ก่อนจะมาถึง “หมากประกาศิต” ของคุณหญิงพจมาน / สุวินัย ภรณวลัย และเวทิน ชาติกุล

0

จากที่เกิดปรากฏการณ์เพื่อไทยระส่ำคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคแห่ลาออก รวมทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ ขณะดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย ชี้เป็นหมากประกาศิตของคุณหญิงพจมาน กับอาการแพแตกของพรรคเพื่อไทย???

ล่าสุดวันนี้ดร.สุวินัย ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องราวดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยการเขียนบทความร่วมกับ ดร.เวทิน ชาติกุล ผู้อำนวยการสถาบันทิศทางไทย ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า

1.​ ปฏิเสธไม่ได้ว่า​ “ขบวนการล้มเจ้า” กำเนิดขึ้นมาอีกครั้งหลังทักษิณถูกยึดอำนาจปี​ 2549 โดยปรากฏ​ “เสื้อแดงล้มเจ้า​และนักวิชาการต่อต้านกษัตริย์” ร่วมเคลื่อนไหวภายใต้หน้าฉากต่อต้านรัฐประหาร​ของ​ นปช.​ และเครือข่ายทักษิณ​ โดยความปักใจเชื่อบางอย่างของทักษิณ​เองเกี่ยวกับการที่ตนถูกยึดอำนาจจึงไม่ได้ออกมาห้ามปรามหรือขับไล่แดงล้มเจ้า​ และพวกนักวิชาการต่อต้านกษัตริย์ออกจากเครือข่ายของตน

2.​ ปิยบุตร​ ได้ระบุในการสัมมนาวิชาการที่ลอนดอน​ว่า​ ในหลวง​ ร.9 สั่งศาลให้ยุบพรรคไทยรักไทย​ และเป็นจุดเริ่มของตุลาการภิวัฒน์​ (หรือ​ “ศาลรัฐประหาร”)​

3.​ ธนาธร​ เริ่มต้นเคลื่อนไหวใต้ปีกทักษิณ​ คู่ขนานกับ​ นปช.และคนเสื้อแดงโดยสนับสนุนพวกนักวิชาการต่อต้านกษัตริย์​ ตีพิมพ์งานวิชาการที่สนับสนุนวาทกรรม “สถาบันกษัตริย์เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย” ผ่านนิตยสาร​ “ฟ้าเดียวกัน” ที่ตัวเองเป็นนายทุน

  1. การที่​ ทักษิณ​ “ไม่ปฏิเสธ” พวกแดงล้มเจ้า​ อดีตคอมมิวนิสต์ และพวกนักวิชาการต่อต้านกษัตริย์​ตั้งแต่ต้น ได้จบลงด้วยความพ่ายแพ้​ และ​ตัวเองมีคดี​ ม.112 ติดตัว

5.​ ทักษิณ​ไม่ได้คิดล้มล้างสถาบันฯกษัตริย์ เขาเพียงมุ่งหวังให้สถาบันกษัตริย์ลงมานิรโทษกรรม​ให้ตัวเอง​ แต่​ ธนาธร​-ปิยบุตร​ มีความคิดขั้นเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสถาบัน​กษัตริย์โดยได้อิทธิพลความคิดรับมาจากพวกอาจารย์ต่อต้านกษัตริย์ในมหาวิทยาลัย (ซึ่ง​เป็นไปได้ที่ ทักษิณ​ อาจไม่ทัดทานถ้าตัวเองสมประโยชน์)​

6.ทักษิณไม่เปิดหน้าสู้สถาบันกษัตริย์โดยตรง​ แต่ธนาธร​-ปิยบุตร​ กลับกล้าเปิดหน้าท้าทายสถาบันกษัตริย์ในรัฐสภา​ และ​ยังกล้า สนับสนุน​อย่างเปิดเผย​ ต่อการออกมาของนักเรียน​นักศึกษา​ปลดแอกที่เปิดหน้าท้าชนสถาบันสถาบันกษัตริย์โดยตรง​ โดยอ้างว่าเป็นความคิดของเด็กๆเอง​ (ซึ่งมีข้อสงสัยมาตลอดว่า​ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง​ ม็อบปลดแอก​ หรือไม่?)​

7.ทักษิณมีมวลชนจริง (เสื้อแดง, นปช.)​ ธนาธรก็มีมวลชนในโซเซียลมีเดีย​ แต่ถ้าธนาธรจะจัดม็อบ​ลงถนนก็ยากที่จะจัดม็อบที่ใหญ่กว่าวันที่​ 10 ส.ค.ที่ธรรมศาสตร์รังสิตได้ถ้าไม่มีใครมาช่วย​ แต่ทักษิณเองก็ไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยติดร่างแหกลายเป็น​ “พรรคล้มเจ้า” เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรคอีก​ ดังนั้นฝ่ายเพื่อไทยจึงมีเงื่อนไข​เพดานอยู่ที่​ “ข้อเรียกร้อง​ 3 ข้อ” เดิม​ของเยาวชนปลดแอก​ (ยุบสภา-หยุดคุกคาม-แก้รัฐธรรมนูญ)​ ขณะที่ฝ่ายธนาธร​-ปิยบุตร​ต้องการผลักดันวาระต่อต้านสถาบันที่​ “10 ข้อเรียกร้อง” ของเพนกวินและรุ้ง​

8.ในความเป็นจริง​ธนาธรและพรรคก้าวไกลไม่อยากแก้รัฐธรรมนูญปี​ 60 ​เรื่องวิธีเลือกตั้ง​แบบสัดส่วนผสมเพราะพรรคของตนได้ประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุด​ แต่ต้องการแก้​หมวด​ 2 (รวมถึง​หมวด​ 1) ส่วนพรรคเพื่อไทยอยากแก้วิธีการเลือกตั้งเพราะตนเองเสียประโยชน์และอาจหมดอนาคต​ หมดอาชีพนักการเมือง​ได้​ถ้ายังใช้รธน.ปี​ 60 อยู่​ แต่พรรคเพื่อไทยไม่อยากยุ่งกับการแก้​หมวด​ 1 และ​หมวด​ 2

9.หลังจากไม่เห็นด้วยกับ​ 10 ข้อเรียกร้องในตอนแรก​ ต่อมา​ “สุดารัตน์” กลับลำมาสนับสนุนนักศึกษา​ และส.​ส.พรรคเพื่อไทยก็ออกมาแถลงช่วยม็อบปลดแอก​ จึงปรากฏคนเสื้อแดง​มาร่วมชุมนุมกับม็อบนักศึกษาปลดแอกทั้งในวันที่​ 16 ส.ค.และ​ 19 ก.ย.​ ​แต่ท้ายที่สุดมีกระแสว่าว่า​ มีการสั่งให้หยุดขนคนมาเพิ่ม​ (ให้ครบ​ 100,000 คน)​ในการชุมนุม​ 19 ก.ย.เพราะรู้ว่าเพนกวิน​ รุ้ง​ อานนท์​ จะปราศัยโจมตีสถาบันกษัตริย์อย่างรุนแรง​ ส.​ส.พรรคเพื่อไทยจึงมาตั้งเต้นท์อยู่ห่างๆโดยอ้างว่ามาสังเกตการณ์​และรีบถอนตัวออกจากพื้นที่ทันทีที่รุ้งสั่งเคลื่อนมวลชนไปยังพระบรมมหาราชวัง​

10.พรรคเพื่อไทยหวังให้การ​ออกมาชุมนุมของคนเสื้อแดงร่วมกับกลุ่มเยาวชน​นักศึกษา​ปลดแอกเป็นแรงกดดันให้รัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญ​ในแนวทางของตน​ ส่วนฝ่ายธนาธรและพวกต่อต้านกษัตริย์​ รู้อยู่แล้วว่าการแก้รธน.ทำได้ยากแต่ยังดึงดันทำต่อไปเพราะต้องการสร้างเงื่อนไขให้การแก้รธน.ไม่ได้ไปกระตุ้นความโกรธแค้นของประชาชน​ จะได้ออกมา​บนถนนซึ่งฝ่ายตนจะได้ปักธงวาระเรื่องต่อต้านสถาบันฯโดยเปิดเผย​ไปพร้อมกัน​ (ดังกรณี​ #RepublicofThailand​ ที่ถูกปั่นกระแสผ่านโซเซียลมีเดียในทันทีหลังสภายืดเวลาแก้รธน.ไปอีก​ 1 เดือน)​

11.”ณฐพร​ โตประยูร” ได้ไปยื่นต่อศาลรธน.ว่า​ 3 แกนนำปลดแอก​ที่เสนอ​ 10 ข้อเรียกร้องที่​ธรรมศาสตร์รังสิต​ เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง​หรือไม่? ซึ่งทำให้พรรคเพื่อไทยต้องระวังและรักษาระยะห่างจากกลุ่มปลดแอก​เพราะกลัวว่าจะถูกยุบพรรค​

12.​ “หมากประกาศิต” ของคุณหญิงพจมาน​ ณ ป้อมเพชร​ และ​ การที่สุดารัตน์​ รวมถึง​ ส.ส.ในสายตนได้ลาออกจากกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยจึงสร้างแรงกระเพื่อมระดับสึนามิให้แก่การชุมนุมของคนเสื้อแดง และกลุ่มเยาวชนนักศึกษาปลดแอกหลังจากนี้อย่างแน่นอน