เปิดวาร์ปนักวิชาการ ดร.ไชยณรงค์ อาจารย์มหาลัยดัง วิจารณ์สารนิพนธ์มาริโอ้

0

จากการที่ ผศ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา (สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน) คณะมนุษยศาสาตร์และสังคมศาสตร์ ม.มหาสารคาม โพสต์แสดงความคิดเห็น ถึงบทคัดย่อของสารนิพนธ์ งานวิจัยปริญญาโทของนักแสดงดังอย่าง “มาริโอ้ เมาเร่อ

เรื่อง ทัศนคติของดารานักแสดงที่มีต่อการบริหารงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา : ศึกษาในช่วงเวลา ปี พ.ศ. 2559 โดยการสอบถามความคิดกลุ่มตัวอย่างเป็นดารา นักแสดง นักร้อง พิธีกร ผู้จัดละคร จำนวนถึง 309 คน จากช่อง 3/5/7/9/NBT/Thai PBS และอื่น ๆ พร้อมระบุภาพรวมผลการวิจัยพบว่า “นักแสดงมีทัศนคติต่อท่านนายกฯ ในระดับมาก (คือดี)”

โดย ผศ.ดร.ไชยณรงค์ มีการโพสต์แสดงความเห็นว่า “เป็นสารนิพนธ์ที่หยาบมากครับ เพราะสมมติฐานมีแค่เพศ อายุ ระดับการศึกษา ไม่อธิบายบริบททางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมของดารา ถ้าเป็นนิสิตผม แม้แต่ ป.ตรี ผมก็ไม่ให้ทำ และถ้าทำก็ไม่จบ” หลังจากก่อนหน้า ได้ระบุว่า “วิทยานิพนธ์จะดีหรือเลว อาจารย์ที่ปรึกษาต้องรับผิดชอบด้วย เพราะครึ่งหนึ่งของวิทยานิพนธ์คือผลงานของนักศึกษา อีกครึ่งคือผลงานของอาจารย์ที่ปรึกษา”

แน่นอนว่าการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ในลักษณะดังกล่าว ทำให้ชื่อของ ผศ.ดร.ไชยณรงค์ นักวิชาการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม กลายเป็นที่สนใจมากยิ่งขึ้นในทางการเมือง หลังจากเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2558 เคยมีรายงานข่าวว่า กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม (กกล.รส.จว.ม.ค.) เคยสอบถามข้อมูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มดาวดินหรือไม่

หลังจากทางกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านนามูล-ดูนสาด ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับขบวนการประชาธิปไตยใหม่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2558 โดยในขณะนั้น ผศ.ดร.ไชยณรงค์ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวดิน หลังจากโพสต์เฟซบุ๊ก ยืนยันเจตนารมย์ว่า ทำงานวิชาการด้านสังคม และไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใด ๆ

“ผมขอยืนยันเจตนารมณ์สั้น ๆ ของผมดังนี้ 1) การเคลื่อนไหวของผมคือการเคลื่อนไหวทางสังคม สิ่งแวดล้อม ชาติพันธุ์ สิทธิมนุษยชน และสิทธิชุมชน โดยเฉพาะประเด็นความยุติธรรมจากการพัฒนาและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมทำมาทุกรัฐบาล ทุกยุค ทุกสมัย ทำมาตั้งแต่ผมเป็นนักศึกษา และเมื่อผมเป็นนักวิชาการผมก็ยึดแนวทางนำวิชาการมารับใช้สังคม ทั้งการวิจัย การบริการวิชาการ และการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ ถึงวันนี้ผมขอยืนยันถึงจุดยืนตรงนี้ของผม

2) ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่ฝักใฝ่สีเสื้อสีใด หรือกลุ่มอำนาจใด ขออย่าได้โยงผมหรือผลักผมไปสีนั้นสีนี้ ถ้าผมจะมีสี สีของผมมีสีเดียวนั่นก็คือสีเขียว (ธรรมชาติ/สิ่งแวดล้อม/การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นธรรม)

3) หากการเคลื่อนไหวของผมไปเกี่ยวโยงกับประเด็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ก็ไม่ได้มีความหมายว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองในความหมายแคบๆ ที่เป็นการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจกัน แต่คือการที่ผมยืนอยู่ข้างคนตัวเล็กตัวน้อย คนชายขอบ และคนกลุ่มรองทางสังคม ที่ไร้ซึ่งอำนาจในการต่อรองในบริบทของการพัฒนา การแย่งชิงทรัพยากร และความไม่เป็นธรรมทางสังคม

อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวทางการทำงานด้านวิชาการของ ผศ.ดร.ไชยณรงค์ แม้จะเป็นไปในรูปแบบที่กล่าวอ้าง แต่โดยบริบทของความเป็นนักวิชาการด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม หลายครั้งก็แสดงให้เห็นว่ามีความฝักใฝ่ทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การเมืองเดินมาถึงจุดการปลุกระดมประชาชน คนรุ่นใหม่ ให้ออกมาแสดงปฏิกริยาต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อาทิเช่น การวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดสร้างแอปพลิกเคชั่น ไทยชนะ เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด โดยการเขียนบทความ แสดงใจความสำคัญบางช่วงตอนว่า “ผมอ่านแล้วไม่รู้ว่าจะตลกหรือเศร้าดีที่เขาลากเอาความเกลียดชังพม่าที่เกิดจากประวัติศาสตร์ชาตินิยมที่เขาถูกปลูกฝังมาบูลลี่ผม แต่มันก็สะท้อนอย่างชัดเจนว่าความคิดแบบชาตินิยมมันอันตรายจริง ๆ

ผมอยากบอกว่าการแก้ปัญหาโรคระบาดหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นปัญหาสังคมไม่จำเป็นต้องอำนาจนิยมก็ได้และชาตินิยมให้น้อย ๆ ลงหน่อยก็ได้ อย่าให้ทั้งสองอย่างนี้มาปฏิบัติการบนสมองตลอดเวลาเลยครับ เพราะมันไม่ได้ประโยชน์อะไรและระยะยาวมันอันตรายต่อสังคมมากกว่า …ผมเขียนแบบนี้ อย่าไล่ผมออกจากประเทศนะครับ”

หรือกระทั่งกรณี ศบค. และกรมควบคุมโรค นำเสนอสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด โดยการแถลงรายละเอียด ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยข้อความว่า “การที่พวกคุณให้ความสำคัญแต่ตัวเลข มองไม่เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ ใครจะตายก็ปล่อยให้ตายไป เพราะไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ผมก็อยากให้พวกคุณไปวัดว่าพวกคุณยังเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวเท่าไหร่?”

และนอกเหนือจากการแสดงจุดยืนเรื่องการคัดค้าน สัมปทานเหมืองแร่ทองคำ ทั้งกรณีของเพชรบูรณ์และจันทบุรี อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีการแสดงความเห็นในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และแสดงท่าทีสนับสนุนการชุมนุมทางการเมือง ประกอบอยู่ด้วยเป็นระยะ ๆ อาทิเช่น

แม้กระทั่งล่าสุด มีการโพสต์ข้อความถึง อ.แก้วสรร อติโพธิ ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการอนุญาตให้เกิดพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม  ใช้เคลื่อนไหวทางการเมือง  ซึ่งมีประเด็นว่าด้วยการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์รวมอยู่ด้วย ” เดี๋ยว ๆ อาจารย์ ผมขอถามหน่อยว่าการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยมันละเมิดสิทธิคนอื่นตรงไหน ถ้าตรรกะเดียวกัน แล้วทำไมการชุมนุมของอาจารย์ถึงไม่ละเมิด และมีหลักฐานอะไรที่อาจารย์กล่าวหาว่าเป็นการชุมนุมแบบลับ ๆ ล่อ ๆ เอาหลักฐานมาแสดงด้วยครับ ไม่งั้นอาจารย์ก็ไม่แฟร์ครับ”