อ.สุวินัย ชวนสังเกต 7 ข้อ ม็อบคณะราษฎร เดินมาสุดทาง เข้าใกล้จุดจบเต็มทีแล้ว

0

ตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน ม็อบคณะราษ เดินทางมาถึงจุดที่เรียกว่าอิ่มตัว แถมยังมีเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสมต่างๆให้คนได้คิดตลอดเวลา ณ ตอนนี้ ใกล้ถึงจุดจบเต็มทีแล้ว

ล่าสุดทางด้านของ ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย ได้โพสต์ข้อความเชิงวิเคราะห์ ถึงจุดจบม็อบใกล้มาถึงผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ข้อสังเกตเกี่ยวกับจุดใกล้จบของม็อบคณะราษฎรจากมุมมองของศาสตร์ Mass Action / สุวินัย ภรณวลัย
/////
(1) ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ม็อบที่จุดติดแล้วทุกม็อบ ล้วนยุติการชุมนุมเองเพราะบรรลุเป้าหมายของแกนนำในการจัดชุมนุมในระดับหนึ่งแล้ว ไม่ว่าม็อบพันธมิตรฯ หรือม็อบกปปส. หรือไม่ก็เป็นเพราะว่าม็อบนั้นถูกทางการสลายการชุมนุมอย่างการชุมนุมของม็อบคนเสื้อแดง ซึ่งถึงแม้จะถูกสลายม็อบแต่ก็ไปชนะในการเลือกตั้งแทนจนได้เป็นรัฐบาล … จึงเรียกได้ว่าบรรลุเป้าหมายของแกนนำในการจัดชุมนุมอยู่ดีแม้จะโดยอ้อมก็ตาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแนบแน่นทางการเมืองระหว่างแกนนำกับมวลชนที่เข้าร่วมม็อบ

(2) มีแต่ม็อบคณะราษฎรนี้แหละที่จุดติดแล้ว แต่กลับฝ่อลงเองในเวลาไม่กี่เดือน โดยที่ทางการแทบไม่ต้องทำอะไรเลย
นี่เป็นปรากฏการณ์ม็อบครั้งแรกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ม็อบฝ่อเอง โดยแกนนำและผู้อยู่เบื้องหลังแกนนำไม่ได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้เลย มิหนำซ้ำยังเสียหายทางการเมืองอย่างหนักระดับป่นปี้ยับเยินในสายตาของสังคม

(3) สาเหตุหลักๆมาจากการนำที่ขาดสติแบบสิ้นคิดและไร้ปัญญาของพวกแกนนำ… ที่เปิดเผยออกมาเองอย่างล่อนจ้อนในสายตาของผู้คนในสังคมในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา
ที่พีคสุดๆคือ รายการโทรทัศน์ที่อาจารย์อานนท์ “สั่งสอน” รุ้งที่เป็นหนึ่งในแกนนำออกหน้าจอโทรทัศน์ที่ผู้คนได้ดูกันทั้งประเทศ จนผู้คนจำนวนมากตาสว่างแล้วว่าสติปัญญาของแกนนำโง่กว่าตนเอง
(4) แต่สาเหตุจริงๆที่ม็อบคณะราษฎรล้มเหลวขนาดนี้ มาจากการที่ “ผู้อยู่เบื้องหลังแกนนำ”ทั้งหลายไม่ยอมและไม่กล้าออกมาร่วมเป็นร่วมตายกับพวกเด็กๆ หรือไม่กล้าเข้ามากุมการนำม็อบคณะราษฎรเสียเองต่างหาก

(5) คนอยู่เบื้องหลังอย่างบรรดาอาจารย์นักวิชาการปัญญาชนหัวก้าวหน้าที่แอบหนุนหลังม็อบคณะราษฎร … คนพวกนี้ล้วนไม่มีประสบการณ์ในการทำม็อบ-คุมม็อบซึ่งเป็นทักษะพิเศษของนักปฏิวัติ คนพวกนี้ปลูกฝังความคิดให้แก่พวกเด็ก จนพวกเด็กยอมตายหรือยอมเสียอนาคตเพื่ออุดมการณ์ความคิดที่ตัวเองหลงเชื่ออย่างหัวปักหัวปำ แต่คนพวกนี้กลับแอบอยู่ข้างหลังอย่างคนขลาดและเห็นแก่ตัว … คนพวกนี้ได้พิสูจน์ตนเอง(ผ่านการไม่ยอมร่วมหัวจมท้ายตกอยู่ในชะตาเดียวกันกับพวกแกนนำ)แล้วว่าไม่จริงใจต่อพวกเด็ก แค่หลอกใช้พวกเด็กเพื่อความสะใจทางความคิดของตัวเองเท่านั้น

(6) มวลชนคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมม็อบคณะราษฎรในช่วงแรกๆ มิใช่คนโง่หรือไร้สติปัญญา ส่วนใหญ่พวกเขาและพวกเธอมีความฉลาดโดยเฉลี่ยเหนือกว่าพวกแกนนำด้วยซ้ำ เพียงแต่ที่ผ่านมาเสพรับข้อมูลข้างเดียวและบิดเบือนมากไปหน่อยเท่านั้น
แต่การต่อสู้ทางความคิดอย่างแหลมคมระหว่างฝ่ายล้มเจ้ากับฝ่ายพิทักษ์เจ้า ทำให้ความจริงและข้อเท็จจริงต่างๆได้รับการเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มวลชนคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นของตนเองและมีใจบริสุทธิ์เริ่มตาสว่างอย่างแท้จริง … จึงเกิดปรากฏการณ์ผละม็อบหรือเปลี่ยนใจย้ายข้างขึ้นมามากมายในโลกออนไลน์ช่วงที่ผ่านมา

(7) ม็อบที่ทรงพลังที่สุดคือม็อบที่แกนนำกับมวลชนแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวในการมุ่งบรรลุเป้าหมายการชุมนุมที่ควรมีเพียงข้อเดียวและมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติในโลกแห่งความเป็นจริง … นี่คือศาสตร์แห่ง Mass Action แกนนำคนไหนละเลยศาสตร์อันนี้ ย่อมล้มเหลวไม่เป็นท่า ดังตัวอย่างล่าสุดของม็อบคณะราษฎร
สุวินัย ภรณวลัย