ดร.เวทิน ชำแหละ พรรคเพื่อไทย-กลุ่ม ค. ให้ท้ายม็อบเด็ก รวมหัวถีบส่ง “สุดารัตน์” !?!

0

ดร.เวทิน ชี้ กราบประกาศิต สุดท้ายก็ลิงหลอกเจ้า ? ชำแหละ ท่าทีพรรคเพื่อไทย ให้ท้ายม็อบราษฎร รวมหัวเท “คุณหญิงสุดารัตน์”

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2563 ดร.เวทิน ชาติกุล ได้พูดถึงประเด็นการกราบของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ที่บอกว่า เป็นการกระทำตามสำนวนไทยที่เรียกว่า ลิงหลอกเจ้า นอกจากนี้ ทางด้านพรรคเพื่อไทย ก็ได้มีการรวมตัว เท คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ด้วย โดยพูดในรายการ TALKTOWAY ของสถาบันทิศทางไทย
โดย ดร.เวทินได้กล่าวว่า หลายคนคงมีควมาสงสัยถึงการกราบของคุณหญิงพจมานนั้น ว่าเป็นเรื่องของความจงรักภักดีหรือเป็นการกระทำที่เรียกว่า ลิงหลอกเจ้า ซึ่งวันนี้คำตอบทั้งหมดจะปรากฎชัดในพฤติกรรมของพรรคเพื่อไทย ในการแสดงท่าทีสนับสนุนม็อบราษฎร และก็มีส่วนที่ชัดเจนว่ามีอาการเข้าไปขัดขวางหรือประทุษร้ายต่อขบวนเสด็จ หรือแสดงถ้อยคำอันไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

วันนี้คำตอบที่ได้น่าจะชัดเจนขึ้นและคนที่ต้องบอกว่างานนนี้น่าสงสารที่สุดก็คือ ทางคุณหญิงสุดารัตน์ จากกรณีที่กลุ่มราษฎรได้มีการนัดหมายไปที่สถานทูตเยอรมนี ซึ่งทางด้านนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แกนนำม็อบ ได้มีการพูดปราศรัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก แล้วให้สภาฯเลือก คนใดมาเป็นก็ได้ เรารับได้หมด แต่ยืนยันว่าไม่เอาสุดารัตน์ , ธนาธร, ปิยบุตร แต่เราจะเอานายกฯตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย พันธกิจต่อไปคือแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมี สสร. ซึ่งหากพูดถึงนายธนาธร แน่นอนว่าไม่สามารถเป็นได้ เพราะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปแล้ว และนายปิยบุตร ก็ไม่ได้อยู่ในลิสต์รายชื่อที่ทางพรรคเสนอ ซึ่งก็เป็นที่ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมอยู่ๆจึงมีรายชื่อของคุณหญิงสุดารัตน์ปรากฎขึ้นมา

การพูดปราศรัยของม็อบจึงเป็นประเด็นทันที ว่า ทำไมถึงเลือกเจาะจงไปที่คุณหญิงสุดารัตน์ สังเกตอย่างหนึ่งก็คือก ารอภิปรายเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ธงของพรรคฝ่ายค้านที่มีการนำเสนอก็คือ ให้พลเอกประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่ง แน่นอนว่า นี่คือ 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องที่ม็อบราษฎรเรียกร้อง หากย้อนไปวันที่ 20 ตุลาคม สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้ถูกเสนอชื่อเข้ามาใหม่ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังจากที่ได้ประกาศลาออก หลังจากที่คุณหญิงพจมานได้แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันด้วยการก้มกราบพระเจ้าอยู่หัว หลังนจากนั้นทางพรรคเพื่อไทย ที่ดูแล้วว่าจะมีท่าทีที่ชัดเจนว่า ไม่เอาด้วยกับม็อบนักศึกษา ต่อมาทางหมู่บ้านเสื้อแดงไม่ว่าจะเป็นทางเหนือ อีสาน ใต้ ก็ออกมาแสดงจุดยืนว่าไม่เอาด้วยกับม็อบราษฎร หลังจากที่มีการชุมนุมในหลายพื้นที่มาเรื่อยๆ จนมาถึงเหตุการณ์การสลายการชุมนุม จึงทำให้เด็กนักศึกษาออกมาร่วมชุมนุมทั่วกรุงเทพ จากนั้น ท่าทีของพรรคเพื่อไทยเริ่มมีการระส่ำระส่าย นายสมพงศ์ ได้บอกว่า มีการนัด สส.ของพรรคมาประชุมกัน โดยมี 4 เรื่องหลักๆคือ
1. ให้มาทำใบรับรองจากสภา เพื่อใช้ในการประกันตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับทั่วประเทศ ซึ่งแปลว่า พรรคเพื่อไทยจะเข้าไปช่วยนักศึกษาที่ถูกจับ
2. จะเปิดสภาสมัยวิสามัญอย่างเร่งด่วน
3. พรรคเพื่อไทยของประกาศจุดยืนให้พลเอกประยุทธ์ ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินร้ายแรงในทันที
4. ขอให้รัฐบาลปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทุกคน

ที่น่าสนใจก็คือ นายสมพงศ์ ได้ระบุไว้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น ผู้ชุมนุมประกาศกดดันให้ลาออก พรรคเพื่อไทยขอจึงให้พลเอกประยุทธ์ ลาออกไปเลย อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดประชุมสมัยประชุมสภาในเดือนพฤศจิกายนนี้ แล้วจะยื่นอภิปรายนายกคนเดียว เมื่อถามว่า พลเอกประยุทธ์ลาออกแล้ว จะเสนอใครนั่งตำแหน่งแทน แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยจะเลือกคนที่ดีที่สุดนั่นคือ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกของพรรคคนเดียว

จากนั้นก็ได้มีคนไปถามว่า แล้วคุณหญิงสุดารัตน์ ละ สมพงศ์ก็ได้ตอบว่า คุณหญิงสุดารัตน์ได้ลาออกจากพรรคไปแล้ว จึงไม่ได้รับการเสนอชื่อในครั้งนี้ ส่วนคุณชัชชาติ ก็ได้ประกาศแล้วว่าจะลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ซึ่งสิ่งที่นายสมพงศ์พูดได้ตรงกับสิ่งที่นายอรรถพลได้พูดในม็อบ ว่า ไม่เอาคุณหญิงสุดารัตน์ จริงๆแล้วต้องบอกว่าคุณหญิงสุดารัตน์ก็มีท่าทีกลับไปกลับมา ถ้าจำกัดได้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ม็อบเรียกร้อง 10 ข้อ ซึ่งทางคุณหญิงได้ออกมาบอกว่า ไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่สุดท้ายก็กลับลำ หลังจากที่ถูกเพนกวินออกมาด่า ก็ได้ทำพรรคเพื่อไทยเข้าไปเชื่อมโยงกับม็อบนักศึกษา ที่ม่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์ จนมีข่าวลือว่า มีการสั่งการให้มวลชนถอนตัวออกจากม็อบ ซึ่งหลังจากมาปรากฎการณ์กราบของคุณหญิงพจมาน ผู้หญิงสุดารัตน์ก็ได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทย และไม่มีบทบาทอะไรเลย จนกระทั่งมีการปราศรัยของนายอรรถพล ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า หลังจากที่ดูรูปการณ์แล้วว่า ที่ออกมาแสดงความจงรักภักดี แกนนำเสื้อแดงออกมาใส่เสื้อเหลือง ดูแล้วว่า ต้องมีคำถามไปที่ นักการเมืองที่เป็นแกนนำของพรรค

นอกจากนี้ นายสมพงศ์ได้อภิปรายว่า รัฐบาลเป็นรับบาลที่ราดน้ำมันลงในกองไฟ การกระทำ การสลายการชุมนุมมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม เป็นความรุนแรง แต่ไม่พูดถึงกรณีที่ผู้ชุมนมุเข้าไปขัดขวางขบวนเสด็จ และมีท่าทีและถ้อยคำที่แสดงเจตนาที่จะประทุษร้ายสถาบัน ซึ่งอันนี้ทุกคนก็ต้องลองกลับไปคิดเองว่า เป็นอย่างไร

สุดท้ายนี้ ก็มีแชทหลุดออกมา ซึ่งสัมพันธ์กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แชทดังกล่าว สอดรับกับแนวทางที่เกิดขึ้นในรัฐสภาที่ต้องการจะรับข้อเรียกร้องของม็อบใน 1 ข้อ ก็คือการกดดันให้พลเอกประยุทธ์ ลาออก และให้ลดการใช้ถ้อยคำด่าทอสถาบัน เพราะไม่เกิดผลดี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ตรงกับการกระทำของพรรคเพื่อไทยในที่ประชุมรัฐสภา และมีการพูดถึงกลุ่ม ค. ที่อยู่เบื้องหลังม็อบนักศึกษาด้วย กำกับให้เล่นไปตามบทในแต่ละวัน ก็ต้องคอยจับตาดูท่าทีของม็อบกันต่อไป