหว!?!

0

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ได้พูดถึงเรื่องของทักษิณ ชินวัตรและธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สองผู้นำ ในรายการสนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริง ของสถาบันทิศทางไทย

โดยกล่าวว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ม็อบกำลังฝ่อลง เป็นการฝ่อลงในทางธรรมชาติ กระบวนการทางความคิดยังรุกและทำงานอย่างต่อเนื่องในเชิงของการขยายข้อมูลผิดบิดเบือนไปให้ถึงประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ กระบวนการนี้ที่เราดูเหมือนว่าม็อบพ่ายแพ้ไปในทางกายภาพ ม็อบจบไปแล้ว จริงๆไม่มีทางจบ ถ้ารัฐไม่ทำความเข้าใจว่า การทำงานทางความคิดกระบวนการทางความคิดนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าเรื่องทางกายภาพ เวลามันเกิดเหตุขึ้นมันมีการสะสมมาแต่อดีตทั้งสิ้น ถ้าย้อนไปดูว่าม็อบวันนี้ รียกตัวเองว่าคณะราษฎรหรือคณะเรี่ยราด มันมีวิวัฒนาการมาจากม็อบคนเสื้อแดง และม็อบเสื้อแดงก็มีวิวัฒนาการมาจากพวกที่มีความคิดตกค้างที่ยึดโยงกับอดีต ไม่มองความจริงทีเปลี่ยนแปลงไปในทุกขณะและสภาพการของสังคมที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

ม็อบคนเสื้อแดงตอนเริ่มต้นขึ้น ก็แบบเดียวกัน มันเชื่อมโยงมากจากคนที่เคยมีความผิดตกค้างและเมื่อเจอกับประเด็นข้อเรียกร้องที่โดนใจ โดนความรู้สึกของประชาชน และที่สำคัญจะต้องมีท่อน้ำเลี่้ยง มีผู้ที่หนุนอยู่ข้างหลัง ม็อบคนเสื้อแดงที่เติบโตมาและถึงเวลาหนึ่งก็ล่มสลายไป แกนนำกระจายไป เกิดม็อบคณะราษฎรหรือม็อบเสื้อส้มที่ปลุกเร้าความคิดขึ้นมา มันมีความเชื่อมโยงกัน จะย้อนรอยให้ดูว่า ม็อบเสื้อแดงที่ลงตัวที่สุด พวกที่ตกค้างทางความคิด ได้ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ทำประชานิยมและผู้คนให้การยอมรับมาเป็นตัวชู ตัวจุดชนวน ทั้งๆที่ทักษิณ ชินวัตร กระโดดเข้ามาเล่นการเมือง แสวงหาประโยชน์ไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้น ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีแก้กฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ บริษัทที่ตัวเองร่ำรวยขึ้นมาจากขอสัมปทานรัฐ ก็มาแก้ระเบียบเพื่อที่ทำให้ขายสัมปทานนั้นให้กับต่างชาติได้ในราคาแพงๆ ท้ายที่สุดถูกศาลตัดสินพิพากษา ต้องหนีไปต่างประเทศ ม็อบคนเสื้อแดงก็ได้เริ่มต้นขึ้น เอาที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นทางการ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ครั้งแรกก็คือ ในวันที่ 11 ตุลาคม 2551 ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี และตามติดด้วยในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ประมาณ 40-50 วันหลังจากนั้น เป็นม็อบเต็มรูปแบบที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันนั้นทักษิณได้ออนไลน์ออกมาพูดอย่างชัดเจนว่า อยากกลับบ้าน และได้กล่าวถ้อยคำที่ไม่ควรจะกล่าวอย่างยิ่งว่า ตนเองจะกลับบ้านได้ถ้าไม่ใช่เพราะพระบารมีก็เป็นเพราะประชาชน คำว่าเพราะบารมีหรือประชาชนคืออย่างใดอย่างหนึ่ง มีนัยยะ และที่สุดก็นำพาไปสู่การชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในปี 2552 นั่นแน่นอนว่าทักษิณไม่หวังพึ่งพระบารมีเหมือนที่พูดเอาไว้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนแล้วกายน คนเสื้อแดงชุมนุมกันอาศัยกำลังของประชาชนเพื่อคาดหวังที่จะให้ทักษิณกลับบ้านโดยชูธงประชาธิปไตย สถานการณ์ตึงเครียดในปี 2552 วันที่ 30 มีนาคม ทักษิณประกาศว่า ถ้าเมื่อไหร่เสียงปืนแตก ทหารยิงประชาชน ผมจะนำพี่น้องเดินเข้ากรุงเทพทันที นี่คือทักษิณแสดงสภาวะการเป็นผู้นำ นี่คือการทบทวนให้เห็นภาพ และท้ายที่สุด ทักษิณประพฤติ ปฏิบัติอย่างนั้นหรือไม่ และพอมาถึงธนาธร แล้วจะให้ดูว่า พฤติกรรมของสองคนนี้ ไม่มีความแตกต่างกัน

คำประกาศของทักษิณที่บอกว่า เสียงปืนแตกแล้วจะนำพี่น้องประชาชน พอฟังได้เมื่อปี 2552 มันไม่มีเสียงปืนแตก ม็อบเสื้อแดงก็สลายไป ชุมนุมใหม่ปี 2553 อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ประกาศให้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายมาช่วยฝ่ายประชาชน ม็อบปี 2553 ก็ยิงกันสะบั้นหั่นแหลก ต้องย้ำว่ายิงกันทั้งสองฝ่าย ทหาร ตำรวจ เป็นฝ่ายที่ถูกโจมตีเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในวันที่ 10 เมษายน ที่เต้นท์บัญชาการ พล.อ.ร่มเกล้าถูก M79 ยิงใส่ ไม่ได้อยู่ในที่ปะทะในพื้นที่การชุมนุมแต่อย่างใด ในปี 2553 เสียงปืนแตกแล้ว ทักษิณก็ไม่มา ผู้นำก็เป็นแบบนี้ ดีแต่พูดหลอกคนอื่น ให้มาตาย คิดว่าตัวเองมีเงิน แต่ผู้คนก็ยังหลงใหล ใฝ่ฝันเชื่อถือ ม็อบเสื้อแดงปี 2553 มีคนตาย ถูกสลายไปแต่ไม่เห็นแม้เงาทักษิณ ต่อมาปี 2554 ก็เป็นความอ่อนหัดของพรรคประชาธิปัตย์หรือผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้น คืออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาเลือกตั้งแพ้ ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เราก็เห็นธาตุแท้ของทักษิณเพิ่มเติมขึ้น วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 ยิ่งลักษณ์ ได้จัดงานรักเมืองไทยเดินหน้าประเทศไทยขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล งานวันนั้น ยิ่งใหญ่อลังการ ก็เพราะได้เชิญพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีมาเป็นประธานเปิดงาน โทรทัศน์ถ่ายทอดสดใหญ่ให้ประชาชนได้เห็นภาพ ถามว่า ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ วางแผนทำอะไร ความคาดหวังของสองพี่น้องและคนเสื้อแดง โดยเฉพาะทักษิณ ชินวัตรก็คือ การทอดไมตรีไปถึง พล.อ.เปรม

หลังจากจากทอดไมตรีแล้ว ปรากฎว่า งานวันนั้นมีปัญหา เพราะก่อนหน้านี้ทักษิณเคยพูดตลอดถึงผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายถึง พล.อ.เปรม บรรดาเครือข่ายคนเสื้อแดงโจมตีพล.อ.เปรมอย่างหนัก จนมีการปิดล้อมบ้านพล.อ.เปรม นำโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังติดคุกยังไม่ได้ออกมาจากคุกเลยในคดีนี้ แต่ความโมโหโกรธาของคนเสื้อแดงวันนั้น ไม่มีผลกับทักษิณ เพราะทักษิณออกมาพูดว่า พี่น้องนี่ทำมาเยอะแล้ว แต่เมื่อทำมาถึงจุดหนึ่ง ก็หมายความว่า เหมือนกับผมจะว่ายน้ำ ผมจะข้ามฝั่ง พี่น้องแจวเรือพาผมข้ามฝั่งมา ถึงฝั่งเรียบร้อยแล้ว ผมต้องเดินทางต่อขึ้นภูเขา พี่น้องจะแบกเรือมาขึ้นภูเขาทำไม ถึงเวลาที่ผมจะขอนั่งรถขึ้นเขา แต่ผมไม่เคยลืมคนที่ขับเรือมาส่งผม แล้วผมจะต้องหันกลับไปขอบคุณคนที่ขับเรือมาส่งผม เหตุการณ์มันเปลี่ยน พัฒนาการมันเปลี่ยน ก็หวังว่าพี่น้องคงจะเข้าใจว่าวันนี้เราได้ทำหน้าที่ของเรามาสุดทาง นี่แหละทักษิณ ชินวัตร
หลอกให้คนมาชุมนุม จ่ายเงิน จ่ายทอง จัดการสร้างกระบวนการไปให้ตำแหน่งทางการเมืองกับแกนนำ ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เพื่อให้ตัวเองกลับมา ถึงเวลาก็ไปเชิญคนที่ตัวเองเคยก่นด่ามาทอดไมตรี ทอดสะพาน เพื่อหวังให้ตัวเองได้กลับบ้าน

รูปธรรมคือ ในเดือนพฤษภาคม 2556 หลังจากนั้น พรรคเพื่อไทยก็ได้นำเสนอ พ.ร.บ. นิรโทษ สุดซอย มีการต่อสู้กันในพรรคเพื่อไทยว่าอย่าทำให้สุดซอย นิรโทษประชาชนก่อนได้ไหม คำว่าสุดซอยคือ ต้องเอาทักษิณกลับบ้านด้วย แต่ท้ายที่สุด ทักษิณไม่ยอม ก็ต้องเดินหน้าไป ปรากฏว่า กปปส. ออกมาชุมนุมคัดค้าน ผู้คนออกมาเป็นล้าน ต้องจบลงด้วยการรัฐประหาร จบลงด้วยการยึดอำนาจ นอกเหนือจากทักษิณที่หนีไปอยู่ต่างประเทศ น้องสาวก็เดินตามรอยไปอยู่ต่างประเทศในคดีแบบเดียวกันคือ ทุจริต คอรัปชั่น น้องสาวนี่หนักกว่า หนีไปแล้วก็หลอกให้เพื่อนร่วมพรรคอย่างบุญทรง และอีกหลายๆคนติดคุกไป นี่คือทักษิณ ชินวัตร หนีไปอยู่ต่างประเทศ จะคิดกลับมาหรือไม่ ไม่รู้ แต่ที่สำคัญภายใต้กระบวนการต่อสู้ทั้งหมดของคนเสื้อแดง ทักษิณได้มีความสัมพันธ์กับขบวนการล้มเจ้าท้ังเปิดเผยและปิดลับ ขบวนการล้มเจ้าก็คือขบวนการที่ตกค้างทางความคิดผ่านอาจารย์ต่างๆ ผ่านการจัดระเบียบ ระบบทางความคิด่างๆมา พวกนี้ใช้ทักษิณเป็นเครื่องมือ ทักษิณก็ใช้คนพวกนี้เป็นเครื่องมือด้วย ตัวเองจะได้กลับบ้าน แต่ไม่เคยเปิดหน้าอย่างชัดเจนว่า ตนเองต้องการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ จากทักษิณมาถึงธนาธร

เรามาดูว่าพฤติกรรมของสองคนนี้ คนที่จะประกาศตัวเป็นผู้นำ คนที่ประกาศตัวที่จะนำพาประชาชนว่ามีพฤติกรรมเช่นเดียวกันหรือไม่ เป็นความหวังของประชาชนได้จริงหรือไม่ ธนาธร เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ถูกปลูกฝังมาจากอาจารย์ชังเจ้า เป็นลูกเศรษฐีมีเงิน เมื่อ 17 ปีก่อน อายุเพียงแค่ 25 ปี ก็ให้เงินสนับสนุนเครือข่ายพรรคพวกเปิดนิตยสารฟ้าเดียวกัน ราย 3 เดือน ใช้บทความของนักวิชาการ เครือข่ายทำงานอยู่คนสองคน พอที่เงินเดือนจะเลี้ยงไปได้ แต่เนื้อหาที่ออกมาส่วนใหญ่ก็ทิ่มแทงสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่เหตุการณ์เมื่อ 17 ปีก่อน หลังจากนั้นเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนม็อบคนเสื้อแดงเบ่งบาน ธนาธรก็รู้สึกว่าตัวเองเสียสละเข้าไปเป็นมดงานร่วมประท้วงกับเครือข่ายคนเสื้อแดง จะมีความสัมพันธ์กับทักษิณ ชินวัตรหรือไม่ ไม่รู้ แต่นโยบายรถคันแรกของพรรคเพื่อไทย ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้ประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล จนต่อมาก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ก็เปิดตัวพรรคการพิมพ์หนังสือ portrait ธนาธรออกมา โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์กล่าวหาว่าสถาบันพระมหากษัตริย์คือ ปัญหาของประเทศ แต่ไม่กล้าพูดตรงๆ แต่ไปประเส้นประไว้ เพราะกลัวจะโดนมาตรา 112 ที่ดูคล้ายจะเป็นคนใจถึง เก่งกล้า แต่ว่า เอาเข้าจริงๆไม่ไดเรื่องไม่ได้ความ ดูตั้งแต่การลงสมัคร ส.ส. การตั้งพรรคอนาคตใหม่ คิดว่าตัวเองเป็นกรรมการของเครือมติชนอยู่ ตระกูลแม่ถือหุ้นมติชนอยู่ มติชนก็ยินดีอ้าแขนรับธนาธร และก็เดินไปในความคิดเดียวกัน พอจะเล่นการเมืองก็ขายหุ้นออก แต่ปรากฏว่ามีบริษัทที่ทำสื่อวีลัคมีเดียอยู่ หลงลืม พบหลักฐานไปทำย้อนหลัง ไปอาศัยนักกฏหมายดันทุรังเดินหน้า ผู้คนทั้งสังคมจับโกหกได้ ไม่ได้สนใจ ท้ายสุดก็โดนผลตามกฏหมาย

พรรคที่ตัวเองตั้งก็เช่นเดียวกัน จะเป็นเพราะขี้เหนียวหรือด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่รู้ให้เงินพรรคยืม เพราะต้องการเอาเงินคืน นี่คือเหตุผลถ้าขี้เหนียว แต่คิดว่าเหตุผนี้น่าจะเป็นเหตุผลหลัก แต่ปรากฏว่า กฏหมายพรรคการเมืองมันห้ามครอบงำและการครอบงำโดยการให้เงินทองคือการครอบงำที่ดีที่สุด ท้ายสุดก็นำพาไปสู่การยุบพรรค และเป็นประเด็นให้ธนาธรออกมาเปิดแฟลชม็อบเป็นครั้งแรกที่น่าสกายวอล์ค เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 ตอนนี้เดินทางมาจะครง 1 ปีแล้ว ธนาธรบรรลุเป้า เด็กๆดาหน้าออกมาชุมนุมอย่างเต็มที่ ต่อสู้ตามแนวคิดของธนาธรและพรรคพวก พรรคอนาคตใหม่ที่เปลี่ยนมาเป็นก้าวไกล จุดประเด็น แตรธนาธรก็ไม่เคยออกหน้าไปสู้เอง แอบๆอยู่ข้างหลัง วันดีคืนดีก็โผล่ไป แต่พอโดนจับก็นำเสนอข้อเรียกร้อง ว่า แม้แต่ข้อเรียกร้องที่ง่ายที่สุด ก็ขอให้หยุดคุกคามประชาชน ตัวสร้างประเด็นการหยุดคุกคามประชาชน เปิดวาทกรรมอันสำคัญคือ สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส ว่า ถ้าเราไม่ลุกขึ้นสู้ในวันนี้ ถ้าไม่ออกมายืนยันปกป้องเสรีภาพของพวกเราเองตั้งแต่วันนี้ วันพรุ่งนี้เราจะไม่เหลืออะไร คนรุ่นคุณจะเติบโตมาอยู่ในกรงที่ไร้ซึ่งเสรีภาพ นี่คือห้วงเวลาที่น่าตื่นเต้น นี่คือจุดเริ่มต้นแห่งยุคสมัย ธงนำในการต่อสู้วันนี้ไม่ได้อยู่ในสภาฝากอนาคตของประเทศไทยไว้ที่มือพวกคุณด้วย “สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส” ธงนำของการต่อสู้ที่บอกไม่ได้อยู่ในสภา ก็คือให้มาเป็นม็อบนั่นแหละ ตัวเองออกมาไหม ไม่ออก ไม่เคยเปิดหน้า สนับสนุนให้คนอื่นออกมาเรื่อยๆ บทบาทในการต่อต้านสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ก็เป็นบทบาทอันสำคัญที่ธนาธรได้เปิดประเด็นออกมาจากร่มใหญ่ สถาบันพระมหากษัตริย์ภาพรวม เดินเข้าสู่สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

จนในที่สุด ปรากฏหลักฐานเหมือนข่าวสารที่สถาบันทิศทางไทย เป็นเจ้าแรกๆที่ออกมาเปิดโปงว่า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชาย ซึ่งมีหน้าที่ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว มาติดสินบนเจ้าหน้าที่ทรัพย์สิน 20ล้านบาท เพื่อที่จะจ่ายเงินให้สำนักงานทรัพย์สินฯ 500 ล้าน แลกกับที่ดินทำเลทองมูลค่าหมื่นล้าน แต่ไม่สำเร็จเพราะโดนหลอก คนที่มาติดต่อด้วยไไม่มีอำนาจในสำนักงานทรัพย์สินฯ มีคำพิพากษาให้เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์ที่มาหลอกติดคุก สกุลธรไม่โดน แต่ไม่ได้หมายความว่า เจตนาที่จะไปติดสินบนเพราะหวังจะได้ที่ดินราคาถูกๆ มันไม่ปรากฏชัด สังคมมันรับรู้ เห็นมั้ยว่า น้องชายมาทำในฐานะครอบครัว แต่ชัดเจนว่าระหว่างที่พี่ชายโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ น้องชายมุ่งหวังมาทำมาหากิน แบบจะเอาเปรียบสำนักงานทรัพย์สินฯ อย่างเรื่องล่าสุด กลุ่มนักเรียนเลว นัดกันเปิดเทอมวันที่ 1 ธันวาคม จะไม่แต่งชุดนักเรียน จะแต่งชุดไปรเวท แต่ปรากฏว่า ดร.นิว ออกมาแฉถ้อยคำที่ธนาธรออกมายุเด็กว่า ชื่นชมในความกล้าหาญของนักเรียนที่ใส่ชุดปกติไปโรงเรียนทุกคนในวันนี้ วัฒนธรรมแห่งการกดขี่กำลังถูกทำลายในทุกที่ ช่วยกันห้ามไม่ให้มีใครถูกดำเนินคดี/ถูกไล่ออก หรือถูกลงโทษ เพียงเพราะยืนหยัดต่อสู้ระบอบอำนาจนิยม ซึ่งชื่นชมนักเรียนที่มีเป็นล้านคน วันนั้นออกมาไม่กี่สิบกี่ร้อยคน ความภาคภูมิใจที่เด็กๆเหล่านี้ได้รับการชื่นชมจากธนาธร

ก็มีคำถามเมื่อ ดร.นิว ได้ออกมาเปิดเผยว่า ลูกของธนาธรแต่งเครื่องแบบไปโรงเรียนตามปกติ น่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อตรวจสอบดูแล้วพบว่า ลูกธนาธรคนหนึ่งเรียนโรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียนจริง นอกจากนี้ยังพบว่าลูกอีกคนเรียนที่โรงเรียนนานาชาติไบร์ทตันอีกด้วย ธนาธรบอกให้ลูกคนอื่นบอกลาเครื่องแบบ แต่ลูกตัวเองใส่เครื่องแบบไปโรงเรียนตามปกติ พฤติกรรมแบบนี้มันคืออะไร ธนาธรกำลังใช้นิสัยอำนาจนิยมของตัวเองกดขี่หลอกใช้ลูกคนอื่นอยู่หรือเปล่า ธนาธรเห็นลูกคนอื่นเป็นอะไร เปลี่ยนจาก “สู้เป็นไทถอยเป็นทาส” มาเป็น “ลูกผมเป็นไทลูกคุณเป็นทาส” แล้วใช่ไหม โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียนและโรงเรียนนานาชาติไบร์ทตันใส่เครื่องแบบแบบนี้ ถ้าไม่ใส่เครื่องแบบเขาก็ไม่ให้เรียน ธนาธรยุลูกคนอื่น แล้วทำไมลูกตัวเองยังให้ใส่เครื่องแบบไปโรงเรียน สิ่งที่ทำพฤติกรรมย้อนแย้งกันหมด ไล่เรียงมาตั้งแต่ทักษิณที่เป็นผู้นำอันโดดเด่น มาถึงธนาธรผู้นำอันโดดเด่น ทักษิณพิสูจน์มาแล้วว่า ว่าพาประเทศลงเหว ธนาธรกำลังพาประเทศลงเหว ทักษิณวันนี้หนีอยู่ต่างประเทศ ส่วนธนาธรจะได้อยู่ในประเทศไทยอีกนานเท่าไหร่ เพราะคดีที่ตัวเองกระทำความผิดไว้ก็เยอะแยะมากมาย ก็จะต้องจับตากันต่อไป