ดร.นิว ชำแหละ 5 ข้อ ม็อบคณะราษฎรใช้ กฎหมู่ เหนือ กฎหมาย

0

ดร.นิว ชำแหละ 5 ข้อ ม็อบคณะราษฎรใช้ กฎหมู่ เหนือ กฎหมาย มาทำลายประชาธิปไตย ซ้ำๆซากๆเหมือนอย่างที่ผ่านมาอีกต่อไป

จากกรณีที่มีการชุมนุม ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มคณะราษฎร จนยืดเยื้อมาถึงวันนี้ (20 ตุลาคม 2563) ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองมาก สำหรับการเคลื่อนไหวของประชาชน เยาวชนและนักเรียน ที่มีการพูดถึงการทำงานและบริหารประเทศของรัฐบาล จนโยงไปสู่การโจมตีสถาบัน ที่กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่า ต้องการเพียงปฏิรูปสถาบันเท่านั้น แต่การแสดงออกและเนื้อหาที่ปราศรัย ดูเหมือนเป็นการพูดใส่ร้ายป้ายสีสถาบัน จนทำให้กลุ่มผู้รักสถาบันเกิดความไม่พอใจและออกมาปกป้อง ส่วนผู้อยู่เบื้องหลังม็อบ ก็พยายามที่จะชักจูงปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้งด้วยการป้อนชุดข้อมูลแบผิดๆ นำไปสู่ความรุนแรง

ทางด้าน ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คถึง 5 ข้อที่เป็นการชี้ว่า ม็อบคณะราษฎรใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย โดยระบุข้อความว่า

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
1.ม็อบราษฎรใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย (Mob Rule) ไม่ได้สนใจกฎหมาย (Rule of Law) หรือความต้องการที่แท้จริงของประชาชนทั้งประเทศ (The Will of the People)
2.ม็อบราษฎรเคลื่อนไหวคู่ขนานกับนายปิยบุตรและนายธนาธรอยู่ตลอดเวลา จนทำให้บุคคลทั้งสองและเครือข่ายดูเหมือนจะเป็นผู้อยู่หลังม็อบตัวจริง แต่ขี้ขลาดและขาดความรับผิดชอบ จึงใช้โซเชียลมีเดียคอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง
3.ม็อบราษฎรเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เป็นตัวอย่างที่คนกลุ่มหนึ่งสามารถใช้โซเชียลมีเดียระดมปลุกปั่น เพียงแค่พวกเขามีเงินและรู้วิธีการปลูกฝังชุดความคิด จนสามารถนำไปสู่การก่อม็อบเพื่อต่อรองอำนาจรัฐ แล้วในท้ายที่สุดพวกเขาที่ชักใยอยู่เบื้องหลังก็จะกลายเป็นชนชั้นปกครองรายใหม่ ไม่ได้นำมาซึ่งความเท่าเทียมของประชาชนทั้งประเทศอย่างที่ทุกคนต้องการ
4.ม็อบราษฎรมีข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนน้อย เป็นประโยชน์โดยตรงต่อนักการเมืองซึ่งเป็นนักเลือกตั้ง ลัทธิสาธารณรัฐ ลัทธิคอมมิวนิสต์ ที่ต้องการกุมอำนาจรัฐหรือเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ไม่ได้เป็นประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชนทั้งประเทศ
5.ม็อบราษฎรถือแนวทางรุนแรง ปลุกระดมผู้คนลงถนน คอยเพิ่มเงื่อนไขของความขัดแย้งและความรุนแรง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่สงครามกลางเมือง (Civil War) อีกทั้งยังถือแนวทางสากล ดึงความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจเข้ามา ซึ่งอาจจะพัฒนาไปเป็นสนามประลองกำลังของสงครามตัวแทน (Proxy War)​ ระหว่างประเทศมหาอำนาจได้
ดังนั้นม็อบราษฎรจึงเป็นกระบอกเสียงของคนส่วนน้อยซึ่งต้องการแย่งชิงและกระชับอำนาจรัฐมาเป็นของตนเอง เพราะต่อให้ม็อบราษฎรชนะ อำนาจอธิปไตยก็ยังอยู่ในมือของคนส่วนน้อยอยู่ดี ทั้งหมดคือการที่พวกเขาบิดเบือนใส่ร้าย ยัดเยียดให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดูเป็นตัวร้ายอย่างไร้หลักการและความรู้ เป็นการแต่งนิทานหลอกเด็กเพื่อสร้างความชอบธรรมให้พวกเขาดูเป็นพระเอก
แต่อย่างไรก็ตาม ม็อบราษฎรจะไม่กล้าพูดถึง “การทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง” โดยเด็ดขาด เพราะถ้าประชาชนทั้งประเทศได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง คนส่วนน้อยซึ่งอยู่เบื้องหลังม็อบราษฎรก็จะเสียประโยชน์ทั้งหมดไปด้วย
ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ มาช่วยกันเรียกร้อง และถามหาถึงสาระของประชาธิปไตยที่แท้จริง อย่าปล่อยให้การใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย (Ochlocracy) มาทำลายประชาธิปไตย (Democracy) ซ้ำๆซากๆเหมือนอย่างที่ผ่านมาอีกต่อไป
เพราะเราทุกคนคือเจ้าของประเทศ เป็นเจ้าของที่แท้จริงของอำนาจอธิปไตย เราจะไม่ยอมให้คนส่วนน้อยก่อม็อบหลอกใช้มวลชนแย่งชิงอำนาจรัฐอีกต่อไป และหันมาช่วยกันสร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่แท้จริง
ดร.ศุภณัฐ
20 ตุลาคม พ.ศ. 2563
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ
ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook Suphanat Aphinyan