“ดร.สุวินัย” ชี้ “รุ้ง” สารภาพ เผยตัวไอโม่งยื่นโพย 10 ข้อปฏิรูปสถาบันฯ ซัดพาเด็กลงนรก

0

จากที่เมื่อวันที่ 27 พ.ย.63 รายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ดำเนินรายการโดย น.ส.จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ในหัวข้อ 2 มุมมอง ต่อ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2561

ในตอนหนึ่ง น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า หนึ่งในข้อเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ คือ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สิ่งที่เรียกร้องคือการแบ่งทรัพย์สินอย่างชัดเจน ระหว่างทรัพย์สินส่วนพระองค์ เป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่ใช้ในชีวิตปกติ กับทรัพย์สินส่วนที่ใช้ในสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ไม่ใช่ส่วนของพระมหากษัตริย์พระองค์เดียว เป็นส่วนที่ใช้ในการทำโครงการต่างๆ ของพระองค์ ไม่ใช่เรียกร้องว่าให้เงินตรงนี้มาแบ่งกัน ตนก็ไม่รู้มายังไง คือไม่ใช่แบบนั้น แต่เรากำลังเรียกร้องให้แบ่งส่วนอย่างชัดเจน เพื่อตรวจสอบได้ และมีความโปร่งใส

ดร.อานนท์ ได้ชี้แจงว่า หลักการเจ้าของทรัพย์สินนั้นของใคร ย่อมชอบธรรมที่จะกลับไปเป็นของเจ้าของเดิมนั้น และมีอำนาจจัดการ เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2475 ส่วนปี 2561 เป็นการทำให้อำนาจในการจัดการกลับไปสู่เจ้าของ และการถือครองกรรมสิทธิ์กลับไปสู่เจ้าของแค่นั้น ในปี 2560 แก้คำจาก “ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” เป็น “ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คงจะมองว่าใช้คำฟุ่มเฟือย ไม่ต้องไปเติมส่วนเติมฝ่าย ใช้คำไทยให้สั้นลง รัดกุม ส่วนที่สองคือ เดิมมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์ เดิมอยู่ในวังสระปทุม และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พอมาถึงรัชกาลที่ 10 ผู้บริหารสำนักทรัพย์สินส่วนพระองค์ และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ คือ ชุดเดียวกันทั้งหมด

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุด ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า

“เรื่องใหญ่ที่เป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์คือ รุ้งสารภาพเองว่าเพิ่งรับโพยเรื่องข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ 10 ข้อของอาจารย์สมศักดิ์เจียม ก่อนขึ้นพูดบนเวทีธรรมศาสตร์รังสิตในค่ำวันที่ 10 สิงหาคม 2020 เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง
เรียกว่า “ตกกระไดพลอยโจนโดยเต็มใจ”
ผมมีคำถามที่อยากทราบคำตอบจากรุ้งนะว่า ใครคือคนบงการที่อยู่เบื้องหลังยื่นโพยยัดใส่มือรุ้งให้ออกไปเรียกร้องข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ 10 ข้อ
เพราะนี่คือ ไอ้โม่งตัวจริง ซึ่งผมมองว่ามีหลายคนสุมหัวกันใช้เด็กบังหน้า
สุวินัย ภรณวลัย”

และยังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกว่า
“ประเด็นหลักจริงๆสำหรับผมคือ มีคนบงการอยู่หลังเด็กพวกนี้ครับ ตอนนี้ความจริงเริ่มเผยออกมาจากปากเด็กเองแล้ว”
“เลวไม่มีที่ติเลยครับ ที่พาเด็กลงนรกตามตัวเองแบบนี้”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ “รุ้ง ปนัสยา” ได้ขึ้นพูด 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ บนเวที “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม

โดย 10 ข้อเรียกร้องดังกล่าวเพื่อขยายความข้อเรียกร้อข้อที่ 3 ของคณะปลดแอก โดยมีรายละเอียดคือ
1. ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะกล่าวหาฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ แล้วเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร
2. ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมถึงเปิดให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้ และนิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทุกคน
3. ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่ของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน
4. ตัดลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้กับสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ
5. ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ชัดเจน เช่น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ให้ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่น และหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น เช่น คณะองคมนตรี ให้ยกเลิก
6. ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อกำกับให้การเงินของสถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งหมด
7. ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ
8. ยกเลิกการประชาสัมพันธ์และการให้การศึกษาที่เชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่เพียงด้านเดียวจนเกินงามทั้งหมด
9. สืบหาความจริงเกี่ยวกับการสังหารเข่นฆ่าราษฎรที่วิพากษ์วิจารณ์หรือมีความเกี่ยวข้องใดๆ เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์
10. ห้ามมิให้ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารครั้งใดอีก