สนธิญาณ ชำแหละ ธนาธร ปากโจมตีสถาบัน แต่น้องชายติดสินบนหากินกับสนง.ทรัพย์สินฯ

0

จากกรณีที่น้องชายของธนาธร นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ยัดเงินใต้โต๊ะให้กับบุคลากรคนหนึ่งของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หวังจะฮุบสัมปทานที่ดินทำเลทอง

แต่กลับกลายเป็นว่า โดนเขาหลอกอีกที เนื่องจากบุคลากรคนนั้นไม่มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพย์สินที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

ล่าสุดทางด้านนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ได้พูดถึงกรณีดังกล่าวในรายการ สนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริง ทางเพจสถาบันทิศทางไทยว่า คนอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งพรรคการเมือง เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคอนาคตใหม่ที่ตัวเองตั้งมา ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคร่วมฝ่ายค้านให้โหวตแข่งกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรัฐสภา เพื่อที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี นั่นคือเป้าหมายทางการเมืองของธนาธร แม้ในหนังสือของนายธนาธร บอกว่า ไม่ได้มีเป้าหมายเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ภายใต้คำให้สัมภาษณ์นั้น เลวร้ายยิ่งกว่าเป้าหมายที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเสียอีก นั่นก็คือ อยากมีอำนาจที่จะต่อรองกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ให้พระองค์ท่านเรียกธนาธร ไปเจรจาต่อรอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่บังอาจและเลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

พฤติกรรมของนายธนาธรในแต่ละพฤติกรรมที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า ไม่มีคุณสมบัติในการที่จะเป็นผู้นำของประเทศ เพราะคุณสมบัติที่แท้จริงของผู้นำประเทศไม่ใช่มีแต่เรื่องออกมาด่าคนอื่น แต่เป็นคุณสมบัติที่จะต้องแสดงออกทั้งกาย วาจา ใจ การพฤติปฏิบัติ ในความรักที่จะต้องมีต่อประชาชนคนไทย และได้กระทำจริงได้มีพฤติกรรม ที่ลงมือกระทำเป็นฝ่ายให้ เป็นฝ่ายเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยและประเทศชาติ แต่นี่ไม่ ทั้งๆที่ธนาธรเป็นลูกต่างด้าว สิ่งที่จะพูดในวันนี้ หนักหน่วงและรุนแรง ภาษาชาวบ้านเขาก็เรียกว่า เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง พฤติกรรมคนแบบนี้ที่จะมาอาสาตัวเป็นผู้นำประชาชน เป็นผู้นำคนรุ่นใหม่ แฉกันชัดๆ เพราะเรารู้กันดีอยู่ว่า ธนาธรต้องการเปลี่ยนแปลงสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ชอบสถาบันพระมหากษัตริย์มาแต่ไหนแต่ไร ปากพูดเรื่องการปฏิรูป

เหตุการณ์ล่าสุด ที่ไปหาเสียงช่วยผู้สมัคร นายกอบจ.ที่จังหวัดภูเก็ต นายนายสรวุฒิ ปาลิมาพันธ์ ลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.ภูเก็ตในนามคณะก้าวหน้า ธนาธรก็ไปช่วยหาเสียง ก็ปรากฏภาพและคลิปที่กระจาบไปทั่วประเทศว่าคนภูเก็ตไม่ต้อนรับ โห่ขับไล่ แม้ก่อนหน้านี้น้องช่อจะออกมาแถลงว่าจะฟ้องคนที่ไปขัดขวางการหาเสียง ตัวธนาธรเองก็พยายามที่จะใช้โทรโข่งเพื่อให้เสียงดังสู้กับเสียงประชาชน แต่ท้ายสุดก็สู้ไม่ได้ แต่ที่น่าสนใจที่ผมอยากจะเรียนก็ ปรากฎว่ามีประชาชน ถามนายธนาธร ถามตรงๆว่า คุณรักสถาบันหรือไม่ ท่านผู้ชมรู้คำตอบอยู่แล้ว คำตอบที่ว่า ไม่ใช่คำตอบรักหรือไม่รัก คำตอบของธนาธรก็คือเล่ห์เหลี่ยม เป็นอย่างนี้เสมอมา พูดว่า สู้เป็นไทย ถอยเป็นทาส แต่ไม่เคยลงไปนำม็อบสู้ พฤติกรรมเขาเป็นแบบนี้ วันนั้นก็ตอบประชาชนไปว่า คำถามนี้ไม่แฟร์เลยสำหรับสถานะตอนนี้ ถ้าผมตอบรักหรือไม่รัก เราปลอดภัยเท่ากันหรือไม่ สุดท้ายของบอกว่า ขอสงวนสิทธิ์ในการตอบคำถาม

ไม่ต้องพูดอะไรมาก การขอสงวนสิทธิ์ก็คือ แสดงเจตนาแล้ว เพราะถ้าตอบว่ารักสถาบัน สิ่งที่คุณพูดโจมตีด่าว่าสถาบันมาทั้งหมดมันก็ไม่จริง เป็นพฤติกรรมย้อนแย้งอีก จะตอบว่าไม่รัก ก็ไม่ได้ ข่าวนี้จะถูกแพร่กระจายไปทั่วประเทศ เป็นหลักฐานมัดตัว ความจริงถ้าจะคิดปฏิรูปสถาบัน มันจะต้องเริ่มด้วยความรัก ความเมตตา เห็นว่าสถาบันมีความสำคัญจริง แต่นี่ไม่ใช่ เราต้องย้อนกลับไปดูว่า วันนี้ธนาธร เพิ่งฉลองวันเกิดไป อายุ 43 ตอนอายุ 28 ในฐานะลูกเศรษฐี ธนาธร ได้ให้ทุนพรรคพวก ซึ่งในัวนนี้มาร่วมอยู่ในกลุ่มคณะก้าวหน้า ในพรรคก้าวไกล ทำหนังสือหรือนิตยสารฉบับหนึ่งราย 3 เดือน ชื่อ ฟ้าเดียวกัน เอาชัดๆว่าธนาธร มีเป้าหมายเล่นงานสถาบันพระมหากษัตริย์มาแต่ไหนแต่ไร หนังสือฟ้าเดียวกัน มีปกหนึ่งน่าสนใจมาก ทำปกเลียนแบบแบรนด์ของโค๊ก ชื่อสถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไม่รัก ดูปกให้ชัดๆ คนไทยจะเรียกสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่นี่เขาเจตนา ทำปกแบบนี้ ชัดเจนแน่นอนว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างสถานะขึ้นมาด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เหมือนกับโค๊กสร้างแบรนด์ นั่นคือเจตนาของเขา นิตยสารฟ้าเดียวกัน

หน้าปกเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ไปล้อเลียนแบรนด์ของโค๊ก เป็นฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม 2548 อีกฉบับหนึ่งจะยิ่งเห็นชัดตรงกับเรื่องที่จะพูดในวันนี้ ก็คือฉบับวันที่ 1 มกราคม-มีนาคม 2549 ฉบับนี้ชัดโจมตีสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งชื่อเดิมคือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ก็ไม่ต้องไปสงสัยว่าข้อมูลสำนักงานทรัพย์สินที่บิดเบือนและออกมาโจมตีในปัจจุบันที่น้องรุ้งไปออกรายการกับอ.อานนท์แล้วโดนอ.อานนท์สอนให้ความรู้จนไปไม่เป็นว่าฐานข้อมูลเบื้องต้นมันมาจากไหน มันมาตั้งแต่ 15 ปีก่อนในการเตรียมข้อมูลที่ผมพูดมาตลอดว่าพวกนี้เตรียมการ เตรียมความคิด พวกอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงกับพวกเครือข่ายที่ถูกสร้างขึ้นธนาธรก็เป็นหนึ่งในนั้น อย่าลืมนะครับว่านั่นอายุ 28 ปี วันที่ก่อตั้งหนังสือนิตยสารฟ้าเดียวกัน อายุ 25 ปีเอง ไม่ธรรมดา แต่นั่น ปรากฎการณ์ชัด ผมหยิบยกปกของนิตยสารฟ้าเดียวกัน ก็เพื่อจะบอกว่า ธนาธรปากอย่างใจอย่าง เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และยืนยันว่า ไม่มีความเหมาะสม อย่าว่าแต่เป็นผู้นำบ้านเมือง ผู้นำม็อบเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เป็นอะไรก็ไม่ได้ เป็นได้แค่นายทุนที่ขูดรีดชาวบ้าน หากินกับช่องทางทางการเมือง บริษัที่รุ่งเรืองขึ้นก็เพราะนโยบายรถคันแรก ร่วมมือกับทักษิณ ชินวัตร หรือ บริษัทได้กำไร ปากรักประชาชนคนยากคนจน แต่ปลดพนักงานออก เรื่องนี้เลวร้ายกว่าเยอะ

เพราะเป็นเรื่องการติดสินบน ทุจริตคอรัปชั่นโดยน้องชาย ชื่อสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ พฤติกรรมของน้องชายได้ไปจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ไปจ่ายให้กับนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บริการโครงการระดับ บ.4 แผนกโครงการธุรกิจ 1 กองโครงการธุรกิจ 1 ฝ่ายโครงการพิเศษ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ปากโจมตีสถาบัน การไปจ่ายคือต้องการประโยชน์เพราะอยากได้ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์มาทำธุรกิจ เป็นที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ชิดลม) มาเป็นธุรกิจของตัวเอง การไปจ่ายสินบนรวมทั้งสิ้น 20 ล้าน จ่ายครั้งแรก 5 ล้าน ครั้งที่สอง จ่ายไปอีก 5 ล้าน ครั้งที่สามจ่ายอีก 10 ล้าน ให้กับนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เพื่อเป็นการตอบแทนที่จะไปดำเนินการติดต่อประสานงานในการเอาที่ดินดังกล่าวมาให้กับนายสกุลธร

ที่ดินผืนดังกล่าวเป็นที่ดินผืนทองอยู่ในทำเลทอง มูลค่านับเป็นพันล้านบาท การที่ไปจ่ายสินบน คนถ้าทำธุรกิจปกติธรรมดา มันจะต้องไปจ่ายเงินใต้โต๊ะทำไม ก็ไปประมูลปกติ แต่นี่แสดงถึงพฤติกรรม เรื่องนี้เป็นคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 1 ปีที่ผ่านมา ศาลได้ตัดสินให้นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีความผิดตัดสินให้จำคุกในฐานะรับสินบนและปลอมแปลงเอกสาร 6 ปี ให้การรับสารภาพเลยให้จำคุก 3 ปี คำถมคือ นายสกุลธร ทำไมถึงไม่ติดคุกด้วยและนายธนาธรเกี่ยวข้องยังไง เริ่มจากคุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มีลูก 5 คน

1. ชญาพรรณ ดูแลการเงิน ไทยซัมมิท ปัจจุบันเป็นรองประธานกรรมการบ.ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด
2.ธนาธร ปัจจุบันเป็นประธานคณะก้าวหน้า
3.รุจิรพรรณ ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พื้นที่ฝั่งตะวันออก รวมสนามกอล์ฟพัฒนา สปอร์ตคลับ
4.สกุลธร เคยดูแลอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันต้องมาช่วยธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ แทน ธนาธร
5.บดินทร์ธร ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โซน กทม.และโครงการเดิมที่สกุลธรรับผิดชอบ

บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 900 ล้านบาท คณะกรรมการของบริษัท มี 3 คน คือ

1. ชญาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ
2.สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ
3.บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ

สรุปบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นบริษัทของครองครัว จึงรุ่งเรืองกิจ ครอบครังนี้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และมีเงินทองมากมายมหาศาล ทุนจดทะเบียน 900 ล้าน มีสินทรัพย์รวม 7,536 ล้าน รายได้ของบริษัท 1,745 ล้าน กำไร 151 ล้าน นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ระหว่างปากพูดดีถูกต้องทุกอย่าง แต่พฤติกรรมของคนในครอบครัว ซึ่งเป็นธุรกิจของครองครัว ธนาธรมีส่วนอยู่ด้วย เพียงแต่วันนี้ไม่สามารถที่จะมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องได้ เพราะตัวเองออกมาทำการเมือง พูดคุยกันหรือเปล่า ไม่รู้ หรือน้องชายไม่มาปรึกษา หรือปรึกษาแต่บอกว่า ไปทำเถอะ แต่เป็นมนุษย์ธรรมดาจะไปทำไง ปากด่าเขาตลอดเวลา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2560 เกิดขึ้นตอนเปลี่ยนรัชกาลแล้ว เมื่อ 18 กรกฎาคม 2560 แล้วทำไมนายสกุลธร ถึงไม่ติดคุกเพราะจ่ายสินบน กฎหมายอาญามาตรา 144 ผู้ใดให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจตนาชัดเจนว่านายสกุลธรให้ทรัพย์สิน 20 ล้าน เพื่อจูงใจให้กระทำการ เพราะถ้าเข้าไปประมูลหรือติดต่อธุรกิจ คุณไม่ต้องจ่ายเงิน 20 ล้าน ก็ไปยื่นหนังสือตามปกติ แต่ถามว่าทำไมถึงไม่ผิด เพราะขาดองค์ประกอบแก่เจ้าพนักงานเพื่อให้จูงใจไปกระทำการ

แต่ปรากฎว่า นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ ไม่ได้เป็นผู้มมีหน้าที่โดยตรง มาหลอกนายสกุลธรอีกต่อหนึ่ง ไปทำเอกสารปลอม ผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงชื่อนาย สุรพล เล็กเลิศผล นายประสิทธิ์ก็ไปปลอมลายมือชื่อ สร้างกระบวนการให้เชื่อถือว่าตัวเองมีอำนาจ ที่จะกระทำได้และไปติดต่อมันจึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิด แต่เจตนาชัดเจนว่านายสกุลธร ต้องการจ่ายใต้โต๊ะ กฎหมายมันเป็นแบบนี้ เรื่องนี้ไม่ธรรมดาต้องติดตาม เพื่อที่จะได้เห็นพฤติกรรม ของนายธนาธรและครอบครัว ปากโจมมตีสถาบันพระมหากษัตริย์แต่ติดสินบนเพื่อหาผลประโยชน์จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์