คำนูณ ถามเจ็บ แก้รัฐธรรมนูญ ถามประชาชน 51.2 ล้าน หรือยัง

0

นายคำนูณ สมาชิกวุฒิสภา ไม่เห็นด้วยที่จะฟังแค่เสียง ในสภา 750 เสียง ควรฟังเสียงจากประชาชน จำนวน 51.2 ล้านเสียงด้วย ในการแก้รัฐธรรมนูญ

อย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่าในขณะนี้ถือว่าประชาชนกำลังเสียงแตกเป็น 2 ฝั่งอย่างเห็นได้ชัดในเรื่อง การสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ กับอีกส่วนหนึ่งคือ สนับสนุนให้ไม่แก้รัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองทั้งเวลา และงบประมาณของประเทศ

ล่าสุดทางด้านของ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว เพื่อแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเตือนสติว่าควรฟังเสียงจากประชาชน ไม่ใช่แค่ 750 เสียงของ ส.ว.-ส.ส. ในสภาเพียงเท่านั้น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

แก้รัฐธรรมนูญตั้งส.ส.ร.

คำตอบอยู่ที่ประชาชน 51.2 ล้านคน !

ไม่ใช่แค่ส.ส./ส.ว. 750 คน
_____________

“ถามประชาชนหรือยัง”

“ถามประชาชน 16.8 ล้านคนหรือยัง”

ช่วงนี้จะได้ยินได้เห็นประโยคทำนองนี้บ่อยหน่อย นี่เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มาจากผลการลงประชามติ 7 สิงหาคม 2559 ด้วยเสียง 16.8 ล้านเสียง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้มีส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

เรื่องนี้ต้องไปถามประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติอยู่แล้ว

และเพราะเหตุนี้แหละ ผมจึงตัดสินใจได้ไม่ยากนักว่าจะโหวตในวันที่ 24 กันยายนเห็นชอบกับญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้มีการตั้งส.ส.ร.

ขออนุญาตย้ำข้อมูล ณ ที่นี้อีกครั้งว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 ให้ตั้งส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่ได้จบลงที่ผลโหวตในรัฐสภา

แต่มีกระบวนการบังคับที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเป็นอื่นได้ ต้องนำไปถามให้ประชาชนตัดสินใจตอบโดยตรงผ่านการออกเสียงประชามติก่อนว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ถ้าคำตอบออกมาเป็นว่าเห็นชอบด้วย การแก้รัฐธรรมนูญให้ตั้งส.ส.ร.จึงจะมีผล ถ้าคำตอบออกมาเป็นว่าไม่เห็นชอบด้วย ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะตกไป ไม่มีส.ส.ร. ไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

โดยประชาชนที่จะตอบคำถามนี้ก็ไม่ใช่แค่ 16.8 ล้านคนที่ลงมติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อ 4 ปีก่อนเท่านั้น

แต่เป็นการถามประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมดราว 51.2 ล้านคน

(ตัวเลขโดยสังเขปจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 24 มีนาคม 2562)

นี่แหละคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ผมตัดสินใจว่าจะโหวตเห็นชอบกับญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีการตั้งส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทั้งที่ก็เห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน แต่ไม่อาจหาเหตุผลใดมาตอบคำถามได้จริง ๆ ว่าเหตุใดจึงจะต้องไปโหวตคัดค้านตั้งแต่ต้นในรัฐสภาทั้ง ๆ ที่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศ

ในเมื่อผมยอมรับผลการประชามติ 7 สิงหาคม 2559 เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วยเสียง 16.8 ล้านเสียง และนำไปกล่าวอ้างเสมอมาว่าเป็นการตัดสินใจโดยตรงจากประชาชน เป็นความถูกต้องชอบธรรมที่จะล้มล้างกันง่าย ๆ ไม่ได้…

ผมจะเป็นคนกลับกลอกสองมาตรฐานทันทีเลยละ ถ้าไม่ยอมรับผลการตัดสินใจโดยตรงจากประชาชนหลังจากรัฐสภาเห็นชอบแล้ว

โดยถ้าผมโหวตไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง เป็นเหตุให้เสียงเห็นชอบของส.ว.มีไม่ถึง 84 เสียง ทำให้ญัตติตกไปตั้งแต่ชั้นรัฐสภา ไม่ต้องไปถามประชาชน ก็จะมีค่าเท่ากับไปขวางทางการตัดสินใจโดยตรงของประชาชนทั้งประเทศ เป็นประชาชนทั้งประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไปผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนเฉพาะกลุ่มที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านการเรียกร้องการชุมนุมไม่ว่าสนับสนุนหรือต่อต้านเท่านั้น

ผมเป็นใคร ?

ผมจะถือสิทธิอะไรไปขวางทางการตัดสินใจโดยตรงของประชาชน 51.2 ล้านคน ?

ไม่เพียงแต่เท่านั้น ญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการตั้งส.ส.ร.หากผ่านประชามติจากประชาชนแล้ว ยังจะต้องมีการเลือกตั้งส.ส.ร.โดยตรงทั่วประเทศอีก 150 – 200 คน และหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วยังอาจจะต้องไปทำประชามติอีกครั้งหนึ่ง

สรุปรวมความได้ว่า แม้รัฐสภาจะลงมติเห็นชอบกับญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ตั้งส.ส.ร. แต่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ต้องผ่านกระบวนการให้ประชาชน 51.2 ล้านคนมาลงคะแนนลับหย่อนลงหีบบัตรเลือกตั้งอีกรวมแล้ว 2 – 3 ครั้ง

ไม่ได้จบที่ผลโหวตในรัฐสภาโดยส.ส./ส.ว. 750 คนเท่านั้น

ประชาชน 16.8 ล้านคนที่ลงมติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อ 4 ปีก่อนได้สิทธิตอบแน่นอน

คำนูณ สิทธิสมาน

สมาชิกวุฒิสภา
13 กันยายน 2563

แก้รัฐธรรมนูญตั้งส.ส.ร.คำตอบอยู่ที่ประชาชน 51.2 ล้านคน !ไม่ใช่แค่ส.ส./ส.ว. 750…

Posted by Kamnoon Sidhisamarn on Saturday, September 12, 2020