สนธิญาณ ชี้ คนไทยต้องเป็นศัตรูกับ พรรคเพื่อไทย สนับสนุนม็อบ ขัดขวางขบวนเสด็จ!?!

0

สนธิญาณ ชี้ คนไทยต้องเป็นศัตรูกับ พรรคเพื่อไทย ที่สนับสนุนม็อบที่ขัดขวางและขว้างปาสิ่งของใส่ขบวนเสด็จ

เมื่อวานนี้ ในรายการ สนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริง ได้มีการพูดถึงประเด็นที่ว่า พรรคเพื่อไทย สนับสนุนม็อบที่ขัดขวางและขว้างปาขบวนเสด็จ โดยนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ได้พูดในรายการว่า พรรคเพื่อไทย ได้ยืนอยู่เคียงข้างม็อบปลดแอก หลังจากที่ได้ถอยห่างออกไป เมื่อเกิดปรากฏการณ์ กราบสะท้านแผ่นดินของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ซึ่งวันนี้ก็ได้มีคำถามว่า กราบนั้น เป็นกราบลวงโลกหรือเป็นการกราบเพื่อพลิกแพลงยุทธศาสตร์ เพราะหลังจากการกราบ พรรคเพื่อไทย ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใด นึกว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี การประกาศยืนเคียงข้างม็อบอีกครั้ง

โดยมีข้อเสนอ 4 ข้อ ซึ่งอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องการเมืองปกติ ที่คู่ต่อสู้อย่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพลี่ยงพล้ำตามความคิดของพรรคเพื่อไทย แต่ความจริงแล้ว พลเอกประยุทธ์ จะยิ่งแข็งแรงขึ้น ถ้าม็อบยิ่งเคลื่อนไหวในรูปแบบนี้ พรรคเพื่อไทย ได้เรียกประชุม สส.ของพรรคทั้งหมด และได้ข้อสรุป คือ

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

1.ให้ สส.ทุกคนทำใบรับรองจากสภา เพื่อใช้ประกันตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมตัวทั้งประเทศ เพื่อที่จะได้แสดงความเป็นพระเอกที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะผู้ชุมนุมเป็นเด็ก นักศึกษา เพื่อหวังคะแนนเสียงฐานนี้ โดยปกติเป็นคะแนนเสียงของพรรคก้าวไกล

2. จะขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเร่งด่วน

3. ประกาศจุดยืน ขอให้รัฐบาลยกเลิก พรก.ฉุกเฉินร้ายแรง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่กล่าวอ้าง ขอให้รัฐบาลปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทุกคน

ซึ่งหากว่าดุแต่ละข้อแล้ว เริ่มจากข้อแรก ทางพรรคก้หวังที่จะได้คะแนนเสียงจากลุ่มเด็ก ส่วนในเรื่องของจะขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเร่งด่วน คิดว่าฝ่ายรัฐบาลก็คงอยากให้เปิดเพราะคิดว่าจะได้ลดกระแสของม็อบลงได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ส่วนพรรคเพื่อไทย แน่นอนว่าต้องการหยิบฉวยเอาม็อบมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองของตัวเอง การเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ก็จะทำให้ได้เกิดการอภิปราย แต่หารู้ไม่ว่า นั่นเป็นการช่วยขยายบทบาทของม็อบออกไป ซึ่งมันจะไปสัมพันธ์กับข้อ 3 ที่พรรคเพื่อไทย บอกว่า จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทำไม ในเมื่อสถานการณ์ไม่ได้ร้ายแรง ซึ่งความร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง ทุกคนคงเคยได้ยินจากการถ่ายทอดสดของ วอยซ์ทีวี ในเครือตระกูลชินวัตร เดอะรีพอตเตอร์ และสื่ออื่นๆ ที่ถ่ายทอดเสียงตะโกน โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างหยาบคายและรุนแรง พรรคเพื่อไทย ถือว่าสิ่งเหล่านี้ไม่รุนแรงหรือ การที่เด็กจำนวนหนึ่งถูกปลุกปั่นให้ไปขวางขบวนเสด็จ พร้อมขวางปาสิ่งของและตะโกนอย่างหยาบคาย นี่หรือไม่รุนแรง

ใครก็ตามแต่ ที่บอกว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่รุนแรง เรายังไงต้องเป็นศัตรูกัน ไม่ใช่เพราะคลั่งความจงรักภักดี แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้อยคำ การตะโกน พฤติกรรมที่ทำขัดขวางขบวนเสด็จต่อให้เป็นประเทศประชาธิปไตยแบบสหรัฐอเมริกา รปภ.ประธานาธิบดี ยิงคว่ำไปหมดแล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐมาไทย ต้องมีการจัดวางกำลังอารักขากันขนาดไหน แต่นี่สังคมไทย คุณคิดว่าเรื่องเหล่านี้ไม่รุนแรง สิ่งเหล่านี้ มันจะยิ่งตอกย้ำความแตกแยกความเกลียดชังสำหรับคนที่จงรักภักดีกับม็อบที่ถูกจัดตั้งอยู่เบื้องหลัง ใครจะบอกว่า เป็นม็อบเด็ก ไม่รู้เรื่องรู้ราว บอกได้เลยว่า นั่นมันคือภาษาที่ว่ากันไป ถูกเสพสรรค์ปั่นแต่ง ไม่มีหรอกที่ไม่มีขบวนการการจัดการ แต่เพียงพลิกรูปแบบวิธีการโยงม็อบใช้ระบบเทคโนโลยีทั้งหมด คนที่จะเป็นแกนนำ แม้จะไม่ปรากฎตัวขึ้น แต่ในความจริงมันมีแกนนำที่อยู่ในออนไลน์ที่พร้อมจะทำงาน พร้อมจะลุกขึ้นมาตะโกน ยกตัวอย่าง ม็อบปลดแอก ไปตะโกนเรื่องให้ฮ่องกงเป็นเอกราช ทำไมอยู่ๆตะโกนสิ่งเหล่านี้ขึ้น

นี่แหละคือประเด็นปัญหาและเรียกร้องให้ปล่อยผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทุกคน ตอนพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ผมชุมนุม คุณจับผมในข้อหาขัดขวาง พรก.ฉุกเฉินเหมือนกัน ท้ายที่สุดก็เผยไต๋ออกมาว่า ประเด็นปัญหาอยู่ที่พลเอกประยุทธ์ ให้ลาออกไป เขามีคนดีที่สุดของเขาอยู่แล้ว คือชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกของพรรค โดยไม่แคร์ว่าม็อบนี้ทำร้าย จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรงขนาดไหน เมื่อมาเปรียบเทียบกับการฉีดน้ำสลายม็อบของตำรวจ ลองมองกลับไปดูตอนคุณเป็นรัฐบาล ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา จนผู้ชุมนุมของพันธมิตรตาย ผมไม่เห็นพวกนักวิชาการ ดารา ออกมาพูดว่า ใช้ความรุนแรง แต่นี่ใช้น้ำฉีด คุณบอกเป็นความรุนแรง คนที่ชุมนุมด่าพระเจ้าอยู่หัว ด่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็ต้องเชิญชวนคนไทยเป็นศัตรูกับ พรรคเพื่อไทย